กกต.ยืนยัน QR Code และบาร์โค้ดใช้ตรวจสอบและติดตามบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกันปลอมแปลงและบัตรเขย่ง ระบุสแกนได้เพียงเลขบัตร ไม่สามารถรู้ว่าผู้มีสิทธิเลือกใคร เร่งตรวจสอบกรณีภาพบัตรติดต้นขั้วเผยแพร่ในโซเชียล
13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ชี้แจงกรณีการกำหนดบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ว่าเป็นไปตามระเบียบ กกต. ข้อ 129 ซึ่งให้อำนาจกำหนดรหัสหรือเครื่องหมายเพิ่มเติมบนบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกันการปลอมแปลง
นายวรพงศ์กล่าวว่า บาร์โค้ดและ QR Code เป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมความปลอดภัย ใช้ในการบริหารจัดการบัตรเลือกตั้ง ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดพิมพ์ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามีการพิมพ์เกินจำนวนหรือไม่ รวมถึงใช้ติดตามจำนวนบัตรแต่ละเล่ม โดย 1 เล่มมี 20 ใบ สามารถตรวจสอบได้ว่าเลขต้น–เลขท้ายครบถ้วนก่อนส่งถึงหน่วยเลือกตั้ง เพื่อลดปัญหาบัตรเขย่ง
ในขั้นตอนการกระจายบัตรไปยัง กกต.เขต และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หากมีบัตรเล็ดลอดออกนอกระบบ สามารถตรวจสอบได้ว่าจัดสรรอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยใด ทั้งนี้ การสแกนบาร์โค้ดหรือ QR Code จะทราบเพียงเลขที่บัตรเลือกตั้ง ไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ลงคะแนน
กรณีมีภาพบัตรเลือกตั้งติดต้นขั้วเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย นายวรพงศ์ยอมรับว่าเมื่อสแกนจะเห็นเลขประจำบัตร และสามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยใด เนื่องจากยังไม่ได้ฉีกออกจากเล่ม จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป พร้อมยืนยันว่า QR Code และบาร์โค้ดไม่ได้ใช้เพื่อติดตามผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า การออกเสียงลงคะแนนเป็นการใช้สิทธิโดยตรงและลับ ไม่มีขั้นตอนใดที่ทำให้ทราบได้ว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด แม้จะมีการเผยแพร่ภาพบัตรที่มีบาร์โค้ด ตัวเลขที่ปรากฏก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลได้
สำหรับการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตร มีการจัดเก็บแยกส่วนและรักษาความปลอดภัยตามขั้นตอน บัตรที่นับคะแนนแล้วจะถูกเก็บรักษาไว้ 2 ปี และไม่สามารถเปิดหีบได้ เว้นแต่ กกต.มีมติสั่งนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย
เมื่อถูกถามว่าหากนำต้นขั้วบัตรมาเทียบกับบัตรเลือกตั้ง จะสามารถทราบได้หรือไม่ว่าใครลงคะแนนให้ใคร นายวรพงศ์กล่าวว่า กระบวนการจัดเก็บทำในภาพรวมทั้งเขตหรือทั้งจังหวัด มีจำนวนหลายร้อยถึงหลายพันหน่วย การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวทำไม่ได้ หากผู้ใดเปิดหีบบัตรโดยไม่มีมติ กกต. ถือว่าผิดกฎหมายและมีโทษทางวินัยและอาญา
ส่วนประเด็นที่มีข้อสงสัยว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกรระบุว่า หลักการลงคะแนนโดยลับหมายถึง ไม่มีใครรู้ว่าผู้ใช้สิทธิเลือกใคร ซึ่งกระบวนการที่ดำเนินการอยู่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 85
นายวรพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้บาร์โค้ดและ QR Code ขึ้นอยู่กับเทคนิคการพิมพ์ของแต่ละโรงพิมพ์ และเคยมีการใช้ QR Code ในการเลือกตั้งปี 2566 แล้ว ส่วนบัตรประชามติแม้ไม่มีบาร์โค้ด ก็มีมาตรการควบคุมอื่น แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
ทั้งนี้ การสแกนบัตรจะใช้กรณีมีเหตุร้องเรียน เช่น การนำบัตรไปใช้ผิดหน่วยหรือผิดเขต โดยตรวจสอบได้ว่าบัตรถูกจัดสรรไปที่ใด แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบตัวผู้ใช้สิทธิ พร้อมยืนยันว่าโอกาสนำข้อมูลไปจัดทำเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ไม่มีทางเกิดขึ้น เนื่องจากไม่มีการเปิดหีบบัตรโดยพลการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ทำโมฆะซ้ำรอยปี 49
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ยุคดิจิทัล “คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ของ กกต. เทียบเคียงสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตร ไม่มีผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เหมือนปี 2549
'ผู้สมัครส้ม' บุก กกต. บี้แจงปมบาร์โค้ด ขู่ร้องศาลสั่งเลือกตั้งโมฆะ
'ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี' พรรคส้ม ร้อง กกต. แจงคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขู่ร้องศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจฯ ให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ
ดึงสติ! หัดมีน้ำใจนักกีฬา แพ้นับใหม่ ยังดรามาไม่ยอมจบ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดรามา แพ้นับใหม่
'ปชน.' ผิดหวัง! กกต. ไม่สั่งนับคะแนนใหม่ 'ชลบุรี เขต 1'
'ปชน.' ผิดหวัง กกต. ไม่มีมติให้นับคะแนนใหม่ 'ชลบุรี เขต 1' ให้ปชช.สิ้นสงสัย บี้เผยแพร่แบบขีดคะแนน-รายงานผลนับรายหน่วย
กกต.มีมติไม่นับคะแนนใหม่ เลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี
กกต. แถลงหลังประชุมเกือบ 5 ชั่วโมง ชี้คำร้องเขต 1 ชลบุรีมีแต่ข้อกล่าวอ้าง ไม่พบหลักฐานบ่งชี้นับคะแนนผิดพลาด สั่งนับใหม่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ย้ำใช้เวลาไต่สวน 2 วัน กฎหมายให้ 60 วันรับรอง ส.ส. ไม่ได้ล่าช้า พร้อมยืนหยัดทำตามหลัก
"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"
ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

