13 องค์กรค้านตัดคดี ม.112 พ้นนิรโทษกรรม เรียกร้องคุ้มครองสิทธิเด็ก-ผู้ชุมนุม

13 องค์กรภาคประชาสังคมร่วมออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา แสดงความกังวลหลังสภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยคงหลักการไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 พร้อมเรียกร้องคุ้มครองสิทธิผู้ชุมนุม เด็กและเยาวชน และให้ทบทวนกฎหมายที่กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออก

10 กรกฎาคม 2569 - องค์กรภาคประชาสังคม 13 องค์กร ได้แก่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, สหภาพคนทำงาน (Workers' Union), โมกหลวงริมน้ำ, Freedom Bridge, ThumbRights, สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.), กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG), Secure Ranger, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มยืนหยุดทรราช เชียงใหม่, เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา เรียกร้องให้คุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุม เด็ก และเยาวชน ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ....

ทั้ง 13 องค์กรระบุว่า มีความกังวลต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน หลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวตามที่วุฒิสภาแก้ไข เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเห็นชอบ 306 เสียง ไม่เห็นด้วย 141 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง โดยยังคงหลักการเดิมที่ไม่นำคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรม ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา หรือจำเลยจะเป็นเยาวชนก็ตาม

จดหมายเปิดผนึกระบุว่า การยกเว้นคดีมาตรา 112 ส่งผลให้เด็กและเยาวชนอย่างน้อย 20 ราย ที่ถูกดำเนินคดีจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ ไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับดังกล่าว

องค์กรผู้ลงนามเห็นว่า การสร้างสังคมสันติสุขควรตั้งอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมระบุว่าการดำเนินคดีต่อผู้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ ได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ พัฒนาการ และอนาคต แม้หลายคดีจะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีคำพิพากษายกฟ้องแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ ยังย้ำว่าประเทศไทยมีพันธกรณีตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม และหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก

ทั้งนี้ องค์กรภาคประชาสังคมทั้ง 13 แห่ง ได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล รัฐสภา วุฒิสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 4 ประการ ได้แก่ การรับประกันว่าการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ การคุ้มครองและเยียวยาเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดี การยุติการดำเนินคดีต่อผู้ใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ รวมถึงคดีตามมาตรา 112 ตลอดจนทบทวนแนวปฏิบัติของกระบวนการยุติธรรม ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวโดยพลการ จัดตั้งกลไกติดตามผลกระทบของกฎหมาย และทบทวนกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลนิรโทษฯ 2 แกนนำเสื้อแดง คดีล้มประชุมอาเซียน 'อริสมันต์' ไม่ได้อานิสงส์

ศาลพัทยาสั่งปล่อย 2 แกนนำเสื้อแดง “นพพร-นิสิต” พร้อมถอนหมายจับ พ.ต.ต.เสงี่ยม คดีบุกล้มประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนปี 2552 หลังวินิ

เปิดช่องยื่นนิรโทษกรรม 'กก.สันติสุข' ตั้ง 2 อนุกรรมการฯ-ทีมโฆษก 4 คน

นายยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดเผยความคืบหน้าการทำงานคณะกรรมการฯ ว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

'ปกรณ์' ถก คกก.สร้างเสริมสันติสุข แก้ขัดแย้ง 20 ปี ยุติคดี ลบประวัติอาชญากรรม

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยมีพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอนุกรรมการฯ เข้าร่วม

ศาลสั่งปล่อย 'นวการ ขอนศรี' คดีปิดหน่วยเลือกตั้ง ได้อานิสงส์ พ.ร.บ.สันติสุข

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางสั่งปล่อย “นวการ ขอนศรี” จำเลยคดีปิดล้อมสำนักงานเขตดินแดง ขัดขวางการ