'ยศชนัน' เผยโพลพรรคคะแนนนิยม กทม.พุ่ง หลังลงพื้นที่รับฟังปัญหา ชูนโยบายลดรายจ่าย พิชิตใจคนเมืองกรุง บอกปราศรัยใหญ่กรุงเทพ พรุ่งนี้ ! เปิดนโยบายเชิงสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ
07 ม.ค.2568 - ที่มัสยิดอัลอิสติกอมะห์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประเมินกระแสหรือทำโพลสำรวจของพรรคในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลังลงพื้นที่ต่อเนื่อง ว่า มีตลอด เพราะพรรคมีข้อมูลของคนในพื้นที่นั้น ปัจจุบันมีการลงพื้นที่มาโดยตลอด และพบว่าเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นมาก ซึ่งทำให้มีกำลังใจในการลงพื้นที่ และจะสังเกตได้ว่าตนจะเดินไปแต่พื้นที่ที่สะท้อนถึงเรื่องนโยบาย ซึ่งการที่มาเขตทุ่งครุ เพื่อมารับฟังความเห็นจากพี่น้อง เพื่อนำไปสะท้อนนโยบายของเราเอง
เมื่อถามว่าได้มีการประเมินไปถึงเรื่องตัวบุคคล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัคร นโยบายหรือไม่ว่าคะแนนนิยมพรรคที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ มาจากปัจจัยใด นายยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านเมืองต้องการไปข้างหน้า ดังนั้น การที่เราไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ไม่ไปพูดถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดี แต่เราพยายามพูดถึงนโยบายที่นำไปสู่พี่น้องประชาชนแบบลงรายละเอียด ซึ่งทำให้ทุกคนเริ่มกลับมามองเรา เข้าใจในแนวทางของเรา เพราะเรามีคนที่พร้อมจะทำ และมีประชาชนที่พร้อมจะสอดรับนโยบายเรา ทำให้ 2 - 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น และเราลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าจะเลือกตั้งแล้ว เราลงพื้นที่ เพราะฉะนั้น ความเข้าใจปัญหาในพื้นที่ของผู้สมัครของเรามีค่อนข้างสูง ซึ่งการไปลงพื้นที่ของเราก็เพื่อไปสอบถาม เช่น มาที่ทุ่งครุ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม ก็ต้องมารับฟังปัญหา และกลับไปแก้ไขให้เท่าเทียม เช่น การเดินทางไปพิธีฮัจญ์ ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เรารับประเด็นมา เพื่อนำไปแก้ไข และปรับปรุงปัญหาต่าง ๆ รวมถึงต้องแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด และการคมนาคม
เมื่อถามว่านโยบายใดที่จะนำมาพิชิตใจคนกรุงเทพฯ นายยศชนัน กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร มีปัญหาที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตนพยามทำให้ทุกนโยบายมีความเป็นรูปธรรม ซึ่งปัญหาที่เราจะทำได้หรือไม่ได้ กับที่ประชาชนต้องการ อยากให้แยกประเด็น ซึ่งวันนี้ค่าครองชีพสูง ประชาชนเดินทางไม่ได้ ต้องใช้รถทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน้าที่รัฐบาล ก็ต้องไปทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก เชื่อว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกคนเห็นด้วย และวันนี้ได้ออกเครือข่ายแผนที่ขึ้นมา รวมไปถึงทำการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังมีเรื่องค่าไฟฟ้าที่เรากำลังมองหาพลังงานทดแทน เพื่อทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงซึ่งเราเคยทำมาแล้ว จาก 4 บาท เหลือ 3 บาทกว่า รวมไปถึงการเพิ่มโอกาส เช่น การท่องเที่ยว เพราะถ้าการท่องเที่ยวดี นักท่องเที่ยวก็เข้ามา ซึ่งก็มาจากหลากหลายวัฒนธรรม ดังนั้น การที่เรามองว่าการลดรายจ่าย การปลดหนี้ และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน และคิดว่าจำนวนนโยบายไม่ได้สำคัญเท่ารูปธรรมที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง
เมื่อถามว่า การปราศรัยใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (8 ม.ค.) ที่ลานคนเมืองกรุงเทพมหานครนั้น จะมีอะไรเด็ดบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า ขอพูดทีเซอร์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคม และความเหลื่อมล้ำ และจะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เราจะลงพื้นที่ส่วนนี้เยอะมาก และในวันพรุ่งนี้ จะเป็นการเปิดนโยบายเกี่ยวกับเชิงสังคม และความเหลื่อมล้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังแทงกั๊ก 'จับ-ไม่จับ' มือใคร!
'จุลพันธ์' ไม่ทราบ สก.ผู้ช่วยหาเสียง เปิดศึกผู้สมัครพรรคคู่แข่ง มองเป็นเรื่องปกติช่วงเลือกตั้ง ย้ำเพื่อไทยชูนโยบาย-แนวคิดแคนดิเดตฯ เป็นหลัก ย้ำยังไม่คิดจับ-ไม่จับมือกับใคร หลังแอบหยอด ปชป.ในรายการดีเบต
ท่านเปาก็มา! พีระพันธุ์โชว์จับมีดประหารพยัคฆ์พิฆาตคนชั่ว
'พีระพันธุ์' โชว์จับมีด 'ประหารพยัคฆ์' พิฆาตคนชั่ว ลั่น 'รทสช.' ไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ชงแก้กฎหมายเอาผิดสแกมเมอร์ให้ทันสมัย เร่งกระบวนการให้เด็ดขาดรวดเร็ว
ทำได้ทุกอย่างช่วงเลือกตั้ง! จุลพันธ์โชว์แคะขนมครกหาเสียงย่านดอนเมือง
'จุลพันธ์' ฟิตลุยหาเสียงตลาดเช้าฝั่งโขงดอนเมือง-ตลาดเคหะท่าทราย เจอป้าแซว 'โอ้โหหล่อจัง' ก่อนสวมบทพ่อค้าสายหวาน โชว์แคะขนมครกแบ่งผู้สมัครชิม อ้อนขอเสียงหนุน 'ยศชนัน' เป็นนายกฯ
'ยศชนัน' ยกทีมเพื่อไทยไปหารือ กทม.โชว์วิสัยทัศน์
'ยศชนัน' แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย หารือร่วมรับฟัง 'ชัชชาติ-ทีม กทม.' ชูแนวคิด 'Empower' เชื่อมต่อรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ - ดันรถไฟฟ้า 20 บาท - แก้ปัญหายาเสพติด
ดร.เจษฎ์แก้เคล็ดปล่อยปลาไหลหลังโดน 'เรืองไกร' ร้อง กกต.สอบ
รับน้องใหม่แรง พรรครักชาติโดนแล้ว ทำ ดร.เจษฎ์แก้เเคล็ดปล่อยปลาไหลหลังโดน 'เรืองไกร' ร้อง กกต. สอบปมเต้นเกาหลัง
ดร.ณัฏฐ์ มองการเมืองปีพลังม้า อำนาจเก่ายังคุมเกม
นักกฎหมายมหาชนประเมินสมรภูมิเลือกตั้งปี 2569 ชี้พรรคใหญ่ไม่มีใครครองเสียงขาด กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์กลายเป็นตัวแปรสำคัญ เปิดทางขั้วอำนาจเดิมต่อรองจัดตั้งรัฐบาล แดงผสมน้ำเงินอาจเกิดขึ้นได้ แต่นายกฯต้องชื่อ “อนุทิน”

