
29 เม.ย.2566- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยได้เดินทางมา กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ทำพิธีห่มผ้ารอบพระบรมธาตุ และสวดอิติปิโส ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเปิดเวทีปราศรัยที่บริเวณสนามหน้าเมือง ถนนราชดำเนิน ในช่วงเย็น
นายชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ในขณะนี้อาจจะดีกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ประชาชนในพื้นที่นครศรีธรรมราชก็ให้ความรักทั้งลุงตู่และลุงป้อมอยู่แล้ว ดูจากการเลือกตั้งเมื่อปี 62 ที่ผ่านมา ก็ได้รับ ส.ส.ถึง 4 คน วันนี้เมื่อทั้ง 2 ลุงแยกกันทำงาน ตนก็เชื่อมั่นว่า พรรคพลังประชารัฐก็ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจจนประชาชนมีความเชื่อมั่นและรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือ ลุงป้อม และอยากให้เขาไปทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน
กรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ขอแรงสนับสนุนจากชาวเมืองคอนในฐานะสะใภ้เมืองคอน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ลุงป้อมก็เป็นนายหัวเมืองคอน ทำงานเพื่อประชาชน ช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีปัญหาอะไร พล.อ.ประวิตรก็ลงมาดูแลโดยตลอด ตนมั่นใจว่า คะแนนนิยมดีกว่าแน่นอนส่วนจะได้ ส.ส.กี่คนนั้น ก็คงจะระบุได้ยาก รู้เพียงแค่ว่าพล.อ.ประวิตร สู้ทุกที่ สู้ทุกเขต เพราะเราเป็นพรรคใหญ่และที่ผ่านมาก็เป็นแกนนำรัฐบาล เราก็สู้ทุกเขตทั่วประเทศ
นายชัยวุฒิ ได้เข้าขอพรให้ชนะเลือกตั้ง ให้ประชาชนรักและศรัทธาในพรรคพลังประชารัฐ เลือกพรรคพลังประชารัฐให้เข้าไปเป็นรัฐบาล ทำหน้าที่เพื่อประชาชน
ส่วนกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศพร้อมลาออกจากหัวหน้าพรรค หากเพื่อไทยจับมือร่วมรัฐบาลกับ พปชร.หรือ รทสช.นายชัยวุฒิ กล่าวว่า จริงๆ ก็ไม่อยากให้ นพ.ชลน่าน ลาออก ก็เห็นใจท่านแต่ในอดีตที่ผ่านมาก็เคยเห็นหัวหน้าพรรคลาออกมาแล้ว เพราะหัวหน้าพรรคก็อาจจะคิดไม่ตรงกับพรรคก็ได้ ทั้งนี้ก็คงต้องดูผลการเลือกตั้ง ไม่อยากให้รีบตัดสินว่า ใครจะจับมือกับใคร ที่สำคัญวันนี้นโยบายหรืออุดมการณ์บางอย่างของเรากับเขา ก็อาจจะไม่ตรงกัน แต่ถ้าหากมีการจับมือร่วมกันทำงาน ก็คงต้องมีการพูดคุย ทำข้อตกลงร่วมกัน แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว ไม่สามารถจับมือกันได้ ก็คงต้องแยกย้ายกันทำงาน
“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เพราะทุกพรรคก็มีนโยบายที่แตกต่างกัน ผู้สมัครก็แตกต่างกันประชาชนก็คงเลือกผู้สมัครที่มาทำงานรับใช้ได้ ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ เราก็พร้อมที่จะทำงานรับใช้ชาวนครฯทุกคน ขอให้ทุกคนเลือกพรรคที่รัก เลือกคนที่ใช่คนที่ชอบ อย่าไปยึดติดกับฝ่าย เพราะภายหลังการเลือกตั้ง มันไม่มีผ่านหรอกครับ ก็สลายกันไปหมด ต่างฝ่าย ต่างอาจจะมาจับมือกันร่วมรัฐบาลไป ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้หมด”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อัครนันท์’ ลุยเคาะประตูบ้าน เขต 1 กาญจนบุรี ชูประกันกำไรเกษตร 30%
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 1 เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย ตลอดทั้งวันลงพื้นที่หาเสียง ที่ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง กาญจนบุรี นั่งมอเตอร์ไซต์พ่วงข้าง เดินเท้าเคาะประตูบ้าน พบพี่น้องประชาชน
ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’
นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง
พรรครักชาติ สดุดีวีรชนทหารกล้า ฉะกลับ 'สม รังสี' เขมรรุกรานต้องชดใช้ค่าเสียหาย
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.พรรครักชาติ ร่วมสดุดีและรำลึกถึงเหล่าวีรชนทหารกล้า โดยนำดอกเบญจมาศสีขาว ไหว้ตั้งจิตระลึกถึงคุณงามความดีที่เหล่าทหารกล้าเสียสละเพื่อชาติไทย ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ
วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื

