กกต.แจงยิบปมร้อนนับคะแนนใหม่ชลบุรี สั่งรองเลขาฯฝ่ายสืบสวน-ผอ.กกต.จังหวัดลงพื้นที่สางใน 2 วัน พร้อมลุยสอบกรณีหน่วยปทุมธานีนับใหม่พลการ ขอมองด้วยใจเป็นกลาง ตั้งหลักเสพสื่อโซเชียล ย้ำ กกต.ยึดหลักกฎหมาย
10 กุมภาพันธ์ 2569 - เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงถึงการเลือกตั้งสส. และการออกเสียงประชามติ ว่า กรณีขอให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่เขต 1 จ.ชลบุรี ในการเลือกตั้งเป็นสิทธิแต่ละบุคคลที่เข้าไปใช้โดยตรง ประเด็นต่อมาอาจมีผลบางจังหวัดที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน กรณีการนับคะแนนใหม่ตามกฎหมายเขียนไว้ชัดว่า เช่น กรณีผู้มาใช้สิทธิ กับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน กรณีนี้ กกต.ต้องพิจารณาว่าข้อเท็จจริงคืออะไร มีเหตุทำให้ต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เป็นประเด็นหนึ่ง ส่วนสองคือการเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนไม่เป็นไปโดยถูกต้อง เช่น การนับคะแนนอาจไม่ถูกต้อง อะไรก็ตาม เป็นเหตุให้ กกต.สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้ เป็นไปตามกระบวนการ
อย่างที่นำเรียนไปแล้ววานนี้ว่า กระบวนการนับคะแนน หากผู้มาใช้สิทธิ หรือประชาชนเห็นว่า ขั้นตอนไหนมีความผิดพลาด ขั้นตอนคือ กปน.จะบันทึกเอาไว้ ถ้าเปรียบเป็นตำรวจคือบันทึกประจำวัน ตรงนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะประกอบการพิจารณาของ กกต. กรณีร้องว่าขอให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ กกต.ต้องพิจารณาจากหลักฐานเหล่านี้ประกอบ ไม่อย่างนั้นใครมาร้องให้นับใหม่ หรือเลือกใหม่อย่างไรก็ได้ ต้องมีที่มา เหตุและผลก่อน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า กระบวนการวานนี้ที่เกิดขึ้นในเขต 1 จ.ชลบุรี คือกรณีประชาชนบางส่วนอาจมีความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือสงสัยเรื่องกระบวนการยุบรวมหีบบัตร ในกระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการลงคะแนน และนับคะแนนจะจบที่หน่วย หมายความว่าทุกหน่วย เมื่อนับคะแนนแล้ว รวมคะแนนแล้ว ต้องติดประกาศผลนับคะแนนบริเวณหน้าหน่วย ทุกหน่วยจะมีแบบนี้ เสร็จแล้วรวบรวมผลคะแนนทุกหน่วย มาส่ง ณ ศูนย์รวมคะแนนของอำเภอ เพื่อรวมผลคะแนนทุกหน่วยเป็นผลคะแนนของเขตเลือกตั้งนั้น ๆ
“หลังจากรวมผลคะแนนเรียบร้อย จะมีขั้นตอนกระบวนการเรียกว่า ยุบรวมหีบบัตร คือเอาหีบบัตรที่นับคะแนนจากทุกหน่วย มารวมกันในหีบเดียวกัน เพื่อเอาหีบเหล่านี้ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานที่ปลอดภัย เก็บไว้จนกว่าพ้นระยะเวลาการร้องคัดค้าน คือ 2 ปี นี่คือขั้นตอนที่อยากให้เข้าใจก่อน” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ซึ่งเหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี ระหว่างยุบรวมหีบบัตร การเตรียมตัวขนหีบบัตรจากการยุบรวมของเขต 1 ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมกำลังยุบรวม คิดว่ามีประเด็นทำไมหีบบัตรยุบรวม ไม่ได้คล้องสายรัดบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง นั่นคือเขาอยู่ระหว่างยุบรวมหีบบัตร บางหีบไม่ได้คล้องสายรัด มีการซีนโดยเทปกาวโดยรอบ ไม่สามารถให้ใครเปิดได้แน่นอน
“อาจมองว่ามีการออกข่าวว่า มีบัตรขีดคะแนน ใครก็ไม่รู้มาเผยแพร่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ ขอทำความเข้าใจว่า ในการยุบรวม อาจมีบางหน่วยซึ่งเขาไม่ได้พับแบบขีดคะแนนลงในหีบบัตร กรณีนี้ กกต.ประจำเขตจะรวบรวมกรณีพลัดหลงแบบนี้บรรจุในหีบไปรักษาไว้ ณ ที่ปลอดภัย" ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า หลายท่านคาใจกระบวนการนี้มีการทุจริตอะไรหรือไม่ อย่างที่บอกมีกระบวนการในการรีเช็คกัน ทุกหน่วยเขาจะมีรายงานผลการนับคะแนน ซึ่งภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.5/18 และ สส.5/18 (บช.) ส่วนนี้ติดไว้หน้าหน่วยแล้ว กระบวนการแก้ไขคะแนนเป็นไปไม่ได้ เพราะมีการติดไว้หน้าหน่วยแล้ว เปิดเผยต่อสาธารณชนตรวจสอบได้ ไม่ใช่มาถึงตรงนี้แล้ว มีการเปิดหีบ แก้ไขคะแนน ไม่สามารถทำได้
ส่วนประเด็นเมื่อวานมีเศษวัสดุอุปกรณ์ มีการแก้ไขหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ อย่างที่นำเรียนเป็นกระบวนการยุบรวมหีบบัตร และเก็บวัสดุอุปกรณ์ของเขต 1 อาจมีเศษวัสดุอะไรก็ตาม เช่น เศษสายรัดบ้าง เพราะเขาต้องตัดสายรัดเปิดหีบเอาบัตรรวมกัน ทั้งนี้ที่ขอให้นับคะแนนใหม่ได้หรือไม่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายก่อน เป็นอำนาจ กกต. โดย ฝจะพิจารณาจากหลักฐาน ข้อเท็จจริง คำร้องคัดค้าน แต่ละขั้นตอน เอารายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยมาดูว่ามีที่มาที่ไปหรือไม่อย่างไร
กรณีของชลบุรีถึงถามว่าทำไมไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ทันที ขั้นตอนต้องอยู่ในการพิจารณาของ กกต.ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ กกต.มีความห่วงใย และอยากให้กระบวนการของเราเป็นไปโดยชอบเรื่องกฎหมาย เลยมอบหมายรองเลขาธิการ กกต.ไปตรวจสอบเลยว่าข้อเท็จจริงอย่างไร มีการคัดค้านหรือไม่ หรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ให้แล้วเสร็จใน 2 วัน ดังนั้นภายใน 2 วันจะมีความชัดเจนสำหรับชลบุรี
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดชลบุรี รายงานผลคะแนนภาพรวม จ.ชลบุรี เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า ภาพรวมการเลือกตั้ง มีกระบวนการอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ กระบวนใดมีการคัดค้านทักท้วงหรือไม่ เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า จะงดประกาศผลหรือไม่ สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ หรือสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ เป็นไปตามเงื่อนไข ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย โจทย์ของชลบุรีคือ ทุกอย่างไม่เกิน 2 วัน ทีมรองเลขาธิการ กกต.ด้านสืบสวน จะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที และทีมงาน ผอ.กกต.ชลบุรี ต้องรายงานใน 2 วัน แล้ว กกต.จะพิจารณาตามข้อกฎหมาย สมมติถ้าเป็นจริง กกต.จะปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา 124 แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. อาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่
ส่วนบางจังหวัดเช่น มหาสารคาม มีคะแนนคลาดเคลื่อน แต่คำว่าคะแนนคลาดเคลื่อนไม่ใช่เกิดจากประกาศที่หน่วย รายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยถูกต้องตรงกัน แต่เวลารวมคะแนนเพื่อขึ้นป้ายประกาศผลคะแนนหน้าที่ว่าการเขต ใส่ตัวเลขคลาดเคลื่อน พอเห็นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขาด 1 หน่วย มีการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้ เพราะทุกอย่างติดประกาศที่หน่วยแล้ว ขอให้ท่านมั่นใจในประเด็นนี้ นี่คือโจทย์ที่ฝากให้เข้าใจในเรื่องนี้
ส่วนกรณีปทุมธานี เราต้องตั้งหลักขอความกรุณาในการนำเสนอข่าวเหล่านี้ ท่านบอกว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่จริง ยืนยันชัดเจนว่าไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสีย แค่นั้น แตกต่างแค่ 1-2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำให้ผลการนับคะแนน ณ ที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ออกไปบอกว่า พอนับคะแนนใหม่ทำให้ผลเปลี่ยน จากพรรคนี้กลายเป็นอีกพรรค ไม่ใช่ ขอความกรุณา เราต้องสื่อสารให้ตรงกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นใครโพสต์อะไรขึ้นมา เป็นประเด็นปราศจากข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการมีขั้นตอนตรวจสอบ มีการรีเช็คทุกขั้นตอน ให้เข้าใจตรงกัน
รองเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า กรณีการรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทำไมรายงานผลผิดพลาด เข้าใจคำว่าไม่เป็นทางการหรือไม่ เพื่อความรวดเร็ว ผลแต่ละหน่วยพยายามส่งเข้าระบบ ผ่านอนุฯอำเภอ โดยใช้คะแนนจาก สส.5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วย ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนนี้ได้ ส่วนประเด็นทำไมมีการแก้ไขนั้นเมื่ออนุฯประจำอำเภอ รับรายงานผลแล้ว ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คะแนนถูกหรือไม่ต้องรีเช็คกับ กปน. บางอย่างในการคีย์คะแนนเข้ามาของ กปน.อาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนน 5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วยได้
“สิ่งสมบูรณ์ที่สุดเรียกว่าประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.6/1 อันนี้คือทุกอย่างตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน ออกมาเป็นประกาศ และลงนามโดย กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถึงเรียกว่าประกาศอย่างเป็นทางการ ต้องเข้าใจก่อน เพราะคำว่าไม่เป็นทางการ อาจคลาดเคลื่อนผิดพลาด กระบวนการส่งผลคะแนนเข้ามา ต้องมีอนุฯอำเภอกลั่นกรองตรวจสอบก่อน ถึงยืนยันว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ย้ำอีกทีว่า ไม่มีใครสามารถแก้ไขผลคะแนนได้ ทุกอย่างยังติดประกาศต่อหน้าสาธารณชน ในหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ไม่มีใครสามารถทำอะไรอำเภอใจได้ ทุกอย่างมีกรอบของกฎหมาย กกต.ยืนยันว่า ยินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่มีกระบวนการที่สงสัยและไม่เข้าใจ” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
ส่วนนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจการแบ่งอำนาจกันระหว่าง กปน. กับ กกต.ชุดใหญ่ ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็น กปน.นับคะแนนเสร็จ จะมีการตรวจทานอีกครั้งว่า ผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรงมีสิทธิตรวจสอบ เมื่อมีบัตรเข้าไปในหีบ ปิดหีบเรียบร้อยแล้ว อำนาจของ กปน.หรือ กกต.เขต หมดไปแล้ว ถ้าจะมีเหตุให้มีการเปิดหีบเช็คอีกรอบ หรือนับคะแนนทำอย่างไรถึงเปิดได้ ก็เหตุแห่งการร้อง การสอบข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนคือ 1.มีคนร้อง 2.กกต.เห็นเอง ว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ตรงนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง กกต.มีมติตอนเช้า ให้รองเลขาธิการ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 2 วัน จะทราบผลภายใน 2 วันว่าผลจะเป็นอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐานที่มี ไม่สนว่าเป็นของกลุ่มการเมืองใด จะทำตามพยานหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีจ.ปทุมธานีเขต 7 ถึงนับคะแนนใหม่ได้ทันที แต่ชลบุรีเขต 1 มีข้อจำกัดต้องรอให้กกต.ชุดใหญ่พิจารณา ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะการสั่งนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของกกต.ชุดใหญ่ ไม่มีใครสามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ แต่กรณีของปทุมธานี เป็นการดำเนินการข้ามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งสำนักงานได้รวบรวมข้อเท็จจริงและได้รายงานเสนอให้คณะกรรมการกกต.พิจารณา ขอย้ำว่ากระบวนการนับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้ และอยากจะขอความกรุณาสื่อมวลชนพิจารณาการนำเสนอข่าวการนับคะแนนที่ปทุมธานีเขต 7 ที่รายงานว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกรอบได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่ใช่เรื่องจริง ยืนยันว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสีย ประมาณนี้ แค่นั้น แตกต่างแค่ 1-2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำให้ผลการนับคะแนน ณ ที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ออกไปบอกว่า พอนับคะแนนใหม่ทำให้ผลเปลี่ยน จากพรรคนี้กลายเป็นอีกพรรค ไม่ใช่ ขอความกรุณาสื่อสารให้ตรงกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นใครโพสต์อะไรขึ้นมา เป็นประเด็นปราศจากข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการมีขั้นตอนตรวจสอบ มีการรีเช็คทุกขั้นตอน ขอให้เข้าใจตรงกัน
“สิ่งสมบูรณ์ที่สุดเรียกว่าประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.6/1 อันนี้คือทุกอย่างตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน ออกมาเป็นประกาศ และลงนามโดย กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถึงเรียกว่าประกาศอย่างเป็นทางการ ต้องเข้าใจก่อน เพราะคำว่าไม่เป็นทางการ อาจคลาดเคลื่อนผิดพลาด กระบวนการส่งผลคะแนนเข้ามา ต้องมีอนุฯอำเภอกลั่นกรองตรวจสอบก่อน ถึงยืนยันว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ย้ำอีกทีว่า ไม่มีใครสามารถแก้ไขผลคะแนนได้ ทุกอย่างยังติดประกาศต่อหน้าสาธารณชน ในหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ไม่มีใครสามารถทำอะไรอำเภอใจได้ ทุกอย่างมีกรอบของกฎหมาย กกต.ยืนยันว่า ยินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่มีกระบวนการที่สงสัย ไม่เข้าใจ” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
ด้านนายครรชิต กล่าวชี้แจ้งกระบวนการสอบสวนเหตุการณ์ที่จ.ชลบุรี ว่า ต้องทำความเข้าใจการแบ่งอำนาจกันระหว่าง กปน. กับ กกต.ชุดใหญ่ ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็น กปน.นับคะแนนเสร็จ จะมีการตรวจทานอีกครั้งว่า ผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรงมีสิทธิตรวจสอบ เมื่อมีบัตรเข้าไปในหีบ ปิดหีบเรียบร้อยแล้ว อำนาจของ กปน.หรือ กกต.เขต หมดไปแล้ว ถ้าจะมีเหตุให้มีการเปิดหีบเช็คอีกรอบ หรือนับคะแนนทำอย่างไรถึงเปิดได้ ก็เหตุแห่งการร้อง การสอบข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนคือ 1.มีคนร้อง 2.กกต.เห็นเอง ว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ตรงนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง กกต.มีมติตอนเช้า ให้รองเลขาธิการ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 2 วัน จะทราบผลภายใน 2 วันว่าผลจะเป็นอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐานที่มี ไม่สนว่าเป็นของกลุ่มการเมืองใด จะทำตามพยานหลักฐาน กรณีนี้ผู้ร้องมีหลักสิบคน แต่ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ให้โอกาสฝ่ายถูกกล่าวหาด้วย เราจะทำงานทั้งวันทั้งคืน ส่วนพยานหลักฐาน พยานบุคคลน้อยหรือไม่ จะพยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีไฟดับพัดลมติดระหว่างนับคะแนนในบางหน่วยเลือกตั้งนั้น เรื่องนี้อยู่ในคำร้องอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่จ.ศรีสะเกษ เขต 6 ,7 นายครรชิต กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อได้ตรวจสอบกับกกต.จังหวัดศรีษะเกษ แล้ว ไม่มีคำร้องขอใดๆในการนำคะแนนเนื่องจากการสั่งให้นับคะแนนใหม่ในช่วงนี้ จะต้องเป็นกกต.ชุดใหญ่สั่งดำเนินการเท่านั้น แม้แต่กกต.จังหวัดก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียจึงไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ยอมรับว่าขณะนี้ในโซเชียลมีเดียมีหลายกรณีเป็นการตกแต่งผลการเลือกตั้งใหม่ แล้วนำมาโพสต์สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน ซึ่งเรื่องนี้กกต.กำลังดำเนินการตรวจสอบ และยอมรับว่ากระแสการปั่นผลการนับคะแนนที่ไม่เป็นจริง เป็นปัญหาที่กกต.หนักใจมาก
ถามอีกว่า จังหวัดอื่น เริ่มมีการชุมนุมของชาวบ้าน อยากให้นับคะแนนใหม่ เขาสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ให้สถานการณ์ไม่บานปลาย กกต.ให้คำมั่นอย่างไร เรื่องการดูแล นายครรชิต ชี้แจงว่า ตามที่เรียนไปแล้ว ช่องทางที่จะให้ กกต.ตรวจสอบมี 2 ช่องทาง ช่องทางแรกยื่นคำร้องต่อกกต. พร้อมพยานหลักฐานว่า ถ้าสงสัยตรงไหน และมีพยานหลักฐานเลยว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้องอย่างไร และอีกช่องทางคือกกต.เห็นเป็นความปรากฏ จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้
เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนมอง การทำงานของ กกต.ล่าช้าในการแก้ปัญหา นายครรชิต กล่าวว่า เรื่องร้องทั้งหมด 113 เรื่อง ถ้าเป็นกรณีการนับคะแนน เป็นทั้งกรณียื่นคำร้องต่าง ๆ ส่วนกรณีชลบุรี ไม่ใช่เพิ่งประชุม เมื่อคืนมีรองเลขาธิการ กกต.ไปกลางดึก แล้วถูกล้อมไว้ ออกไม่ได้ เพิ่งออกมาได้เมื่อเช้า มีรายงานต่อเนื่องมาว่า เกิดประเด็นว่ายังไม่จบ จึงมาประชุมต่อตอนเช้า
ส่วนกรณีปัญหาผลคะแนนไม่เป็นทางการ กำลังส่งผลกระทบมายังเจ้าหน้าที่ กกต.แต่ละหน่วยค่อนข้างมาก ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ กปน.หลายพื้นที่ส่งเสียงว่า กกต.ไม่ปกป้องพวกเขา ทำให้ถูกคุกคามทางโซเชียลมีเดีย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ไม่ปกป้องคงไม่ได้ เพราะท่านเลขาธิการ กกต. และ กกต.มีความห่วงใย กปน.ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ไม่ว่ามาจากหน่วยไหน ถ้าเห็นว่ากระบวนการมีความผิดพลาด ความผิดพลาดทั้งหลายเราไม่ปฏิเสธว่าเป็น กกต. เราไม่เคยผลักภาระว่าเป็น กปน. แต่อย่างที่บอกต้องว่าด้วยข้อเท็จจริง กปน.ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าทำถูกต้อง กฎหมายคุ้มครอง แต่ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ยืนยัน กกต.ปกป้องทุกหน่วยแน่นอน
ถามย้ำถึงบัตรนับคะแนนแล้วถูกทิ้งที่ชลบุรี ปกติ กกต.กำจัดเอกสารสำคัญแบบนี้หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อย่างที่บอกเราเสพสื่อโซเชียลต้องตั้งหลักนิดหนึ่ง อย่างที่บอกว่าบริเวณเมื่อวานเป็นสถานที่ยุบรวมหีบ และจัดเก็บอุปกรณ์ เขาต้องไล่ยุบหีบของแต่ละหน่วยในเขตนั้น เพื่อเอามารวมกัน เมื่อเจออะไรก็ตาม อยู่ในกระบวนการรวบรวม ขั้นตอนอยู่ระหว่างการรวบรวมเก็บรักษาที่ปลอดภัย ไม่ว่าเห็นเศษสายรัด หรือเศษวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ นี่คือขั้นตอยุบรวมหีบบัตรหรืออุปกรณ์ ส่วนกรณีอุปกรณ์การเลือกตั้งหาซื้อได้ในแอปพลิเคชั่นขายของออนไลน์นั้น ขออนุญาตตรวจสอบก่อน
"อยากให้มองด้วยใจเป็นกลาง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เรามีพรรคการเมืองที่ลงสมัคร 57 พรรคการเมือง ความหลากหลายของผู้สมัคร และพรรคการเมืองเอง เกิดความคิดความชอบของผู้มาใช้สิทธิมากมาย อาจมีบางส่วนท่านพอใจ บางส่วนไม่พอใจ แต่อยากให้มองด้วยใจเป็นกลางว่า กระบวนการจัดเลือกตั้งกว่าแสนหน่วย ใช้บุคลากรมหาศาล ภายใต้หลักของกฎหมาย ไม่ว่าใครจะเป็น กปน.ก็ตาม ไม่สามารถจะทำการใด ๆ นอกเหนือกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ไม่สามารถละเมิดกฎหมายได้ ไม่ต้องกังวลประเด็นนี้ ทุกเรื่องที่ให้ข้อสังเกต สำนักงาน กกต.จะประมวลเพื่อพิจารณา" ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าว
ส่วนกรณี จ.พะเยา เจ้าหน้าที่แอบหย่อนในหีบบัตร ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา การสอบสวนของ กกต.เป็นอย่างไรบ้าง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ให้เข้าใจก่อนว่า กปน.ได้มีการฉีกบัตร และเอาบัตรลงคะแนนเป็น 2 ประเภท ประเภทละ 7 ใบ เพื่อเตรียมไปหย่อนลงหีบบัตร แต่กระบวนการนี้ยังไม่มีการหย่อนบัตรลงหีบ กปน.คนอื่นพบเห็นก่อน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เป็นกระบวนการต้องดำเนินคดีต่อ บัตรเลือกตั้งยังไม่หย่อนลงหีบ
เมื่อถามถึงกรณีร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการกกต.ลงพื้นที่ไปดูปัญหาที่จ.ชลบุรี แล้ว ทำไมถึงไม่สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เหตุใดถึงต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่กกต. เท่านั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่บอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมาย กฎหมายบอกว่าถ้ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ถ้าสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ต้องมีการพิจารณาแต่ละขั้นตอน แต่อำนาจอยู่ใน กกต.ชุดใหญ่เท่านั้น ไม่อย่างนั้นจังหวัดไหนอยากนับใหม่ ก็ส่งรองเลขาธิการไปสั่งนับใหม่เลย แบบนี้ไม่ได้ นอกจากนี้ กกต.ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเหตุผลประกอบกัน ก่อนสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ด้วย
เมื่อถามว่า มีอะไรอยากสื่อสารถึงประชาชน ที่รวมตัวหน่วยเลือกตั้ง หรือที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้ง เขาต้องการความชัดเจน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชน การเลือกตั้งมีกติกาของกฎหมาย อะไรที่ไม่ถูกต้อง มีสิทธิทักท้วงคัดค้านตามขั้นตอนได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่สามารถบอกว่าไม่พอใจ อยากให้นับใหม่ อันนี้ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถทำได้โดยพลการ ต้องดูว่ามีความบกพร่อง มีการคัดค้านหรือไม่ เกิดเหตุที่หน่วยใด บกพร่องอะไร แล้วร้องมาเลย เชื่อว่าทุกเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการ กกต.เราให้ความเป็นธรรม และ กกต.พิจารณาทุกเรื่องแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.
'ธรรมนัส' เคลื่อนไหว! หลังเกิดกระแสเรียกร้องนับคะแนนใหม่
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธรรมนัส พรหมเผ่า ระบุ
ผู้สมัครพรรคส้ม 18 เขต ยื่น กกต. ขอนับคะแนนใหม่ อ้างไม่ได้แพ้แล้วตีรวน
พรรคประชาชน นำโดย นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน และ นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง ร่วมแถลงการดำเนินการของพรรคประชาชน ในการตรวจสอบสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการจัดการเลือกตั้ง 69
พ่อส้มปลุกหนัก! 'ธนาธร' ประดิษฐ์วาทกรรม คนที่กลัวแสงสว่าง คือคนที่จิตใจดำมืด
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม ประธานคณะก้าวหน้า ได้แชร์ข้อความของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรายงานผลนับคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศ
'สุรเดช' เตือน กกต. อย่าอยู่ใต้อาณัติใคร พลาดซ้ำเสี่ยง ม.157
‘สุรเดช’กระทุ้งกกต. ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก จัดการเลือกตั้งผิดพลาดหลายจุด ย้ำกล้า
ไม่ปิดกั้นเพื่อไทย! 'อนุทิน' หยอก 'จุลพันธ์' น่ารัก สวมเสื้อสีน้ำเงินแถลงข่าว เจอกันก็เรียกพี่หนูเหมือนเดิม
"อนุทิน" ร้องโอ้ว หลังเห็นภาพ "จุลพันธ์" สวมเสื้อยืดน้ำเงินสูทฟ้าแถลงข่าว บอก "ไม่หนิมไม่หนูแล้ว" ชม หนิมน่ารัก เชื่อเจอกันเรียกพี่หนูเหมือนเดิม ชี้ ช่วงหาเสียงเป็นเรื่องธรรมดา มีกระทบกระทั่งโจมตี ยังอุบดึงร่วมรัฐบาล

