เบื้องหลัง 'ผีแดง' ไล่ตะเพิด 'อโมริม' ทะเลาะรุนแรงกลางวงประชุม

หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำการปลด รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุกีส ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ช เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา โดยแต่งตั้ง ดาเรน เฟล็ตเชอร์ อดีตกองกลางลูกหม้อของสโมสร เข้ามาคุมทีมขัดตาทัพจนกว่าจะหาเทรนเนอร์คนใหม่มาได้

“ตามสถานการณ์ แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 6 ของพรีเมียร์ ลีก ผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจอย่างลำบากว่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง การกระทำเช่นนี้ คือ โอกาสดีสุดที่จะจบอันดับสูงๆ ของ พรีเมียร์ ลีก สโมสรขอขอบคุณ รูเบน สำหรับการอุทิศตัวเพื่อสโมสร และขอให้โชคดี” แมนฯ ยู แถลงการณ์

โดย “เดอะ เทเลกราฟ” สื่อชั้นนำของอังกฤษ มีการเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังของการปลดฟ้าผ่าในครั้งนี้ โดยตัวของ รูเบน อโมริม มีการปะทะคารมกับบอร์ดบริหารอย่างดุเดือดในการประชุมเมื่อวันจันทร์ หลังจบเกมกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด

แหล่งข่าวมีการเปิดเผยว่า รูเบน อโมริม ระเบิดอารมณ์ใส่บอร์ดบริหาร โดยเฉพาะกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล เนื่องจากถูกหยิบยกประเด็นเรื่องแท็คติกการใช้กองหลัง 3 คน ซึ่งทางกลุ่มผู้บริหารอยากจะให้ลองปรับเปลี่ยนเป็นหลัง 4 คน เพราะทีมเยาวชนของ “ปีศาจแดง” ทุกชุด ใช้ระบบนี้มาตลอด ซึ่งทำให้ตัวของเฮดโค้ชชาวโปรตุกีสไม่พอใจมาก

“พวกเราสนับสนุนรูเบนมาตลอด ไม่ว่าจะช่วงดีหรือช่วงแย่ ทั้งผลการแข่งขันที่เลวร้าย พฤติกรรมที่แปรปรวน รวมถึงคำพูดต่อสาธารณะทั้งหมดของเขา ดังนั้นการจะหันมาบอกตอนนี้ว่านี่คือการแย่งชิงอำนาจ มันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี” หนึ่งในบอร์ดบริหาร เปิดเผยกับแหล่งข่าว

“คุณสามารถลิสต์คำพูดของเขาในงานแถลงข่าวได้เป็นร้อยประโยค ที่ทำให้คุณคิดว่าเฮดโค้ชคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ทำไมถึงพูดแบบนั้น นี่ไม่ใช่จิตวิญญาณของสโมสร ที่จะดูหมิ่นนักเตะของเรา ดูหมิ่นอะคาเดมีของเรา มันไม่เป็นประโยชน์เลย”

“บรรยากาศในงานแถลงข่าวมักจะยืดเยื้อไปอีกสองสามวันหลังความพ่ายแพ้ แต่ในฐานะหน้าตาของสโมสรภายในองค์กร คุณต้องเป็นคนที่ยกขวัญกำลังใจให้คนอื่น เขาไม่ควรเป็นคนที่ต้องให้คนอื่นมาคอยยกใจให้”

“การแพ้เกมหนึ่งมันก็ยากพออยู่แล้ว ดังนั้นถ้าคุณรู้สึกว่าทุกความพ่ายแพ้กลายเป็นวิกฤตภายใน นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่คุณควรเอาไปเติมใส่เสียงรบกวนจากภายนอก” แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสโมสร ปิดท้ายคำพูดของผู้บริหารรายหนึ่ง

เพิ่มเพื่อน