
'ศรีสุวรรณ'ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง'อนุทิน'และพวกระงับจัดชื้อ 'ฟาวิพิราเวียร์'ชี้มีข้อพิรุธ ประเทศผู้ผลิตยังไม่อนุมัติให้ใช้ยาดังกล่าว เพราะอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ แนะหันไปส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย
18 มี.ค.2565 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมาศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้อง รมว.กระทรวงสาธารณสุข, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อธิบดีกรมการแพทย์ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ฐานใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบในการผลักดันการจัดซื้อจัดหายาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มไม่หยุดหย่อน ทั้งๆที่ยาดังกล่าวประเทศผู้ผลิตยังไม่อนุมัติให้ใช้ยาดังกล่าว เพราะอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการจัดหาเวชภัณฑ์ยาและขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ : กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระยะการระบาดระลอกเมษายน 2564 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตามที่กระทรวงสาธารณสุข เสนอ โดยมีสาระสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงรายการจัดซื้อเวชภัณฑ์ยาจากยา Molnupiravir (โมลนูพิราเวียร์) ตามโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ฯ 50,000 โดส เป็นยา Favipiravir-ฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 17,065,457 เม็ด
โดยก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งให้ซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ ในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 แล้วจำนวน 254 ล้านเม็ด และเดือนตุลาคม-ธันวาคม เดือนละ 100 ล้านเม็ด รวม 300 ล้านเม็ด ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4-6 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
ซึ่ง“ยาฟาวิพิราเวียร์” นั้นเป็นที่ยืนยันแล้วว่าบริษัทเจ้าของสูตรยาในญี่ปุ่นจะยุติการทดลองใช้ยาดังกล่าวกับโรคโควิด-19 เนื่องจากความยากลำบากในการประเมินประสิทธิผลของยาที่มีต่อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน และจนถึงบัดนี้รัฐบาลญี่ปุ่นก็ยังไม่อนุมัติให้ใช้ยานี้ เพราะบริษัทผู้ผลิตไม่สามารถมีข้อมูลที่เพียงพอเพื่อพิสูจน์ถึงประสิทธิผลและความปลอดภัย ล่าสุดหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ ยังออกมาโพสต์วอนให้องค์การเภสัชควรหยุดผลิตและนำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์เสีย เพราะไม่มีข้อมูลยืนยันว่ายาฟาวิพิราเวียร์ลดการป่วยได้จริง
การที่กระทรวงสาธารณสุขมุ่งแต่จะผลักดันให้มีการจัดซื้อจัดหายาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ไม่แน่ใจว่ามีธงหรือผลประโยชน์ใดแอบแฝงอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะต้องใช้เงินกู้ซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดินที่เป็นภาษีของประชาชนไปจัดซื้อจัดหานับหมื่นล้านบาท ทั้งๆที่มีข้อพิสูจน์และผลงานวิจัยมากมายว่ายาแผนโบราณของไทยหลายชนิด อาทิ ฟ้าทลายโจร ซึ่งมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คือ แอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) มีประสิทธิภาพในการจำกัดการแพร่ของไวรัสได้ แต่กลับไม่มีการส่งเสริมการใช้ในวงการแพทย์กันอย่างจริงจังในสถานพยาบาลของรัฐ
"ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงนำความมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหลายร่วมกันระงับการจัดซื้อจัดหายาชนิดดังกล่าวเสีย และให้หันไปส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย“ฟ้าทลายโจร”กันอย่างจริงจังเสียที" นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสร่วมวงชำแหละปมยิงโจรเข้าบ้าน!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ต่อยอดเสน่ห์ปลายจวักไทย! ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น
รัฐบาลต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน 'อาหารที่คนทั่วโลกรัก' เดินหน้า 'The Lost Taste' ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น สร้างมูลค่าวัฒนธรรม–ท่องเที่ยว
นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายกฯ และภริยาเป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ
'อนุทิน' ลั่นจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก!
'อนุทิน' ลั่นห้ามพกปืนทุกคน ใบอนุญาตหมดอายุ สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก เตือนนักการเมืองจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้าน ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน
รมว.ยธ.ขานรับนโยบาย 'อนุทิน' กำชับดีเอสไอพกปืนต้องได้ไฟเขียวจากอธิบดีก่อน
รมว.ยุติธรรม กำชับ จนท. ดีเอสไอที่บางส่วนพกปืนได้ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีก่อน - ส่วนตัวมีปืนที่บ้าน มีใบ ป.4 ถูกต้อง แต่ไม่เคยพก - มองนโยบายนายกฯเป็นเรื่องดี หลังสั่ง จนท.ห้ามพกปืน
นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง
นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด

