
'พลเอกรังษี' ปราศรัยเดือด!กลางหาดใหญ่ 'ไทยล้มละลายทางบัญชีแล้ว' เตือนหากไม่รีบผ่าตัด ปี 69 จะเกิด'ลียุค' ล่มสลายทางเศรษฐกิจ เหตุหนี้รวม 55 ล้านล้านบาท ชาวหน้าแบกหนี้หลังอานไม่มีกำลังซื้อ ตลาดเงียบเหงา ชูธงเลิกประชานิยม-ยาพิษ ยันไม่แจกเงินแต่สร้าง 'เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่' ด้วยเมกะโปรเจกต์ 'Ocean Link-ไฮสปีดเทรน' พลิกฟื้นด้ามขวาน พร้อมงัดไม้ตายปราบโกง 'ประหารชีวิต' อ้อนชาวใต้ขอโอกาสสุดท้ายเลือก 'พรรคเศรษฐกิจ'แบบแลนด์สไลด์
6 ก.พ.2569 - เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเข้มข้น ภายหลังพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำและผู้สมัครส.ส.พรรคเศรษฐกิจ เดินทางลงพื้นที่พบปะสมาคมชาวประมงและเครือข่ายประมงทั่วประเทศ 22 จังหวัด ที่สำนักงานสมาคมชาวประมงปัตตานี จากนั้นในช่วงค่ำได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่บริเวณสี่แยกสะพานดำ เขต 8 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ท่ามกลางพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา และจังหวัดใกล้เคียงที่หลั่งไหลมารับฟังการปราศรัยจนแน่นขนัด
ภายหลังแกนนำพรรคเศรษฐกิจและผู้สมัครส.ส.สลับกันขึ้นปราศรัยแล้ว พลเอกรังษี ได้ใช้เวทีนี้ประกาศจุดยืนครั้งสำคัญด้วยการ "พูดความจริงที่เจ็บปวด" เกี่ยวกับสถานะการเงินการคลังของประเทศ โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทน แต่คือการชี้ชะตาชีวิตของคนไทย 68 ล้านคนว่าจะ "อยู่" หรือ "ไป"
จากนั้น พลเอกรังษี เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจเชิงลึกที่น่าตกใจว่า "วันนี้ผมต้องพูดความจริงกับพี่น้องประชาชนว่าประเทศไทยล้มละลายทางบัญชีเรียบร้อยแล้ว ถ้าเราไม่รีบแก้ไข ปี 2569 นี้จะเกิดกลียุคใหญ่ ประชาชนจะถูกยึดบ้าน ยึดรถ นับล้านคัน ตลาดทั่วประเทศเงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าไม่มีลูกค้า นี่คือผลพวงของนโยบายประชานิยมที่มอมเมาประชาชน พรรคเศรษฐกิจ จึงขอประกาศชัดเจนว่า เราไม่มีนโยบายลดแลกแจกแถมอเพราะนั่นคือยาพิษ แต่เราจะสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้คนไทยยืนได้ด้วยตัวเอง"
หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ขยายความถึง "วิกฤต 3 ก้อน" ที่กำลังกดทับประเทศไทยว่า ปัจจุบันไทยมีหนี้สินรวมกันถึง 55 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 1.หนี้สาธารณะ 12.6 ล้านล้านบาท 2.หนี้ครัวเรือน 16.4 ล้านล้านบาท และ 3.หนี้ภาคธุรกิจที่พุ่งสูงถึง 25 ล้านล้านบาท ซึ่งตัวเลขมหาศาลนี้คิดเป็น 3.5 เท่าของจีดีพี และสูงถึง 17 เท่าของงบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลต้องจัดสรรงบฯ เพื่อจ่ายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวปีละกว่า 2.2 แสนล้านบาท ทำให้ไม่เหลือเงินมาพัฒนาประเทศ
พลเอกรังษี กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่จริงทั่วประเทศ รวมถึงตลาดกิมหยงและย่านเศรษฐกิจในหาดใหญ่ พบสภาพความเป็นจริงที่น่าหดหู่ คือ "พ่อค้าแม่ค้านั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ" เพราะไม่มีลูกค้าเดินซื้อของ สะท้อนว่ากำลังซื้อของคนไทยหดหายไปจนหมดสิ้น นอกจากนี้ยังมีสถิติที่น่ากังวลในปีที่ผ่านมา มีบ้านและคอนโดถูกยึดกว่า 2 ล้านยูนิต รถยนต์ถูกยึด 3.1 ล้านคัน (มอเตอร์ไซค์ 1.7 ล้านคัน รถยนต์/ปิกอัพ 1.4 ล้านคัน) รวมถึงคดีฟ้องร้องบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลอีกกว่า 2 ล้านคดี
"นี่คือหลักฐานว่าประชาชนไม่มีแรงซื้อแล้ว ถ้าเรายังใช้นโยบายแจกเงินเหมือนเดิม ไม่เกิน 6 เดือน ประเทศจะล่มสลายทางเศรษฐกิจทันที" พลเอกรังษี ย้ำ
พลเอกรังษี เสนอทางออกเพื่อแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างรายได้ใหม่เข้าประเทศผ่าน 2 โครงการยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ธนาคารโลกยืนยันว่าจะช่วยยกระดับรายได้คนไทยจาก 2 แสนบาท เป็น 6 แสนบาทต่อปี คือ1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโลก (Global Connectivity): วางยุทธศาสตร์เชื่อมต่อ 4 ทิศทาง โดยไฮไลท์สำคัญสำหรับคนภาคใต้คือ "เส้นทางสายใต้" ที่จะเชื่อมต่อตั้งแต่ ชุมพร ระนอง ลงมายัง หาดใหญ่ และสุไหงโก-ลก เพื่อเชื่อมต่อกับการรถไฟมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งจะเปลี่ยนให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการท่องเที่ยวของภูมิภาค
2. โครงการโอเชียนลิงค์ (Ocean Link): หรือทางเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก ผ่านเส้นทางระนอง-ชุมพร ซึ่งแตกต่างจากแลนด์บริดจ์เดิม โดยจะพัฒนาพื้นที่ 3 แสนไร่ตลอดสองข้างทางให้เป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึก คลังสินค้า คลังน้ำมัน นิคมอุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก รองรับทั้งเรือสินค้าและเรือสำราญ (Cruise) ขนาดใหญ่
"หากพรรคเศรษฐกิจเป็นรัฐบาล ผมพร้อมเซ็น MOU กับรัฐบาลจีนภายใน 1 เดือน เพื่อเริ่มสำรวจและลงทุนทันที สิ่งนี้จะสร้างงานมหาศาล สร้างเมืองใหม่ และดึงนักท่องเที่ยวจีนและทั่วโลกกลับมาสู่หาดใหญ่และภาคใต้"
ในภาคการเกษตร หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ประกาศนโยบายที่ถือเป็นการ "ปลดแอก" เกษตรกรไทย คือการมอบ "ใบอนุญาตส่งออก" (Export License) ให้กับเกษตรกรโดยตรง ตัดวงจรนายทุนและค่าคอมมิชชั่นมหาศาล เพื่อให้เกษตรกรได้รับกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ยังเตรียมนำที่ดินราชพัสดุทั่วประเทศกว่า 1 แสนไร่ (เฉพาะสงขลา 4 หมื่นไร่) มาจัดสรรให้เกษตรกรเช่าทำกินในราคาถูก ไม่เกิน 100 บาทต่อไร่ต่อปี พร้อมจัดตั้งนิคมเกษตรสมัยใหม่ที่มีศูนย์โดรนเพื่อการเกษตร ให้บริการพ่นปุ๋ย-ยา ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต
ช่วงท้ายของการปราศรัย พลเอกรังษี เรียกเสียงเชียร์กึกก้องด้วยนโยบายปราบปรามการทุจริต โดยระบุว่า ปัญหาคอร์รัปชันคือก้อนมะเร็งร้ายที่ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน ตนจึงขอประกาศแก้กฎหมายให้คดีทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง มีบทลงโทษสูงสุดคือ "ประหารชีวิต" ทั้งผู้ให้และผู้รับสินบน
"โดยเฉพาะข้าราชการที่ทำผิดมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต้องจัดการให้เด็ดขาด ผมจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แยกอำนาจการสอบสวนออกจากตำรวจ ให้เหลือเพียงอำนาจจับกุม เพื่อความโปร่งใส และจะรื้อระบบกรมราชทัณฑ์ ยกเลิกเกณฑ์ลดโทษให้นักโทษคดีร้ายแรง ไม่ให้คุกเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนของคนชั่ว" พลเอกรังษี กล่าว
พลเอกรังษี ทิ้งท้ายด้วยการเล่าถึงภารกิจเมื่อช่วงเช้าที่ได้ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี รับฟังปัญหาพี่น้องชาวประมงที่เดือดร้อนจากกฎหมายที่ล้าหลัง โดยรับปากว่าจะแก้ไขทันทีที่เป็นรัฐบาล พร้อมขอคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวสงขลาและภาคใต้ ให้ตัดสินใจเลือกพรรคเศรษฐกิจแบบแลนด์สไลด์ เพื่อให้ได้เสียงข้างมากเข้าไปจัดตั้งรัฐบาล ผ่าตัดประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตล้มละลาย
"เหลือเวลาอีก 2 วัน อนาคตประเทศอยู่ในมือท่าน ผมและพรรคเศรษฐกิจอาสาเข้ามาเป็นทางออก ไม่ใช่เพื่อขายฝัน แต่เพื่อลงมือทำ" พลเอกรังษี กล่าวปิดท้าย ก่อนเตรียมเดินทางไปปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 6 ก.พ.




ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาแล้ว! กกต. แพร่ความเห็น เจาะลึกนโยบาย 'ประชานิยม' ที่มางบไม่ชัดเจน หนี้สาธารณะพุ่ง
กกต.เผยแพร่ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน 51 พรรคการเมือง 4 หน้า พบ นโยบายหลายพรรคหาเสียงไม่ตรงปก ที่มางบประมาณคลุมเครือไม่ชัดเจน เสี่ยงกระทบวินัยการเงินการคลังประเทศ หนี้สาธารณะพุ่ง
จี้ กกต. สั่งพรรคการเมืองแก้ไขนโยบายประชานิยม ไม่ให้กระทบวินัยการคลังประเทศ
ชาญชัย-สมชาย-คมสัน-ทนายนกเขา จี้กกต.สั่งให้พรรคการเมืองแก้ไขนโยบายประชานิยม ไม่ให้กระทบวินัยการคลังประเทศ ขู่ให้เวลา 3 วัน ไม่เช่นนั้นจะฟ้องเอาผิดแพ่งและอาญากกต.
'พล.อ.รังษี' แฉซื้อเสียงระบาดหนัก พุ่งหัวละ 5,000 บาท แจงข้อกังขา 'ประธานคริส' มีอำนาจเหนือพรรค
พล.อ.รังษี’แจงข้อกังขา 'ปานเทพ' ปม' ประธานคริส' มีอำนาจเหนือพรรค ยันลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 10 เป็นยุทธศาสตร์แบ่งงาน ‘บริหาร-นิติบัญญัติ’ ไม่ยึดติดอำนาจ หวังสร้างการเมืองใหม่ที่โปร่งใส พร้อมเปิดหน้าชนโค้งสุดท้าย แฉขบวนการซื้อเสียงระบาดหนักทั่วประเทศ พุ่งหัวละ 5,000 บาท คาดสะพัดกว่า 1.2 หมื่นล้าน ชี้เป็นเงิน ‘ธุรกิจสีเทา-สแกมเมอร์
'อ.บุญส่ง' เปรียบความแตกต่าง 'นโยบายเพื่อประชาชน' กับ 'การซื้อเสียงเชิงนโยบาย'
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง “นโยบายเพื่อประชาชน” กับ “การซื้อเสียงเชิงนโยบาย” มีเนื้อหาดังนี้
'พล.อ.รังษี' เตือน! สัญญาณปะทะรอบ 3 กกต.เตรียมรับมือ ลั่น ถ้าเป็นนายกฯต้องรบนอกบ้าน
'พล.อ.รังษี' เตือน! เขมรขุด 'คูเลต' คือสัญญาณปะทะรอบ 3 คาดเดา 'ฮุนเซน' ไม่ได้ ถ้ายิงจรวดเข้ามาในวันเลือกตั้ง8ก.พ.รัฐบาล-กกต.ต้องเตรียมรับมือ ลั่น!ถ้าเป็นนายกฯเขมรโจมตีพลเรือนอีกต้องรบนอกบ้านยึดภูมิประเทศสำคัญ สั่งถล่มบ่อนกาสิโนทั้งหมด พร้อมเลิก MOU 43 - MOU 44
พล.อ.รังษี เชื่อประชาชนรู้เท่าทันนโยบายเพื่อไทย 'สุ่มแจกเงินล้าน' พาชาติจมกองหนี้
หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ เปิดใจโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง อัดยับนโยบายประชานิยมสิ้นคิด พรรคเพื่อไทยสุ่มแจกเงินล้าน เป็นเพียงการย้ายเงินกระเป๋าซ้ายเข้ากระเป๋าขวาแต่หนี้พุ่ง ย้ำประเทศไทยกำลังโคม่าเหมือนผู้ป่วย ICU หนี้ท่วม 3 ภูเขา ทะลุ 55 ล้านล้านบาท ลั่นพรรค

