
6 ม.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง”
ทำไม เพื่อไทย แทงกั๊ก
ผมได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้วาทกรรมว่า พรรคการเมืองที่ไม่ประกาศจับมือกับพรรคการเมืองใด เป็นพรรคเทาและเป็นพรรคอีแอบ ซึ่งดร.ยศชนัน ได้ตอบคำถามนี้ว่า “การที่จะปรักปรำใครในเรื่องนี้คิดว่าไม่ถูกต้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราทำการเมืองเพื่อประชาชน การฟังเสียงของประชาชน คือสิ่งที่เรายืนยันมาโดยตลอด และไม่ได้เพิ่งมาทำตอนนี้ และการที่จะตัดสินว่าใครเทาหรือไม่เทา เป็นหน้าที่ของประชาชนจะเลือก”
ดร.ยศชนัน ได้ตอบคำถามนี้ เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีท่าทีที่ชัดเจนว่า มีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร ในเวทีดีเบตหลายเวที เมื่อถูกถามว่าจะจับมือกับใครหรือไม่จับมือกับพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาลบ้าง ดร.ยศชนันได้บ่ายเบี่ยง และพูดในทำนองว่า จับมือกันได้กับทุกฝ่าย ทำให้มีการตีความไปว่า พรรคเพื่อไทยสามารถจะเข้าร่วมรัฐบาลกับทุกขั้ว เพราะในขณะนี้หลายฝ่ายประเมินว่า พรรคเพื่อไทยไม่ใช่พรรคอันดับ1หรืออันดับ2 หรือขั้วการเมือง เป็นพรรคตัวแปร เมื่อเป็นเช่นนี้ แน่นอนที่สุดว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเข้าไปแชร์อำนาจรัฐ ตราบใดที่เจ้าของพรรคคือ นายทักษิณ ชินวัตร ยังมีคดีความติดตัวอยู่หลายคดี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังมีคดีความที่จะต้องต่อสู้ รวมไปถึงการยึดทรัพย์ของครอบครัวชินวัตรที่ยังคาราคาซังอยู่ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย จึงจำเป็นที่พรรคเพื่อไทย จะต้องเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเข้าไปอยู่ในอำนาจรัฐ เพื่อจะได้ดีลเพื่อต่อรอง เพื่อสร้างเงื่อนไขช่วยเหลือทางการเมืองให้กับครอบครัวชินวัตร
เพราะฉนั้นการที่พรรคการเมืองจะประกาศจุดยืน โดยข้อเท็จจริงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในต่างประเทศพรรคการเมืองก็สามารถจะเปิดเผยจุดยืนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่า พรรคเหล่านั้นที่ประชาชนสนับสนุนมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร จะร่วมรัฐบาลกับพรรคใดหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ซึ่งเป็นการการเมืองอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยไม่กล้าผลีผลามที่จะเลือกข้าง ก็น่าจะมาจากเหตุผลหนึ่ง ในสมัยที่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาปี 2566 ที่พรรคเพื่อไทยประกาศบนเวทีหาเสียงอย่างชัดเจนว่า จะไม่จับมือกับคณะรัฐประหาร กับกลุ่ม3ป. สุดท้ายก็ตระบัดสัตย์มาจับมือกับ 3ป. กับคณะรัฐประหาร ถือว่าเป็นการตระบัดสัตย์ที่สำคัญที่สุด ครั้งนี้จึงไม่กล้าฟันธงหรือประกาศชัดเจนว่า จะจับมือกับพรรคการเมืองใเหรือจะไม่จับมือกับพรรคการเมืองใด เพราะกลัวกลัวตระบัดสัตย์รอบ2
ส่วนกรณีที่ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ได้ปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในตอนหนึ่งว่า “เอากันชัดๆตรงนี้ต่อหน้าคนร้อยเอ็ดเลยครับ เลือกตั้งรอบนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 1 นโยบายพรรคเพื่อไทยต้องเป็นหลัก และนายกฯ ต้องชื่อ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไม่มีไปโหวตให้พรรคอื่น” ก็อยากให้ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กลับไปดูสิ่งที่ได้พูดไว้ตอนหาเสียง เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ว่าได้ปฏิบัติตามคำปราศรัยหาเสียงในครั้งนั้นหรือไม่ ไม่อยากหน้าแตกครั้งที่2 ต้องลาออกจากผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยอีกครั้งหนึ่ง เพราะในวันที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ นโยบายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ก็ไม่สามารถผลักดันได้ ทุกนโยบายที่หาเสียงไว้เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 รัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ไม่สามารถผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้สำเร็จเลย ครั้งนี้การจะมาขอโอกาสอีกต้องตอบคำถามกับประชาชนให้ได้ว่า มีโอกาสเป็นรัฐบาลแล้วยังทำไม่ได้ จะขอโอกาสไปเป็นรัฐบาลครั้งหนึ่ง ไม่อายประชาชนบ้างหรือ จะตอบคำถามตอบประชาชนอย่างไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สังคมขานรับ 'ดรีมทีม' ภูมิใจไทย กระแสแรงดึงคนนอกร่วมบริหาร
การเปิดตัว "ดรีมทีม" ของพรรคภูมิใจไทย ที่ดึงบุคคลจากนอกแวดวงการเมืองอย่าง "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" และ "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" มาเป็นรัฐมนตรีสมัยหน้าและคนรุ่นใหม่ของพรรค อย่าง "ไชยชนก ชิดชอบ" เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย "ซาบีดา ไทยเศรษฐ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ใครกันที่เปลี่ยนไป! เมื่อก่อนคนใต้ไม่ชอบ 'พท.-ธรรมนัส'
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตามจริง เมื่อก่อนคนปักษ์ใต้ ไม่ชอบพรรคเพื่อไทยเลย
'ปลอดประสพ' กระตุก 'ภท.' คำนึงถึงเรื่องน้ำท่วมใหญ่ เหมือนพรรค 'ดร.เอ้-ดร.เชน' บ้าง
โลกอยู่ในภาวะร้อนขึ้นและรวนหนัก ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนและมีทะเลสองฝั่ง จึงคาดเดาได้ว่า ปัญหาจะเป็น ฝนหนัก น้ำท่วม การเตือนภัย การเผชิญเหตุ จึงเป็นเรื่องสำคัญ
'ส้ม' ท้าชน 'พท.' ยกทัพใหญ่บุกอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง 'เท้ง' ลั่นปักธงทั่วอุดรฯ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ไปหาเสียงที่อุดรธานี ที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของคนเสื้อแดง
รัฐบาลปีม้าหนี'ทุนสีเทา'ไม่พ้น วัดใจ'พลังเงียบ'ชี้ชะตาประเทศ
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า

