'สว.สำรอง' บี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา ปูดต่อรองการเมืองฟันแค่กลุ่มละ2คน

'สว.สำรอง' บี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา ซัด อย่าเหิมเกริมใช้อำนาจปัดตกคำร้อง แฉกระแสต่อรองการเมืองฟันแค่กลุ่มละ2คน ฉะ 'แสวง' หน้าด้าน เขาไม่ให้ผ่านยังจะอยู่ต่อ ชี้ปชช.ให้คะแนนแค่ 0.1 จากร้อย

5 มิ.ย.2569 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มสว.สำรอง นำโดยนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือต่อกกต.เรียกร้องให้กกต.กล้าหาญที่จะมีมติเอาผิดขบวนการฮั้วสว.ทั้ง 229คนและส่งศาลฎีกาวินิจฉัย

โดยนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กกต.ได้ส่งสำนวนความผิดในคดีเลือกสว.คดีอื่น ที่มีพยานหลักฐานเป็นแชทไลน์แลกคะแนน ขอคะแนน มีคนกลางประสานจัดหาคะแนน จับคู่แลกคะแนน ซึ่งศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาว่าเป็นความผิดรับรองไส้หมดแล้ว แต่ในคดีฮั้วสว.ซึ่งมีพยานหลักฐานหนักแน่นกว่า มีทั้งเส้นเงิน มีแชทไลน์ คลิปเสียง มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ครบกกต.กลับยังชักช้าไม่พิจารณา และมีข่าวว่ากล้าที่จะยกคำร้อง แต่วันนี้กกต.อาจจะไขว้เขวแล้วหลังจากที่ศาลอาญาทุจริตมีคำพิพากษาสั่งลงโทษป.ป.ช.2คน วันนี้เราจึงอยากมาบอกว่า กกต.อย่าเหิมเกริมลุแก่อำนาจ ปัดทิ้งคดีฮั้วสว.

เพราะมันมีข้อสงสัยมากมายตั้งแต่กระบวนการแรก และมีหลักฐานมากมาย รวมทั้งมีคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีอื่นไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว อีกทั้งพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. มาตรา 62 ไม่ได้ให้โอกาสกกต.ใช้ดุลพินิจที่จะไม่ส่งเรื่องไปศาลฎีกาเพราะกฎหมายใช้คำว่า"หากมีเหตุอันควรสงสัย"ให้ส่งศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งหลักฐานที่มีทั้งแชทไลน์ เส้นเงิน คลิปเสียงก็ถือว่าเป็นเหตุอันควรสงสัยแล้ว

"มันมีกระแสข่าวว่ามีการต่อรองกันของพรรคการเมืองขอกลุ่มละ 2 คน จะดันสว.สำรองขึ้นไปแทน ผมถามสว.สำรองแล้วในทางการเมืองจะซูเอี๊ยะกันอย่างไรเราไม่รู้ แต่วันนี้ถ้ามีทนายอั๋น บุรีรัมย์ อยู่กกต.ต้องส่งไปศาลฎีกา 229 คนให้จบ เพราะที่เรามาวันนี้ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเอง แต่เพื่อเป็นการยึดหลักนิติธรรมนิติรัฐ"

นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวกรณีมีกระแสข่าวว่านายแสวง บุญมี ส่อหลุดเก้าอี้เลขาธิการกกต.เพราะไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานปี 68 ว่า ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่นายแสวงยื้อสำนวนคดีฮั้ว.สว.ในแต่ละขั้นตอนของสำนักงาน แต่นายแสวง ก็กลับสู้มือว่ากกต.ชุดเก่ามีอำนาจจะมาประเมินหรือเปล่า ซึ่งแบบนี้แถวบ้านตนเรียกว่าหน้าด้าน เขาประเมินคุณไม่ผ่านแล้วคุณควรจะออกไป

"มติเดิมของกกต.ที่ประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 นายแสวงอาจจะได้ ร้อยละ50แต่มันต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในสัญญาจ้างที่กำหนดไว้ร้อยละ 60 แต่จะบอกว่าประชาชนให้คุณร้อยละ 0.1 จาก 100 เต็มฉะนั้นออกไปตาแหวง"

ด้านนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง พร้อมด้วยพ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดสมุทรปราการ เรียกร้องให้กกต.จ่ายเงินรางวัลผู้ชี้เบาะแสในคดีฮั้ว.สว.ระดับจังหวัดสมุทรปราการเนื่องจากว่าคดีดังกล่าวได้ดำเนินการจนศาลมีคำพิพากษาเพิ่งถึงบัดนี้ยังไม่มีใครได้รับเงินรางวัลดังกล่าวเองทั้งที่กกต.เองก็มีระเบียบกกต.ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการแสวงหาข้อมูลข่าวสารและการให้รางวัลแก่ผู้ชี้เบาะแส การกระทำการอันไม่สุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 ข้อ 5

"จึงอยากให้กกต.ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไว้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ทราบว่ากกต.ไม่ได้มีการจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้ที่ชี้เบาะแสผ่านแอปตาสับปะรดเลย จึงเกรงว่าครั้งนี้จะถูกเบี้ยวการจ่ายเงินรางวัลเช่นกันเป็นเช่นนั้นต่อไปก็จะไม่มีประชาชนให้ความร่วมมือในการชี้เบาะแสทุจริตให้กับกกต.ทั้งทางตรงและผ่าน แอพ ตาสับปะรด" อัครวัฒน์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชนระบอบสีน้ำเงิน! 'ไอติม' ชวนจับตา ไม่ให้กกต.เป่าคดีโกงสว.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า[ จับตาไม่ให้ กกต. เป่าคดีโกง สว.! : หากในวันก่อน ข้อความ LIN

'ศรีสุวรรณ' บุก กกต. ร้องยุบพรรคส้ม โพสต์กล่าวหา 'องคมนตรี' แทรกแซงรัฐบาล

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคประชาชน (ปชน.) กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก