
8 ก.ย.2569-นายสมภพ พอดี นิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อินฟลูเอนเซอร์วิจารณ์การเมือง โพสต์ข้อความว่า เลอะเทอะคนในภาพปลากรอบเป็นเจ้าของคำพูดเลอะเทอะในภาพปลากรอบจริงๆ ผมได้ฟังแล้ว
ผมเดาว่าที่เขาพูดแบบนี้เพราะเขาคิดว่าการที่
งบประมาณรายจ่ายรวมปี 2570 3.79 ล้าน ล้านบาท และ
รายจ่ายบุคลากรภาครัฐรวม 1.43 ล้าน ล้านบาท หรือ เกือบ 38% ของเงินงบประมาณรายจ่ายรวม
เป็นวิกฤตเป็นปัญหายิ่งใหญ่ของประเทศไทยที่ไม่มีทางแก้ไขอื่นใดนอกจากนี้แล้ว
ซึ่งไม่เป็นความจริง
เรามาดูกันดีกว่าว่าความเป็นจริงคืออะไร
เอาล่ะนะ
+++++
ราชการต่างจากบริษัทที่เป็นธุรกิจ บริษัทแสวงหาและทำกำไร ราชการไม่แสวงหาและไม่ทำกำไร เมื่อบริษัทมีกำไร บริษัทแจกโบนัสให้กับพนักงานและผู้บริหารเพิ่มจากเงินเดือนและสวัสดิการที่ได้รับตามใมข้อตกลง ราชการไม่มีกำไร ราชการไม่แจกโบนัสให้กับข้าราชการ เพิ่มจากเงินเดือนและสวัสดิการที่ได้รับตามข้อตกลง
บริษัทที่ง่อนแง่นเซซวนจวนล้มละลายโดยทั่วไปมักจะมีกิจกรรมทางธุรกิจและธุรกรรมต่างๆลดลงมากไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด การขาย ฯ การไม่ปรับขึ้นเงินเดือนจึงไม่แปลกประหลาดอะไร งานของหน่วยงานราชการส่วนมากไม่ได้เป็นแบบนั้น คนป่วยไข้ตามโรงพยาบาลรัฐ ปัญหาสังคมและอาชญากรรม คดีความที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ภัยคุกคามความมั่นคงสงบสุขทั้งภายนอกและภายใน กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่นจำนวนโรงงาน การลงทุน การผลิตสินค้าที่มีกฎหมายควบคุม การค้า การลงทุนจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นแทบทุกวัน ปริมาณงานไม่ได้ลดลงเหมือนกับบริษัทที่กำลังจะล้มละลายถ้างดปรับขึ้นเงินเดือน แล้วข้าราชการเหล่านั้นตอบสนองด้วยการทำงานเท่าเดิม ไม่ทำมากขึ้นจนเกิดความเสียหาย คนที่กล้าแนะนำจะรับผิดชอบอย่างไร?
ในเมื่อต่างกันชัดๆแบบนี้ เปรียบเทียบกันไม่ได้ แล้วจะอ้างว่าราชการควรไม่ปรับเงินเดือนแบบเดียวกับที่บริษัทมีปัญหาจะล้มละลายเพื่ออะไร? แค่ข้อนี้ข้อเดียวก็ควรตั้งโต๊ะขอโทษข้าราชการทั้งประเทศแล้ว
ข้าราชการเขาทำงานแลกกับค่าตอบแทนที่เป็นเงินเดือนและสวัสดิการ ไม่ใช่อยู่เฉยๆแล้วได้รับสิ่งเหล่านี้ การไม่ปรับเงินเดือนราชการคือการลงโทษ หรืออย่างน้อยคือการเอาเปรียบข้าราชการที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด โดยเฉพาะข้าราชการผู้น้อยเงินเด่อนน้อยนิดที่มีจำนวนมาก เพราะเงินเฟ้อจะทำให้เงินจำนวนเดิมสามารถซื้อข้าวของได้น้อยลงในปีถัดๆไป การบริหารจัดการที่ดีจะไม่ทำแบบนี้ และการทำแบบนี้คือการบริหารจัดการที่เลว ไร้ความสามารถ และเห็นแก่ได้ นี่ควรต้องขอโทษด้วยนะ
คนในหน่วยราชการไม่เหมือนกับและไม่ใช่ลูกจ้างบริษัท ข้าราชการจำนวนมากมีความรู้ความสามารถที่ภาคเอกชนต้องการ แต่พวกเขาเลือกรับราชการที่รายได้น้อยกว่ามากเพราะต้องการทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติในฐานะ ข้าราชการของแผ่นดิน นี่คือการเสียสละ ในขณะที่คนที่ไม่เคยเสียสละอะไรใช้วาทกรรมเรียกร้องให้ข้าราชการต้องเสียสละราวกับเป็นลูกจ้างของบริษัทเป็นการยัดเยียดภาระ สร้างประเด็นในสังคมที่คนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้อะไรแรงเพื่อกดดันโดยระบบและข้าราชการโดยไม่คิดให้รอบคอบโดยไม่มีความจำเป็น ข้อนี้ควรกราบขอโทษข้าราชการด้วย
ที่เขาพยายามสร้างความน่าเชื่อว่า ส่วนราชการต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ก็ตลกดี เงินเดือนทีข้าราชการต้องใช้เลี้ยงชีพเลร้ยงครอบครัวไม่ใช่ของแจกของฟรีแบบเดียวกับของแจกของฟรีที่ปรนเปรอประชาชน ข้าราชการรับเงินเดือนแล้วก็จ่ายภาษีเงินได้ ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ไม่จ่ายภาษีเงินได้ ส่วนที่ลากเอาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2527 และ 2540 มาทวงบุญคุณว่าข้าราชการไม่ได้ผลกระทบใดๆ ก็เป็นความเท็จ เพราะ วิกฤตลดค่าเงินบาท 2527 ทำให้รัฐบาลต้องแช่แข็งการปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือนข้าราชการ หรือ ไม่มีการปรับฐานเงินเดือนใหม่ เป็นเวลานานเกือบ 7 ปีเต็ม ส่วนวิกฤต 2540 ก็มีการตัดลดสวัสดิการต่างๆเช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดถูกตัดลดลงราว 30% – 50% ทำให้ข้าราชการต้องออกเงินเองเพราะเบี้ยเลี้ยงไม่เพียงพอ
ไม่ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการหนึ่งหรือสองปีแล้วยังไง? แก้ปัญหาอะไรได้? ถ้าคิดเลขง่ายๆเป็นจะรู้ว่าไม่ได้ เพราะภายในหนึ่งหรือสองปี รายได้ของรัฐบาลจะไม่พุ่งสูงขึ้น เช่นเดียวกับรายจ่ายของรัฐบาลที่จะไม่ลดลงฮวบฮาบ ครบสองปีแก้ปัญหาไม่ได้แล้วจะแนะให้ไม่ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีกกี่ปีเหรอ? ถ้าไม่รู้ว่าทำอะไรแล้วผลที่ตามมาเป็นอย่างไร แก้ปัญหาได้หรือไม่ จะเงียบๆไว้บ้างก็ได้นะ คนเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้
คราวนี้มาดูกันว่า หากสัดส่วนค่าใช้จ่ายเงินเดือนและสวัสดิการที่ 37% กว่าๆของงบประมาณเป็นปัญหาจริงๆ ทำให้มีเงินลงทุนพัฒนาประเทศน้อยหรือไม่เต็มที่จริงๆ หรือต้องกู้เงินทุกปีจริงๆ ทางแก้ที่ต้องทำและทำได้เลยคือ
เพิ่มรายได้ของรัฐบาลหรือเพิ่มการเก็บภาษี ปัจจุบันมีคนไทยที่ทำงานมีรายได้ 40 กว่าล้านคน แต่ทำยื่นแบบภงด.แค่ 11 ล้านคนและทำหน้าที่จ่ายภาษีแค่ 5 ล้านคน ซึ่งข้าราชการทั้งที่ยังทำงานอยู่และเกษียณอายุแล้วก็อยู่ในจำนวนนี้ ซึ่งรวมเป็นเงิน สี่แสนกว่าล้านบาท กวาดไอ้พวกเห็นแก่ตัวที่หลบ หลีก เลี่ยง 30 ล้านคนเข้าระบบก็จะเก็บภาษีได้เพิ่มอีกเป็นแสนๆล้าน ได้กวาดเอาเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นมาบนดินหรือเข้าระบบภาษีให้ถูกต้องด้วย หรือจะเลือกใช้อัตราแวตเป็น 9 หรือ 10% แทน 7% ที่ตํ่าแทบจะที่สุดในโลกแทนก็ได้ หรือ
ลด หรือ ยกเลิกประชานิยมโง่ๆที่ทำให้คนไทยจำนวนมากเสพติดจนเป็นง่อย ไม่พยายามช่วยตัวเอง รับผิดชอบต่อชีวิตของตนเองอย่าง รักษาพยาบาลฟรี เรียนฟรี บัตรคนจน ฯลฯ ทำตรงนี่จะมีเงินเอาไปใช้ลงทุนเพิ่มอีกปีละหลายๆแสนล้านบาท หรือ
ทำทั้งสองอย่างไปด้วยกัน
ที่แกบอกว่า ….ข้าราชการคงไม่พอใจ แต่ผมพูดความจริง….
ถึงตรงนี้น่าจะเห็นชัดๆแล้วว่าจริงหรือไม่ จริงแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนที่มีหน้าที่และต้องรับผิดชอบ อย่างนายกฯ และรมว.คลัง คงไม่เอาคำแนะนำเลอะเทอะที่ให้งดปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการปีหรือสองปีไปปฏิบัติ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าของคำแนะนำที่ว่าพลาดรัวๆตั้งหลายเรื่องเช่น
บ้านพักอุทยานแห่งชาติ
ต้นสังกัดของช่างกลปทุมวันกับช่างก่อสร้างอุเทนถวาย
เงินที่สำนักงานศาลเก็บรักษาสามหมื่นล้านบาท
แต่แกออกมาขอโทษสังคมที่เชื่อแกแค่เรื่องแรกเรื่องเดียว อีกสองเรื่องยังไม่ขอโทษใครทั้งนั้น
ส่วนที่มีคนบอกผมว่า แกพูดว่า รัฐบาลควรเอาเงินนอกงบประมาณ 4 ล้าน ล้านบาทมาใช้ ผมไม่ได้ยินด้วยตัวเอง ก็เลยไม่เชื่อว่าแกพูดแบบนั้นจริง เพราะขืนรัฐบาลไหนเอามาใช้ได้ขึ้นศาลได้ติดตะรางแหงแก๋
เงินพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นเงินของกบข. ของประกันสังคม ที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลเพื่อเก็บรักษาไว้และตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างดี ส่วนน้อยที่เป็นเงินทุนหมุนเวียน อย่างเช่น รายได้รพ.รัฐ หรือ มหาวิทยาลัย กองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง ก็มีกฎหมายกำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน รัฐบาลไหนก็ยักยอกหรืออุ๊บอิ๊บเอามาใช้จ่ายต่างๆหรือทำเป็นงบประมาณไม่ได้
+++++
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่เห็นด้วยและเข้าใจว่าผมเป็นข้าราชการที่กำลังปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง หรือมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราชการก็เลยต้องประจบสอพลอข้าราชการ คุณเข้าใจผิดครับ
ผมอยู่ภาคธุรกิจเอกชนที่ไม่ต้องหาประโยชน์จากการขายอะไรให้กับราชการไทยมาทั้งชีวิตนานกว่า 30 ปี เลิกทำมาจวน 10 ปีแล้วเมื่อตอนอายุ 53 ขวบ เพราะพอแล้ว ผมรังเกียจการหาคะแนนนิยมด้วยการพูด โดยเฉพาะการโกหกบิดเบือน และผมไม่จำเป็นต้องสอพลอใคร
ถ้าไม่เห็นด้วยก็เอาความจริง เอาข้อเท็จจริง เอาตัวเลขสถิติมาโต้แย้งกันได้ ถ้าคุณพิสูจน์ได้ว่า คำไหน ประโยคไหน ย่อหน้าไหนของโพสต์นี้เป็นความเท็จหรือไม่จริง ผมจะลบโพสต์นี้ทิ้งให้ละกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กมธ.งบฯ' อึ้ง! ศาลยุติธรรม มีเงินสด-เงินฝาก รวม 3.6 หมื่นล้าน แนะดึงมาใช้ให้เกิดประโยชน์
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกมธ. คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาการของบประมาณของหน่วยงานศาล
เล่าประสบการณ์ตรง! 'ปลอดประสพ' เตือนสติ 'วีระ' ไปเที่ยวอุทยานฯ ต้องยอมรับธรรมชาติดิบๆให้ได้
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 อภิปรายคุณภาพบ้านพักและการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติว่าเลวทรามมาก โดย ดร.ปลอดประสพ ระบุว่าไปนอนอุทยานแห่งชาติ ต้องยอมรับสภาพดิบๆแบบธรรมชาติ ให้ได้
'วีระ' เตือนวิกฤตการคลังใกล้มาถึง ชี้ รฟม.-การทางพิเศษ ไม่ควรของบฯทั้งที่มีกำไร
"วีระ" เตือนวิกฤตการคลังกำลังจะมาถึง รัฐบาลตั้งงบจ่ายยอดคงค้าง เพียง ธ.ก.ส. แห่งเดียวถึง 9 แสนล้านบาท ไม่รวม ออมสิน-บยส. ผลจากนโยบายกึ่งการคลัง ตั้งแต่ปี 54 ชี้ ผ่านมา 15 ปี เพิ่งตั้งงบใช้คืน ย้ำควรเลิกดำเนินนโยบายผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ห่วงปีหน้า 'งบรัฐวิสาหกิจ' โดดเฉียด 6 แสนล้าน
ประชด! ฟัง 'ทักษิณ' แล้วอยากให้ออกพรบ.นิรโทษกรรม ให้กลับมาเป็นนายกฯได้อีก
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต ส.ส. อ่างทอง 9 สมัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
'จุลพันธ์' ชี้รถไฟฟ้า 20 บาท ต้องรอแถลงนโยบายก่อน ยันมีกลไกลดภาระงบรัฐ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมธิการงบประมาณฯ ลุกขึ้นชี้แจงข้อสังเกตมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณรัฐวิสาหกิจในหลายส่วน ว่า การปรับเปลี่ยนงบประมาณในครั้งนี้ ส่วนงบประมาณของธนาคารในกำกับของรัฐมาเป็นงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ

