"ธรรมนัส" โวถึงเวลาคนเมืองน่าน "เปลี่ยนยกจังหวัด" กล้าธรรม พร้อมลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก
6 กุมภาพันธ์ 2569 - เวลา 12.00 น. บริเวณหนองน้ำครก อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)น่าน ของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ เขต 1 นายณัฐ เธียรสูตร หมายเลข 8 ,เขต 2 นายประสิทธิ์ โทมะ หมายเลข 3 และเขต 3 นายรัฐภูมิ ขันสลี หมายเลข 1 โดยมีการนำเสนอนโยบายสำคัญของพรรค ท่ามกลางประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก
โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวบนเวทีช่วงหนึ่งถึงปัญหาน้ำท่วมเมืองน่านว่า เป็นบาดแผลเรื้อรังที่ไม่เคยถูกแก้อย่างจริงจัง แม่น้ำน่านที่ทอดยาวกว่า 340 กิโลเมตร หากบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งการขุดลอก ปรับปรุงทางระบายน้ำ สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ และวางแผนระยะยาว จะสามารถลดความเสียหายจากน้ำหลากในฤดูฝน และเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อย่างยั่งยืน
“เหตุใดทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม ชาวบ้านต้องซ่อมบ้านเอง ฟื้นฟูไร่นาเอง รอการเยียวยาที่มาช้า ทั้งที่ปัญหานี้ควรได้รับการจัดการเชิงโครงสร้างมานานแล้ว เรื่องน้ำต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่แก้ปลายเหตุ หากพรรคกล้าธรรม ได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชน เราจะเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจรทันที เพื่อให้คนเมืองน่านไม่ต้องเผชิญภาพน้ำท่วมซ้ำซากอีก”
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการสะพานและการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคม ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางและการค้าระหว่างจังหวัดสะดวกขึ้น เปิดโอกาสให้ภาคการท่องเที่ยวและเกษตรกรรมเติบโต เมืองน่านมีศักยภาพสูง ทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเกษตร แต่ยังขาดการผลักดันอย่างจริงจังจากผู้มีอำนาจ
นอกจากนี้ เรื่องที่ดินทำกิน โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งเกษตรกรจำนวนมากถือครองในลักษณะที่ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้เต็มที่ ธรรมนัสเสนอแนวคิดปรับสถานะเอกสารสิทธิเป็นครุฑสีแดง เพื่อให้ผู้ที่ทำกินจริงมีสิทธิ์ชัดเจน สามารถใช้เป็นหลักประกัน สร้างมูลค่า และต่อยอดทางเศรษฐกิจได้ เขาย้ำว่าเกษตรกรต้องมีความมั่นคงในชีวิต ไม่ใช่ทำกินอยู่บนความไม่แน่นอน
ระหว่างการปราศรัย เขาเรียกผู้สมัครทั้งสามเขตขึ้นเวที พร้อมขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนในแต่ละพื้นที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องตอบรับอย่างคึกคัก ธรรมนัสแสดงความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวน่านพร้อมเปลี่ยน และพร้อมส่งผู้สมัครพรรคกล้าธรรมเข้าสภาแบบยกทีม
“การแก้ปัญหาน่านต้องทำควบคู่กันทั้งน้ำ ที่ดิน และเศรษฐกิจฐานราก เพราะทั้งหมดเชื่อมโยงกัน หากจัดการได้อย่างเป็นระบบ จังหวัดน่านจะไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่จะเป็นเมืองที่ประชาชนลืมตาอ้าปากได้อย่างแท้จริง ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวน่านที่พร้อมจะเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าขอให้เลือกผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมเข้าสภาแบบยกทีม”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชูวิทย์' ฟาดส้มจนวันสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ฟันธง ปชน. ไม่ได้อันดับ 1
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โค้งสุดท้าย "กระแสหรือกระสุน" เหลืออีก 48 ชั่วโมงจะถึง "วันพิพากษา" นักการเมือง ว่าใครจะสอบตก ใครจะได้ก้าวเท้าเข้าสภา หรือใครจะล้มช้าง!
'สาธิต' รวมพลังประชาธิปัตย์ระยอง ปราศรัยโค้งสุดท้าย ชูพรรค ปชป. เป็นทางรอดประเทศ
บรรยากาศการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งคึกคัก เมื่อ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ “รวมพลังระยอง โค้งสุดท้าย” ขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นพลังสำคัญในการผลักดันการเมืองสุจริตและพาประเทศก้าวพ้นวิกฤต
‘หมอวรงค์’ ปราศรัยใหญ่ ชู 1 เสียงในสภา ภารกิจปราบโกง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค ประกาศเป้าหมายเข้าสภาเพื่อตรวจสอบการทุจริตทางการเมือง ยืนยันแม้มี สส. เพียง 1 เสียงก็สามารถทำหน้าที่ปราบคอรัปชันได้ พร้อมขอแรงสนับสนุนประชาชนกาเบอร์ 29 บัตรสีชมพู และชวนลงประชามติ “ไม่เห็นชอบ” การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
'อนุทิน' หาเสียงเมืองคอน ช่วยผู้สมัคร ภท. 9 เขต มั่นใจแนวโน้มดีเพราะใกล้ชิดชาวบ้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความมั่นใจในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่ง พรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัคร ครบทั้ง 9 เขต ว่า เรามั่นใจว่าคนที่พรรคภูมิใจไทยส่งทุกคนเป็นคนที่รู้จักชาวบ้านรู้จัก รวมถึงรู้จักพื้นที่มีความใกล้ชิด
คิดแบบส้ม! 'ไอลอว์' หยามพรรคเล็ก 'ไม่เห็นชอบ' แก้ รธน. เป็นพวกไม่มีกระแส หิวแสง อยากออกกล้อง
ประชาธิปไตยสีส้ม! "ผอ.ไอลอว์" ไล่แซะคนเห็นต่าง เย้ยพรรคเล็ก "ไม่เห็นชอบ" แก้รัฐธรรมนูญ เป็นพวกไม่มีกระแสในช่วงเลือกตั้ง หมดลุ้นได้ สส.
'ดร.โอฬาร' แนะฝ่ายอนุรักษ์เร่งรวมเสียงโค้งสุดท้าย การันตี 'อนุทิน' นั่งนายกฯ
ศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย ในส่วนของความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า

