
“โทน-สัญชัย นามเขต” เจ้าของเหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์ ไม่พลิก เป็นคนไทยคนแรก ที่เข้าเส้นชัย ประเภทมาราธอน และครองถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นสมัยที่ 7 ขณะที่ บาร์บาบัส คิปลิโม จากเคนยา คว้าแชมป์มาราธอน "บุรีรัมย์ มาราธอน 2026" ปีที่ 10 ฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ด้วยจำนวนนักวิ่งเข้าแข่งขันเกือบ 4 หมื่นคน
การแข่งขัน "บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ดบาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง" ครั้งที่ 10 ไนท์รันอันดับหนึ่งของไทยที่ครองใจคนทั่วโลก ฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ ออกสตาร์ท ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สนามแข่งรถระดับโลก และ เข้าเส้นชัยที่ สนามฟุตบอล ช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ โดยมี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย และ พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกอาวุโสและเลขาธิการ สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเปิดการแข่งขันและปล่อยตัวนักวิ่งในค่ำคืนประวัติศาสตร์ของวงการวิ่งไทย
การแข่งขันทั้งหมด 4 ระยะ ได้แก่ ระยะมาราธอน (42.195 กม.), ระยะฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.),ระยะมินิมาราธอน (10.0 กม.), ระยะฟันรัน (4.554 กม.) โดยมี นักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขัน 35,789 คน แบ่งเป็น มาราธอน 10,453 คน ฮาล์ฟมาราธอน 12,410 คน มินิมาราธอน 8,650 คน และ ฟันรัน 4,276 คน
ประเภท “มาราธอนชาย” นักวิ่งที่เข้าเส้นชัยคนแรก บาร์นาบัส คิปลิโม จากเคนยา ทำเวลาได้ 2.21.16 ชั่วโมง ตามมาด้วย เวนด์เวเซน ดัมเท แชมป์เก่า จากเอธิโอเปีย ทำเวลาได้ 2.22.52 ชั่วโมง อันดับ 3 จูเลียส มานัส จากเคนยา ทำเวลาได้ 2.27.34 ชั่วโมง
ส่วน นักวิ่งไทย “โทน-สัญชัย นามเขต” เจ้าของเหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์ ทำเวลาได้ 2.29.24 ชั่วโมง คว้าแชมป์คนไทย และครองถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นสมัยที่ 7
“โทน-สัญชัย นามเขต” เปิดเผยว่า ดีใจครับ สำหรับการได้แชมป์รายการนี้ เป็นสมัยที่ 7 ปัจจุบันผมได้อำลาบทบาททีมชาติหลังจากแข่งขันในซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่ไทยเป็นเจ้าภาพไปแล้ว เป้าหมายตอนนี้คือการมุ่งสู่มาราธอนระดับโลก
ส่วนรายการนี้ นักวิ่งรุ่นน้อง อาจจะยังไม่สามารถเอาชนะผมได้ แต่อยากให้น้องๆ พัฒนาขึ้นมาแทนที่เป็นตัวแทนทีมชาติไทยในอนาคตต่อไป โดยการแข่งขันสนามนี้ ดูจากสถิติที่ทำได้ก็ถือว่าดี รวมทั้งเป็นการฝึกซ้อมและเตรียมร่างกายเพื่อไปแข่งโตเกียวมาราธอน
ส่วนการแข่งขันประเภท “มาราธอนหญิง” มาร์ตา บิเรฮาน จากเอธิโอเปีย เข้าเส้นชัย เป็นที่ 1 ทำเวลาได้ 2.51.01 ชั่วโมง อันดับ 2 อาจารย์ขม-อรอนงค์ วงศร ทำเวลาได้ 2.53.28 ชั่วโมง คว้าแชมป์คนไทย เป็นครั้งแรก อันดับ 3 ลูกปลา-ลินดา จันทะชิต อดีตแชมป์คนไทย 6 สมัย ปีนี้ เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัย อันดับ 2 ทำเวลาได้ 3.01.16 ชั่วโมง
ประเภท “ฮาล์ฟมาราธอนชาย” อันดับ 1 มูเฮีย เคนเนดี้ นโจกู (เคนยา) 1.05.42 ชั่วโมง อันดับ 2 “มังกร” พงศกร สุขสวัสดิ์ ทำเวลาได้ 1.09.50 ชั่วโมง เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก อันดับ 3 แฝดพี่ บิ๊ก-ณัฐวุฒิ อินนุ่ม ทำเวลาได้ 1.10.00 ชั่วโมง
ประเภท “ฮาล์ฟมาราธอนหญิง” อันดับ 1 ลดแก้ว อินทะกุมมาน จากสปป.ลาว 1.21.48 ชั่วโมง อันดับ 2 สุ-ปารียา สนเส็ม 1.23.02 ชั่วโมง อันดับ 3 หมูน้อย-ปิยะนุช สุขชาติ 1.25.31 ชั่วโมง
ประเภท “มินิมาราธอนชาย” อันดับ 1 สมโชค คงดี 32.25 นาที อันดับ 2 อินทัช จงใจจิตร อายุ 19 ปี 32.33 นาที อันดับ 3 ชยพล เจริญพานิช อายุ 17 ปี 32.41 นาที
ประเภท “มินิมาราธอนหญิง” อันดับ 1 นิตา-ณัฐปภัสร์ ศรีขำกุล วัย 13 ปี ย่าง 14 ปี 35.50 นาที อันดับ 2 สตรอม์ เคริส วูดเวิร์ด 37.06 นาที อันดับ 3 เปรมกมล วงศ์วิชัย 37.50 นาที
สำหรับงาน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ดบาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง" หลังจากสร้างปรากฎการณ์ในปีที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ ไม่นำเงินมหาศาลไปทุ่มให้กับการเชิญนักวิ่งอีลิทต่างชาติ แต่นำเงินเหล่านั้นกลับมามุ่งมั่นสร้าง "สวรรค์ของนักวิ่ง"อย่างแท้จริง ทำให้ปีที่ 10 ฉลองอย่างสุดคึกคักและยิ่งใหญ่ จัดหนักของขวัญและรางวัลรวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้เตรียมความพิเศษไว้แบบไม่เคยมีมาก่อน
โดยจัดแข่งขันบนมาตรฐานของ World Athletics Road Race Label เช่นเดิม ซึ่งนักวิ่งสามารถนำสถิติไปควอลิฟายในงานวิ่งต่างๆทั่วโลกได้ มุ่งเน้นการพัฒนา สนามบุรีรัมย์มาราธอนและวงการวิ่งไทย สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้นักวิ่งไทยได้ต่อยอดไปสู่งานวิ่งระดับโลกมากขึ้น โดยในปีนี้มีนักวิ่งทำการแข่งขัน 35,789 คน อาสาสมัครมากกว่า 7,000 คน ผู้ติดตามและกองเชียร์มากกว่า 70,000 คน รวมผู้ร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นนับแสนคน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถ้วยพระราชทานฯ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ17รุ่น รถขาไถ'Grandprix Runbike 2025'
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานการผลิต สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการกีฬาเยาวชนไทย ด้วยการผนึกกำลังร่วมกับ Runbike Championship Series (R.C.S) ประเทศญี่ปุ่น จัดการแข่งขันจักรยานทรงตัวรายการระดับโลกเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “GRANDPRIX RUNBIKE CHAMPIONSHIP AFFILIATED WITH R.C.S JAPAN. 2025”
ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน'มวก.นนท์' ครั้ง30เปิดฉาก27ธ.ค.นี้ จัด4รุ่นชิงครึ่งล้าน
ห้องประชุมศูนย์โอทอป จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีพิธีแถลงข่าว,จับสลากแบ่งสาย ประชุม ผจก.ทีม การแข่งขันฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทานมวก.นนทบุรี คัพ ครั้งที่ 30 ขึ้นโดยมี นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราขการ จ.นนทบุรี มาเป็นประธานในการแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกอบจ.นนทบุรี , สุรศักดิ์ จาดบุญนาค นายกสมาคมส่งเสริมกีฬา จ.นนทบุรี , ดิเรก ถึงฝั่ง ผู้ก่อตั้งฟุตบอลมวก.นนท์, นายสัมฤทธิ์ ด้วงโสน ประธานชมรมฟุตบอลจ.นนทบุรี , ณัฐภูมิ นนทสิริกุล ปลัดอบจ.นนทบุรี และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน อาทิ อดุล จันทร์แก้ว, ณัฐพร จันทร์แก้ว นายกเทศมนตรีไทรน้อย
'บริดจ์'ชิงชนะเลิศปทท.2568 ทีมEuphoria by MDMLXแชมป์ประเภทเยาวชน ทีม'All For One & One For All'ครองถ้วยพระราชทานฯ
ปิดฉากการแข่งขันกีฬาบริดจ์ ชิงชนะเลิศประเทศไทย ประจำปี 2568 ทีม Euphoria by MDMLX คว้าแชมป์ประเภททีมเยาวชนอายุไม่เกิน 26 ปี ขณะที่ ทีม All For One & One For All ผงาดแชมป์ประเภททีมประชาชน ได้ครองถ้วยพระราชทาน "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ด้าน "ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์" นายกสมาคมกีฬาบริดจ์ไทย เป็นปลื้ม การแข่งขันประสบความสำเร็จ ได้มาตรฐานโลก ขณะที่ สหพันธ์บริดจ์โลก (WBF) ชื่นชม "ส.บริดจ์ไทย" พัฒนานักกีฬาเยาวชน ได้อย่างยอดเยี่ยม
'อิชิอิ'ชมอิรักเกมรุกหลากหลาย ไทยอันดับโลกเป็นรอง แต่เป้าหมายแชมป์'คิงส์คัพ'
การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 51รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติไทย (เจ้าภาพ) กับ ทีมชาติอิรัก ในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน นี้ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (สนามกลีบบัว) ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 11.30 น. ณ ห้องแถลงข่าว สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว) ฝ่ายจัดการแข่งขันฯ ได้จัดงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนการแข่งขันฟุตบอล คิงส์ คัพนัดชิงชนะเลิศ
'History of King's Cup ย้อนประวัติฟุตบอล ถ้วยพระราชทาน'คิงส์ คัพ'
ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งแรก เริ่มจัดขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2511 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานถ้วยรางวัล สำหรับทีมที่ชนะเลิศการแข่งขัน โดยชาติแรกที่คว้าถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ไปครอง คือ ทีมชาติ อินโดนีเซีย
'อิรัก'จัดชุดใหญ่มา23คน ล่าถ้วยพระราชทาน'คิงส์คัพ' ที่จังหวัดกาญจนบุรี
สมาคมฟุตบอลอิรัก ประกาศรายชื่อ 23 นักฟุตบอลทีมชาติอิรัก ชุดเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 51 ณ จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 1-9 กันยายน 2568 ภายใต้การคุมทัพของ "เกรแฮม อาร์โนลด์" หัวหน้าผู้ฝึกสอน

