ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้

21 มีนาคม 2569 - กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดไว้พิจารณา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อศาลใน 15 วัน นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ในชั้นตรวจรับคำร้องไว้พิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณา โดยมีตุลาการเสียงข้างน้อย 3 เสียง เห็นต่าง ไม่รับคำร้องคดีนี้ไว้พิจารณา ถือเป็นเรื่องปกติของการพิจารณาตามหลักเสียงข้างมากตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 ประกอบ พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561และ ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ข้อ 20 วรรคสอง

ถามว่า ภาระการพิสูจน์ในคดีบัตรเลือกตั้ง ลับ-ไม่ลับเป็นหน้าที่ของใคร ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ในระบบไต่สวน จะแตกต่างระบบกล่าวหา เพราะระบบกล่าวหาเป็นหน้าที่ของคู่ความมิใช่ศาล แต่ในคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้ระบบไต่สวนในการค้นหาความจริง โดยอาศัย มาตรา 27 แห่ง พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ในการค้นหาข้อเท็จจริงในคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลต้องค้นหาข้อเท็จจริงจากผู้ร้องและผู้ถูกร้องทั้งสองฝ่าย

ปม กกต.ใช้บาร์โค้ดในบัตรสีชมพู และคิวอาร์โค้ดในบัตรสีเขียว ในการเลือกตั้ง สส.วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีประเด็นหลัก ฝ่ายผู้ร้องอ้างว่า สามารถย้อนกลับไปถึงข้อมูลในการใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ หากฝ่าย กกต.และเลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้องทั้งสอง ให้คำชี้แจงปฏิเสธ

โดยหลักปกติ ฝ่ายผู้ร้องมีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้ความว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ หากคำชี้แจง ฝ่าย กกต.ชี้แจง ว่า การจัดพิมพ์บัตรของ กกต.มีรหัสพิเศษในบัตรเลือกตั้งและนำมาใช้ในการเลือกตั้ง เท่ากับได้ยอมรับว่า ได้จัดทำบัตรที่มีรหัสพิเศษขึ้นจริง  แต่อ้างว่า เป็นมาตรการความปลอดภัยในการจัดการและควบคุมการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เท่ากับ รับข้อเท็จจริงว่า “จริง” แต่เป็นความลับ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ เพื่อให้ตนพ้นผิด ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่ฝ่าย กกต.และเลขาธิการ กกต.ผู้ถูกร้องทั้งสอง  

ที่ถามว่า แนวโน้มจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีนานเท่าไหร่ นั้น ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 27 วรรคสอง บัญญัติว่า การพิจารณาของศาลต้องเป็นไปโดยรวดเร็วตามที่กำหนดในพรป.นี้และข้อกำหนดของศาล ต้องพิจารณาก่อนว่า คำชี้แจงของฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายผู้ถูกร้องทั้งสอง มีพยานหลักฐานเพียงพอที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยชี้ขาดได้หรือไม่ คือ ศาลต้องตรวจดูพยานหลักฐานที่นำเข้าสู่สำนวนทั้งสองฝ่ายโดยตรวจดูประเด็นตามคำร้อง โดย พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง “หากศาล เห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยโดยไม่ทำการไต่สวนหรือยุติการไต่สวนก็ได้”

พูดภาษาชาวบ้าน คือ หากศาลยังสงสัยในข้อเท็จจริงอยู่ ศาลอาจมีคำสั่งให้ไต่สวนพยานบุคคลหรือเรียกพยานเอกสารมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมก็ได้ หากศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายผู้ถูกร้อง มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลไม่ไต่สวนหรือยุติการไต่สวนได้ ทำให้คดีตัดสินเร็วขึ้น

ส่วนที่ถามว่า การพิสูจน์พยานหลักฐาน ลับ-ใม่ลับ พิสูจน์อย่างไร ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า การพิสูจน์หลักฐานพยานหลักฐานในคดีนี้ ที่จะเป็นจุดชี้ขาดข้อแพ้ชนะคดี ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด รหัสในบัตรเลือกตั้ง โดยวิธีการพิสูจน์ โดยวิธีนำบัตรเลือกตั้ง – ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง -บัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้ง 3 ส่วนมาประกอบกัน พิสูจน์ข้อเท็จจรริงให้เห็นว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงข้อมูลของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ว่า บุคคลนั้นเลือกพรรคการเมืองใดและเลือกผู้สมัครรายใด พิสูจน์ไม่ยาก เชื่อว่า กกต.สามารถพิสูจน์ได้

ก่อนหน้านี้ ตนเขียนงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์ทางกฎหมาย ระดับปริญญาเอกทางด้านกฎหมายมหาชน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเดินทางไปศึกษาดูงานและลงพื้นที่ดูงานในยุโรปเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง สส.ของ กกต.ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษ สก๊อตแลนด์ เนเธอแลนด์ เบลเยี่ยม และเยอรมัน เห็นว่า ภาคพื้นยุโรป กกต.ของประเทศนั้นๆ จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยมีรหัสพิเศษบาร์โค้ดเพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งและมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในบัตรเลือกตั้ง รวมถึงควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม  ไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ดังนั้น กกต.จึงต้องไปพิสูจน์เจตนาแท้จริงว่า จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสพิเศษเพื่ออะไร บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เกินคาด! ปชน.รุมอัดเงินกู้ 4 แสนล้านเหวี่ยงแห-แจกสร้างความนิยมทางการเมือง

'ศิริกัญญา' มอง รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มตกหล่น แต่กลับเทหมดหน้าตักโปะคนละครึ่ง แย้ม จ่อถกในพรรค-ฝ่ายค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้าน 'วีระยุทธ' แนะ ใช้เงินอย่างระมัดระวัง

ศาลรธน.ยังรอเอกสาร-ความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งพร้อมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาอภิปรายในคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง

'เอกนิติ' ไม่หวั่นยื่นตีความเงินกู้ 4 แสนล้านย้อนยุคกู้ไทยเข้มแข็งก็ไปช่วยชี้แจงศาลมาแล้ว!

'เอกนิติ' โต้ฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลออก 'พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน' ไม่ตีเช็คเปล่า-ใช้เหตุจำเป็นเร่งด่วน เมิน 'ประชาธิปัตย์' เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ สวนยุค รบ.อภิสิทธิ์ กู้ทำไทยเข้มแข็ง ก็ไปช่วยชี้แจงศาล

ปชป. มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำลายวินัยการคลัง

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม สส. พรรคว่า สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติวันนี้ว่า รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มเติมอีก 4 แสนล้านบาท ด้วยการออกพระราชกำหนดกู้เงิน ซึ่งเป็นอำนาจที่รัฐบาลอ้างว่า รัฐธรรมนูญตามมาตรา 172 ได้มอบให้กับรัฐบาลดำเนินการ สามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติมจากการขาดดุลในงบประมาณได้ แ