
ผู้บริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังตัดสินใจไม่ได้ชัดเจนว่าอนาคตของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ จะเอายังไงต่อ โดยมีรายงานว่าคนใหญ่คนโตภายในสโมสรคิดเห็นไม่ตรงกันเรื่องกองหลังจอมเก๋ารายนี้ ตามรายงานของ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์
แม็กไกวร์ วัย 32 ปี กำลังจะหมดสัญญาในเดือนมิถุนายน และจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับข้อเสนอสัญญาใหม่จากสโมสร ทำให้เขาสามารถเปิดโต๊ะคุยกับทีมอื่นได้แล้ว โดยเอเยนต์จาก Triple S Management ก็เริ่มมีการพูดคุยกับหลายสโมสรในยุโรปไปบ้างแล้ว
ฝั่ง เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ หนึ่งในเจ้าของสโมสร ไม่ค่อยอยากต่อสัญญาใหม่ให้ แม็กไกวร์ โดยมองว่าคู่กองหลังดาวรุ่งอย่าง เลนี่ โยโร่ กับ เอย์เดน เฮฟเว่น น่าจะพัฒนาเป็นแกนหลักระยะยาวได้ ขณะที่ทีมก็ยังมี ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ มัตไธจ์ส เดอ ลิกต์ ที่อายุยังอยู่ช่วงกลาง 20 และมีประสบการณ์สูงให้พึ่งพา
อย่างไรก็ตาม แม็กไกวร์ ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่หลายคนในสโมสร และผลงานช่วงหลังพิสูจน์ชัดว่า ถ้าเขาฟิตและมีสมาธิเต็มที่ เขายังเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกได้สบาย ๆ
เบื้องหลังในห้องแต่งตัว ประสบการณ์ของเขานับตั้งแต่ย้ายมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ในปี 2019 ทำให้ แม็กไกวร์ กลายเป็นพี่เลี้ยงแนวรับ คอยช่วยแนะนำแข้งรุ่นน้องอย่าง โยโร่ และ เฮฟเว่น อยู่ตลอด
ด้าน ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือขัดตาทัพ ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสัญญาของ แม็กไกวร์ โดยตรง แต่ก็ส่งสัญญาณชัดว่า เขายังเป็นนักเตะที่ทีมให้คุณค่า และมองว่ายังมีบทบาทสำคัญกับอนาคตของสโมสร
แหล่งข่าวระบุว่า แม็กไกวร์ ไม่อยากย้ายไปเล่นต่างประเทศ เพราะไม่ต้องการย้ายครอบครัวเล็ก ๆ ของเขา และเขารู้ดีว่าการอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อ จะช่วยเพิ่มโอกาสติดทีมชาติอังกฤษในอนาคตได้มากกว่า นอกจากนี้ เจ้าตัวยังพร้อมยอมลดค่าเหนื่อยจากสัปดาห์ละ 200,000 ปอนด์อีกด้วย
ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงตั้งคำถามถึง แรตคลิฟฟ์ ว่าอาจยังขาดประสบการณ์ในการบริหารสโมสรฟุตบอล และอาจมองภาพรวมของนักเตะซีเนียร์บางรายไม่ครบถ้วนพอ
ตอนนี้ คาเซมิโร่ ประกาศแล้วว่าจะย้ายออกหลังจบฤดูกาล และก็มีความเป็นไปได้ที่กัปตันทีมอย่าง บรูโน่ แฟร์นานเดส จะตามไปอีกคน ซึ่ง “ปีศาจแดง” เองก็เริ่มมีปัญหาเรื่องผู้นำในทีมอยู่แล้ว หากเสียทั้งสองคน รวมถึง แม็กไกวร์ ไปพร้อมกัน ปัญหานี้ยิ่งจะชัดขึ้นไปอีก
แม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะอยู่ในช่วงสร้างทีมใหม่ แต่แนวรับไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วน และถ้า แม็กไกวร์ ยังสามารถยืนเป็นเสาหลักในเกมใหญ่ ๆ ได้เหมือนที่ทำไว้ในเกมชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ช่วงหลัง การปล่อยเขาออกไปก็แทบจะไม่มีเหตุผลรองรับเลย
แน่นอนว่าเส้นทางของ แม็กไกวร์ ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเคยโดนดร็อป เคยไม่อยู่ในแผนของผู้จัดการทีมหลายคน และยังถูกปลดจากตำแหน่งกัปตันโดย เอริค เทน ฮาก
แต่สิ่งที่เขาแสดงให้เห็นคือหัวใจนักสู้ ความอดทน และความแข็งแกร่งทางจิตใจ ที่พาตัวเองกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง และสุดท้าย เขาก็ยืนระยะยาวกว่าทั้ง เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม เสียอีก

