'เด แซร์บี' รับทรัพย์ก้อนโตคุม 'สเปอร์ส' ค่าจ้างแพงสุดอันดับ 2 พรีเมียร์ลีก

สกายสปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของประเทศอังกฤษ มีการเปิดเผยว่า โรแบร์โต เดอ แซร์บี กลายเป็นผู้จัดการทีมค่าจ้างแพงสุดอันดับ 2 ของพรีเมียร์ ลีก หลังเซ็นสัญญาคุมทัพ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ อย่างเป็นทางการ

โค้ชชาวอิตาเลียน เพิ่งรับตำแหน่งแทน อิกอร์ ทูดอร์ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม ด้วยสัญญาระยะยาว

โดย สเปอร์ส ทีมอันดับ 17 ของตาราง ไม่รีรอประเคนเงินก้อนโต เพื่อดึง เดอ แซร์บี วัย 46 ปี มาคุมทีม ปีละ 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 520 ล้านบาท)

มูลค่าดังกล่าวเป็นรองแค่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ปีละ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 870 ล้านบาท) และมากกว่า มิเกล อาร์เตตา กุนซือ อาร์เซนอล รับอยู่ปีละ 10 ล้านปอนด์ (มากกว่า 430 ล้านบาท) ถึงแม้ทีมอยู่ห่างกัน 16 อันดับ

อูไน เอเมอรี กุนซือ แอสตัน วิลลา ติดท็อป 4 ผู้จัดการทีมค่าจ้างแพงสุด ปีละ 8 ล้านปอนด์ (ราว 350 ล้านบาท) และ อาร์เน สล็อต กุนซือ ลิเวอร์พูล ดีกรีแชมป์พรีเมียร์ ลีก รับอยู่ 6.6 ล้านปอนด์ (มากกว่า 285 ล้านบาท)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'แมนฯ ซิตี้'ปะทะ'ลิเวอร์พูล' ลุ้นเดือดถ้วย'FA Cup' รอบ8ทีม4-5เม.ย.นี้

บริษัท จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและ The Emirates FA Cup เดินทางสู่โค้งชี้ชะตากับการแข่งขันศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง เอฟเอ คัพ (FA Cup) รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่เดิมพันสูงถึงตั๋วเวมบลีย์! นำโดยบิ๊กแมตช์ห้ามพลาด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ ลิเวอร์พูล

'ฟุตบอยส์ พัทยา ยูไนเต็ด' แชมป์บอลเยาวชน14ปี'SKF Thailand Tournament' ได้ลุย'โกเธียคัพ'ที่สวีเดน

ปิดฉากลงอย่างเข้มข้นสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนรายการ "Meet the World with SKF Thailand Tournament - B14 2026" โดย บริษัท เอส เค เอฟ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SKF ผู้นำระดับโลก ด้านตลับลูกปืนและโซลูชันด้านการหมุนในเครื่องจักร ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า “FUTBOYs X PATTAYA UNITED” โชว์ฟอร์มแข็งแกร่งตลอดทัวร์นาเมนต์ ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง พร้อมคว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย เดินทางไปแข่งขันในศึก Gothia Cup 2026 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเยาวชนระดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ ณ ประเทศสวีเดน

'ศรีสะเกษ-ขอนแก่น-อยุธยา-ระยอง' เสนอตัวชิงเจ้าภาพ 'คิงส์คัพ'ครั้ง52

ตามที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีแผนในการนำ "ทีมชาติไทย ชุดใหญ่" ออกไปจัดแข่งขันในจังหวัดต่างๆ เพื่อเป้าหมายในการนำกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งสู่เมืองต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างความภาคภูมิใจในการจัดกิจกรรมที่แต่ละจังหวัดจัดขึ้นมา