
การรับรู้และเข้าใจถึงที่มาของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการต่อยอดอนุรักษ์ รักษา และซึ่งการเข้าถึงข้อมูลทางวัฒนธรรมจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งเชื่อว่าประเทศไทย ยังมีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ยังต้องสำรวจค้นหาอีกมาก ด้วยเหตุนี้ ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้ร่วมมือกับ สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สทอภ. หรือ GISTDA ทำ MOU “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเชิงพื้นที่” เพื่อการพัฒนา ฟื้นฟู สืบสาน และต่อยอดในอนาคต
ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการนำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมของประเทศที่มีอยู่จำนวนมาก มาบริหารจัดการด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ในหลายมิติ ทั้งมิติการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอันเป็นเหตุปัจจัยให้มรดกภูมิปัญญาฯ มีความเสี่ยงใกล้สูญหาย หรือยังคงปฏิบัติอยู่อย่างแพร่หลาย และมิติของพื้นที่ทั้งแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พื้นที่ปฏิบัติของมรดกภูมิปัญญาณฯ รวมถึงมิติของความยั่งยืนบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม เช่น การใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมที่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ มาเป็นฐานข้อมูลในการออกแบบ หรือ วางแผนพัฒนา ฟื้นฟู รักษาและต่อยอด

ลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวเสริมว่า เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดยที่ผ่านมามีการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง และในปีงบประมาณที่ผ่านมา สวธ.ได้ริเริ่มดำเนินการรวบรวมและจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่ภูมิศาสตร์ เพื่อให้ข้อมูลเชิงพื้นที่มีจำนวนมากและกระจัดกระจายให้เป็นระบบ สามารถมองเห็นมิติของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ่านข้อมูลแผนที่ เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
“โดยเป็นการประยุกต์ใช้ศาสตร์สารสนเทศที่เน้นการบูรณาการเทคโนโลยีทางด้านการสำรวจ การทำแผนที่ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่เข้าด้วยกันซึ่งทางสวธ.จะดำเนินการสนับสนุนข้อมูลด้านวิชาการ เช่น ข้อมูลสารัตถะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รวบรวมไว้ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สวธ. และสามารถเผยแพร่ได้ให้แก่ สทอภ. ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ตามที่เห็นชอบร่วมกัน และเป็นกลไกบริหารจัดการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเชิงพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ ผ่านฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อแสดงลักษณะของพื้นที่ที่มีมรดกภูมิปัญญาฯ ของแต่ละชุมชน ท้องถิ่น ภูมิภาคในรูปแบบต่างๆ โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนและภาคส่วนสามารถดำเนินงานร่วมกันอย่างมีส่วนร่วมได้ ลิปิการ์ กล่าว

กานดาศรี ลิมปาคม รองผู้อำนวยการ สทอภ. กล่าวว่า จากข้อมูลเกี่ยวมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ทางสวธ. มีของแต่ละภูมิภาคต่างๆ ทั้ง 6 ด้าน ซึ่งมีทั้งจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ได้แก่ 1. วรรณกรรมพื้นบ้าน และภาษา 2. ศิลปะการแสดง 3. แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล 4. ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล 5. งานช่างฝีมือดั้งเดิม 6. การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นต้น ซึ่งบางอย่างก็อาจจะกำลังใกล้สูญหายไปจากสังคมไทย
รองผอ.สทอภ.กล่าวต่อว่า การร่วมมือดังกล่าว นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของทั้งสองฝ่ายที่จะได้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ ผ่านการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยอาศัยระบบเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ บนแผนที่ฐานภาพถ่ายจากดาวเทียมไทยโชติ เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ตำแหน่งของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ แสดงผลบนแผนที่ประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถสำรวจเชิงผลกระทบทางพื้นที่ที่อาจจะส่งผลต่อการสูญหาย เบื้องต้นมีการปักโลเคชั่นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแล้วกว่า 300 รายการ จากข้อมูลรวมทั้งหมด 980 รายการ จำนวน 4,185 ตำแหน่ง โดยจะสามารถเข้าดูข้อมูลได้ผ่าน Web Application ของทาง สทอภ. หากมีการค้นหาก็จะพบกับที่มา ความสำคัญ และที่ตั้งของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนั้นๆ

“ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์และสามารถต่อยอดขยายผลต่อไป อาทิ ด้านวัฒนธรรม สุวรรณภูมิ และอารยธรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การเฝ้าระวังภัยที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการคงอยู่ของวัฒนธรรม การส่งเสริมและเผยแพร่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศให้กับบุคลากรของสวธ. และการถ่ายทอดเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีภารกิจเกี่ยวข้อง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ชุมชนเจ้าของวัฒนธรรมและผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้ร่วมชื่นชมช่วยกันอนุรักษ์ ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สืบไปยังคนรุ่นหลัง” รองผู้อำนวยการ สทอภ. ทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มายมิ้นต์ นางสาวไทยปี 69 เข้าพบอธิบดี สวธ. ร่วมเผยแพร่‘ชุดไทย’บนเวทีนานาชาติ
วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. นางปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกบอล จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย พร้อมด้วยคณะผู้ดำรงตำแหน่งนางสาวไทย ประจำปี 2569 ได้แก่ นางสาวจิราภรณ์ ศาลาแดง
'รบ.อนุทิน2' ลุยรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วธ. ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต
'ภท.' เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม แยก ก.กีฬา เพื่อให้ทำงานชัดเจน เร่งสางปัญหาปากท้อง ลดค่าครองชีพ ใช้ไฟต่ำกว่า 200 ยูนิต จ่ายหน่วยละ 3 บาท คลอดใน 3 เดือน ส่วนแก้รธน. ไม่รีบ

