'รอมฎอน' ยังไม่จบ! อ้าง 'ความจริง 2 ชุด' ปม ฮ.ยิงวัยรุ่น จี้ตั้งคนนอกสอบ

กอ.รมน.ยันไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ แต่ “รอมฎอน ปันจอร์” บอกเหตุจะแนะยังมี “ความจริงสองชุด” อ้างข้อมูลผู้บาดเจ็บสวนทางฝ่ายทหาร เรียกร้องรัฐบาลตั้งกลไกอิสระไต่สวนข้อเท็จจริง

23 สิงหาคม 2569 - นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า[ เมื่อความจริงมีสองชุด รัฐบาลควรตั้งกลไกอิสระไต่สวนข้อเท็จจริง ] --- การโจมตีแบบประสานกันใน 3 จังหวัดเมื่อคืนนั้นมุ่งไปที่เป้าหมายที่เป็นพื้นที่พลเรือน แม้ว่าจะไม่ได้มุ่งหมายจะเอาชีวิต แต่ทรัพย์สินของสาธารณะและเอกชนต้องเสียหายไปก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวานนัั้นถือว่ายังไม่นิ่งครับ

เมื่อสักครู่ ผมโทรเชคกับ ผบช.ภ.9 พบว่าตัวเลขล่าสุดของจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงนั้นยังไม่ชัดเจนนัก แต่น่าจะมากกว่า 51 จุด ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้ จึงยังไม่แน่ใจว่าได้รวมเหตุการณ์ที่เป็นปริศนาและมีความจริง 2 ชุด กรณีวัยรุ่นถูกยิงที่ อ.จะแนะ ด้วยหรือไม่ครับ แต่ท่านยืนยันกับผมหนักแน่นว่าเหตุการณ์จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานในฐานะที่เป็น #คดีความมั่นคง ไปด้วย

ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้อมูลและข้อเท็จจริงพื้นฐานสำคัญอย่างมากครับ

เมื่อคืนผมตัดสินใจโพสต์เรียกร้องให้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อเร่งตรวจสอบและสร้างความกระจ่าง หลังจากได้ข้อมูลในเบื้องต้นและตรวจสอบกับผู้นำในพื้นที่ ผมเกรงว่าหากไม่ทำให้ข้อเท็จจริงนี้ชัดเจนและตรงไปตรงมา ความขัดแย้งและหวาดระแวงจะหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถึงวินาทีนี้เราพบว่ามีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน เหตุการณ์ที่จะแนะนับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่มีความจริงสองชุด คล้ายกับหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในชายแดนใต้

ข้อมูลจากผู้ถูกยิงนั้นระบุว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คนถูกยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์สองชุดหลังผ่านจุดเกิดเหตุเผาสำนักงาน อบต.ช้างเผือก การยิงที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บเกิดขึ้นขณะที่พวกเขากำลังชูมือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นข้อเท็จจริงจากแม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน. และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่มีคำแถลงในวันนี้ว่าไม่มีการกราดยิงจากเฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด

มีคนตั้งข้อสังเกตหลายประเด็น ทั้งชนิดอาวุธที่ไม่ได้สัดส่วนกับความเสียหายที่เกิดขึ้น กระทั่งคำพูดของแม่ทัพก็ไปไกลว่าหากเป็นอาวุธที่ติดตั้งประจำใน ฮ.นั้น "คงไม่รอด" ผมคิดว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้คงต้องทำให้กระจ่างโดยเร็ว จะคาดหวังการทำงานของพนักงานสอบสวนให้ตอบข้อเท็จจริงเหล่านี้คงไม่ได้ เพราะยังมี #คดีความมั่นคง อีกไม่น้อยที่ต้องสะสาง

ทาง กอ.รมน.ก็คงเห็นว่าเป็นประเด็นและยังคงต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพราะในคำแถลงวันนี้ก็ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบต่อไป โดยกำหนดให้เป็นการทำงานของสามฝ่าย (ทหาร ตำรวจ และปกครอง) แต่ผมเห็นว่ากลไกการตรวจสอบเหล่านี้อาจไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้เพียงพอ จึงอยากขอเรียกร้องให้กลไกที่เป็นอิสระและเป็นมืออาชีพเพื่อตรวจสอบกรณีนี้และสื่อสารต่อสาธารณะ โดยมีองค์ประกอบมาจากบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจทั้งจากเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

ที่ผ่านมาตลอดกว่ายี่สิบปี เราเคยมีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเหล่านี้หลายกรณีครับ งานศึกษาก่อนหน้านี้เคยนับว่ามีถึง 17 คณะ จากเหตุการณ์ที่สร้างความกังขาของสาธารณะ (เช่น ตากใบ กรือเซะ ปุโละปูโย โต๊ะชูด เป็นต้น) ทั้งการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี (ผ่านคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี) การแต่งตั้งโดยเลขาธิการ ศอ.บต. ผอ.รมน.ภาค 4 สน. หรือแม้แต่ผู้ว่าราชการ

ในขณะที่ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ยังให้อำนาจกับสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่เป็นประเด็นปัญหาในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน

กลไกการตรวจสอบเหล่านี้จะทำให้การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐมีความโปร่งใสและความชอบธรรม ซึ่งสามารถดำเนินการได้เลยโดยใช้อำนาจของรัฐบาลหรือฝ่ายบริหาร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่กลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอื่น ๆ อย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) หรือแม้แต่คณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็อาจดำเนินการได้ด้วย

แต่ผมเห็นว่ารัฐบาลควรเป็นฝ่ายริเริ่มดำเนินการก่อนในเบื้องต้นครับ

ผมเข้าใจดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การเรียกร้องสิ่งเหล่านี้อาจทำให้มีคนจำนวนหนึ่งเห็นว่าสร้างภาระให้กับทางเจ้าหน้าที่มากเกินไป กระทั่งกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน บางคนคงเห็นว่าควรต้องให้น้ำหนักไปที่การประณามและทุ่มกำลังไปที่การจับกุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงหลายสิบจุดเสียก่อน

สำหรับผม การรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นหน้าที่พื้นฐานของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนอยู่แล้ว ผมเองก็ให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วย แต่ต้องไม่ลืมว่าในความขัดแย้งที่มีจุดคานงัดอยู่ที่มวลชนเช่นนี้ ความชอบธรรมของผู้ถืออำนาจรัฐนั้นสำคัญ สิ่งนี้ทำให้ "รัฐ" แตกต่างจากขบวนการติดอาวุธที่ "ไม่ใช่รัฐ" ครับ

การเปิดเผยความจริงและให้ความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายเป็นสิ่งที่รัฐพึงกระทำครับ

สถานการณ์เช่นนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมี #ผู้ตรวจการกองทัพ ที่เคยเป็นนโยบายของพรรคก้าวไกล/พรรคประชาชน เพราะนอกจากจะมีการตรวจสอบโดยกลไกที่เป็นอิสระแล้ว ยังจะเป็นหลักประกันว่าการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นจะมีความชอบธรรมทางการเมืองมากพอ

ส่วนประเด็นที่ว่า การโจมตีในลักษณะที่มีการประสานงานกัน (coordinated attack) มีความหมายว่าอย่างไร คงมีการตีความได้หลายทาง ขึ้นกับข้อเท็จจริงพื้นฐานที่ค่อย ๆ ปรากฎ ผมคงต้องขอชวนคิดในอีกโพสต์นึงครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษก ทบ.สวน 'รอมฎอน' ปม ฮ.ยิงวัยรุ่น ชี้ข้อมูลไม่จริง-อย่าใช้คำถามชี้นำสังคม

โฆษก ทบ.โต้ข้อมูล สส.ปชน. ปมวัยรุ่นเจ็บที่จะแนะ ยัน ฮ.กองทัพใช้ลาดตระเวน-ตรวจการณ์ ไม่เคยนำ ฮ.ติดอาวุธโจมตีเป้าหมาย เตือนเผยข้อมูลด้านเดียวอาจสร้างความตื่นตระ

'วันวิชิต' ชี้มีขบวนการปลุกปั่นข่าว 2 ขยัก เสี้ยมเหตุรุนแรงนราธิวาส พุ่งเป้าดิสเครดิตทหาร

ดร.วันวิชิต ชี้มีการปลุกปั่นข่าวเสี้ยมกับก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส มี 2 ขยัก ที่ขบวนการผู้ไม่หวังดี

กอ.รมน.ภาค 4 สน.โต้ข่าวใช้อาวุธยิงลงฮ.ระหว่างการลาดตระเวน

เมื่อเวลา 08.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงข้อเท็จจริง