
'อนุทิน' อ้อนคนคอน เลือก 'ภูมิใจไทย' ลบคำว่าลำบากออกจากความคิด ยืนยัน ทำงานไม่เคยทวงบุญคุณ ซัด ไม่มีหรอก 'สมบัติพ่อเฒ่า' มีแต่ของประชาชน ย้อนถามเลือกไปทำไม นายกฯก็ไม่ได้เป็น ขออะไรก็ไม่เคยได้ ดีแต่ปราศรัยโจมตีคนอื่น ฝาก 'อภิสิทธิ์' ไม่มีเวลาให้ คุยกับคนคอน มีประโยชน์กว่า เหน็บ บางพรรคไร้ สส.ใต้ เลยบอกเอาไว้ก่อน ไม่เหมือน ภท. เท่าเทียบทุกภาค
6 ก.พ.2569 - เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นปราศรัยใหญ่ที่ลานหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช ช่วยผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย หาเสียงทั้ง 9 เขต
โดยนายอนุทิน กล่าวปราศรัยว่า ทักทายเป็นภาษาใต้ พร้อมขอบคุณชาวเมืองคอนที่มาให้การต้อนรับ และมารับฟังการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย ที่เมืองนครศรีธรรมราช ในเย็นวันนี้ พวกเรามา เพราะพวกเราทุกคนอาสาสมัครมาเป็นคนรับใช้ของพี่น้องชาวเมืองคอน ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ขอให้คำมั่นสัญญาว่าพวกเราจะทำงานให้คนเมืองคอนมีความสุข มีความสุขสบาย มีคุณภาพที่ดีจนสุดชีวิต
นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยมาถึง แล้ว คนเมืองคอนจะต้องลบความลำบากออกจากส่วนลึกส่วนความคิดทั้งหมดไป เมืองคอนมีพระคุณกับตนมาก มาที่เมืองคอนมาขอ สส.จากพี่น้องตั้งแต่ปี 2562 ตอนนั้น ไม่ประสบความสำเร็จคนเมืองคอนยังไม่รักตน เพราะตนยังไม่เป็นเขยคนใต้ แต่พอ ปี 66 มีแฟนเป็นคนใต้แล้ว ในช่วงปี 2562-2566 พรรคภูมิใจไทย ที่มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งใจจะมาพัฒนาภาคใต้ให้ได้ ให้เกิดความเจริญ ทั้งเรื่องของระบบการขนส่งการเดินทาง จนกระทั่งเรื่องของสนามบินและการค้าการขาย ให้ได้ขยายไปทั่วปักษ์ใต้
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า พอปี 2566 คนเมืองคอนก็ใจอ่อนให้ สส.พรรคภูมิใจไทย 2 คน พอได้ 2 คนก็ดีใจจะตายแล้ว จากไม่มีอะไรเลย ตนก็มาเมืองคอนบ่อยมาก มากราบพระบรมธาตุ และศาลหลักเมือง จากนั้นนายอนุทิน ได้โชว์องค์จตุคามรามเทพ พร้อมบอกว่าตนไม่ใช่คนอื่นคนไกลและเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองคอนเหมือนกัน ขอไปขอมาจนได้เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นก็คิดถึงคนเมืองคอนก่อนเลยตั้งนายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรี และชักชวนคนที่คิดว่าเป็นคนเมืองคอนให้ความรักให้ความเชื่อใจให้ความเชื่อมั่นว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีมากกับพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชได้ ก็เลยได้ทุกคนที่อยู่บนเวทีแห่งนี้มาทำงานกับชาวบ้าน
"พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับคนใต้ เบอร์ 2 ที่สำคัญที่สุดของผม รองนายกรัฐมนตรีเป็นคนใต้ ปี 2566 ผมก็มาพูดอย่างนี้แหละ ปรากฏว่าให้ สส.มา 2 คน เปลืองยาฉีดคอมาก มาเที่ยวนี้ผมฉีดยาฉีดคอมาเรียบร้อย จะไม่ให้ 9 คนก็ใจดำไป เชื่อว่าพวกเราทุกคนมาที่นี้ไม่ได้มาให้มาเปลืองปากกาของพ่อแม่พี่น้องที่จะกาให้กับพวกเราในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ส่วนคนที่กาให้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ขอขอบคุณพี่กาให้เบอร์ 37 และ สส.ของผมเป็นที่เรียบร้อย กาให้ทั้งคนทั้งพรรค ไม่งั้นจะมาทำไมไปนั่งกินโรตีดีกว่า"
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ปีนี้ตนใช้เวลาใช้ความพยายามฝึกความสามารถเพราะเห็นว่า แต่ละคนมีฝีมือมีความเก่งกาจ มีประสบการณ์ และมีความตั้งใจที่จะรับใช้ประชาชน มาจากหลายพรรคไม่ได้มีความหมาย เพราะพรรคไม่ได้เป็นสมบัติของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ไหน ทุกพรรคการเมืองเป็นของประชาชนทุกคน โครงการต่าง ๆ จาก สส.หรืออดีตนักการเมืองก็เป็นของประชาชนทั้งนั้นไม่ใช่ของใคร ถ้าเขาอยากอยู่เขาก็อยู่แต่ถ้าเขาไม่อยากอยู่เขาก็มา มันไม่ได้มีเจ้าของ คนที่อยากรับใช้ชาติก็ต้องดูว่าแต่ก่อนอยู่กับตรงนู้นได้มาเป็น สส.ชาวบ้านต้องการอะไรไม่เคยได้ ขออะไรทำไม่ได้แต่พอมาอยู่กับภูมิใจไทยบอกมาเลยทำให้ได้หมด
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า พวกเราทำงานแบบใจกว้างเรื่องการเมืองเป็นเรื่องเล็กสำหรับพวกเรา แต่เรื่องความเจริญของประเทศไทย เรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน เรื่องความต้องการของพี่น้องประชาชนนั่น คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น มาทำงานไม่เคยมาทวงบุญคุณ แค่บอกอย่างเดียว ถ้าน้ำไม่ท่วมขอให้นึกถึงอย่างเดียวว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นคนทำให้ ไม่ได้ทวงบุญคุณแต่อย่าลืม
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ไม่ได้มาพูดถึงเรื่องการเมืองไม่เคยด้อยค่าใครไม่เคยว่าใครไม่เคยพูดคำหยาบ ไม่เคยพูดคำที่ไม่ดีไม่เคยพูดคำหยาบแม้แต่น้อย “ถ้าไม่เชื่อผมให้ตายโหงตายห่าเลย” เราไปนั่งฟังคนนู้นคนนี้แทนที่จะพูดถึงนโยบายพรรคตัวเองขึ้นเวทีมายังไม่ทันบอกอะไรจะทำอะไรให้พี่น้อง เพราะไม่มีนโยบายบอกเพียงอย่างเดียวให้ “เลือกผม ๆ” จะมีประโยชน์อะไรนายกฯ ก็ไม่ได้เป็น ขอให้ประชาชนลองเลือกพรรคที่เข้ามาแล้วไปทำงานให้กับประชาชนจริง ๆ ที่สำคัญที่สุดมีผลงานให้กับพ่อแม่พี่น้องเห็นเป็นประจักษ์ชัด นั่นคือพรรคภูมิใจไทย พวกเราอาจจะพูดไม่เก่ง แต่รูปหล่อแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เราไม่ได้เติบโตมาในวัฒนธรรมที่ต้องแก่งแย่งชิงดีกันเราเติบโตมาท่ามกลางวัฒนธรรมที่เป็นพี่เป็นน้องอยู่ ในพรรคภูมิใจไทยเป็นปึกแผ่นกันหมดเรารับฟัง สส.ของพรรคภูมิใจไทยเพราะพรรคภูมิใจไทยเสี้ยมสอนให้คนในพรรครับทราบว่า ความต้องการของประชาชนคือสิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติ ดังนั้นขอให้ประชาชนลองใช้พรรคภูมิใจไทยอย่างเต็มที่อีกครั้งมา 2 คน ยังไม่พอต้องมาครบจังหวัด 9 คน
"ส่วนเรื่องบัดสีบัดเถลิงไม่มี ผู้สมัครทุกคนทำมาหากินอย่างสุจริต ที่ผ่านมามีผลงานมีเกียรติยศ ทั้งอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด หมอ ซึ่งบางพรรคการเมืองบอกว่าจะไม่ร่วมกับใคร ทั้งที่ยังไม่ทันเลือกตั้ง มีเพียงแต่ภูมิใจไทย ที่บอกว่าให้เลือกแล้วบอกอย่างชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง"
พร้อมทั้งได้ยกตัวอย่างโครงการคนละครึ่งพลัสที่ทำมา แม้จะบริหารงานเพียง 3 เดือน ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่กำลังจะทำ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมีผู้ขอให้ยุบสภาก่อน นายอนุทิน ย้ำว่าการพัฒนาภาคใต้ จะเป็นเรื่องที่สำคัญ และหากกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะพัฒนาทุกพื้นที่ในประเทศไทย บางพรรคการเมืองเคยบอกว่าหากไม่มี สส.ภาคใต้ก็ต้องถูกกันงบประมาณไว้ทีหลัง แต่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยได้พร้อมกันทั้งหมด เจริญไปก้าวเดียวกันพร้อมกันทั่วประเทศ
นายอนุทิน กล่าวต่ออีกว่า แม้จังหวัดนครศรีธรรมราช ห่างชายแดนไทยกัมพูชาหลาย พันกิโลเมตร ก็ยังได้ยินเสียงประชาชนบอกว่าไม่ให้เปิดด่าน หากทุกคนรักชาติต้องการให้ปิดด่านก็จะให้เป็นไปตามนั้น ไม่ต้องกังวลหรือคิดอะไรมาก รวมทั้งสิทธิประโยชน์ทางทะเลในพื้นที่ข้อพิพาท ซึ่งหาหพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐบาลจะยกเลิก MOU 44 และหากเจรจากันต่อ หากเจรจาไม่ได้ก็ไม่ต้องเจรจา เพราะที่ผ่านมา 30 ปีก็ไม่ได้มีอะไรที่ได้ทำอยู่แล้ว
ซึ่งพรรคภูมิใจไทยทำงานตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน มีการพัฒนาภาคใต้ทั้งการตัดถนน รถไฟ รวมไปถึงนโยบายแลนด์บริดจ์ที่จะเดินหน้าโดยไม่มีการตัดคลอง แต่จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่าง 2 ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย เพราะจากนี้ไปประเทศไทยจะมีความสำคัญต่อชาวโลก ต้องพัฒนาให้ทุกประเทศใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจ รวมทั้งการใช้พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรม ที่จะส่งผลให้การผลิตสินค้า และการส่งออกมีกำไรมากขึ้น อีกทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ใหญ่เหมาะแก่การพัฒนาด้านต่าง ๆ เมื่อนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และสงขลา พัฒนาก็จะส่งความเจริญไปให้กับ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาความรุนแรงจะลดลง แต่เรื่องดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องใช้คนที่กล้าลงมือทำ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ขอให้กาบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบ ทั้งคนทั้งพรรค ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง ไม่ต้องใช้คนละครึ่งกับพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคจะมอบโครงการคนละครึ่งให้กับประชาชน หากเลือกกันไม่ครบจากคำว่าพลัส จะเป็นคำว่าพลัด
ทั้งนี้ นายอนุทิน ย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ใช่พรรคการเมืองที่มี สส.เต็มภาคแต่ไม่ทำอะไรให้กับชาวใต้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะเรื่องนี้มีปัญหาที่ติดอยู่เรื่องเดียวคือความใจกว้าง ใจแคบ เมื่อถึงเวลาปราศรัยขึ้นเวทีมาได้แต่ด้อยค่า ด่าทอกัน อย่างการดีเบตที่กรุงเทพมหานครเย็นวันนี้ พรรคภูมิใจไทยส่งนางศุภจี สุธรรมพันธ์ ไปร่วมรายการ แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ จะขอคุยกับนายอนุทิน
"ซึ่งปมก็อยากบอกว่าไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรไม่มีประโยชน์ ขอคุยกับคนคอนมีประโยชน์มากกว่า ผมไม่ไปหรอก จะเล่นการเมืองกับประชาชน เล่นการเมืองกับประเทศไม่ได้ เพราะแบบนี้พรรคภูมิใจไทยถึงใหญ่ขึ้นมาได้ เพราะคิดถึงประเทศ และประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่พอเล็กลงอยู่นิดเดียวก็มานั่งโทษว่าเป็นความผิดพลาดอื่น"นายอนุทิน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิธา' ขอคะแนนคนขอนแก่นถล่มทลาย ชูประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ให้คนเพียงไม่กี่คนอยู่เหนือหัว
ปชน.เปิดเวทีใหญ่ขอนแก่น 'พิธา' ขอคะแนนถล่มทลาย ย้ำอีสานต้อง 'สองเด้ง' ชูประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ให้คนเพียงไม่กี่คนอยู่เหนือหัว เปลี่ยนขอนแก่น–อีสาน–ประเทศไทย เลือกส้มสองใบแบบม้วนเดียวจบจะได้ไม่ซ้ำรอย
'สาธิต' รวมพลังประชาธิปัตย์ระยอง ปราศรัยโค้งสุดท้าย ชูพรรค ปชป. เป็นทางรอดประเทศ
บรรยากาศการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งคึกคัก เมื่อ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ “รวมพลังระยอง โค้งสุดท้าย” ขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นพลังสำคัญในการผลักดันการเมืองสุจริตและพาประเทศก้าวพ้นวิกฤต
'อนุทิน' หาเสียงเมืองคอน ช่วยผู้สมัคร ภท. 9 เขต มั่นใจแนวโน้มดีเพราะใกล้ชิดชาวบ้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความมั่นใจในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่ง พรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัคร ครบทั้ง 9 เขต ว่า เรามั่นใจว่าคนที่พรรคภูมิใจไทยส่งทุกคนเป็นคนที่รู้จักชาวบ้านรู้จัก รวมถึงรู้จักพื้นที่มีความใกล้ชิด
'ดร.โอฬาร' แนะฝ่ายอนุรักษ์เร่งรวมเสียงโค้งสุดท้าย การันตี 'อนุทิน' นั่งนายกฯ
ศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย ในส่วนของความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า
‘อภิสิทธิ์’ หนุนผู้สมัคร กทม. เขต 21 ดันโมเดลจัดการขยะ ชูเศรษฐกิจสีเขียว
“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ” นำทีมประชาธิปัตย์แถลงสนับสนุนแนวทางจัดการขยะและมลพิษเชิงรุก เคียงข้าง ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร สส.กรุงเทพ
'ศุภมาส' มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. พร้อมจัดปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน 6 ก.พ.นี้
"ศุภมาส" เผยปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้ เป็นภาค 2 ต่อจากเวทีสวนลุมพินี ปล่อยของแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อ้อน ออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัวบ้านเมืองเสี่ยง มั่นใจปักธงเมืองกรุงได้แน่ แต่ไม่รู้กี่ที่นั่ง

