จับตา! ศึกซักฟอก 'อนุทิน-ไชยชนก-ทรงศักดิ์' โดนหนักสุด

12 ต.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “จับตา อนุทิน-ไชยชนก-ทรงศักดิ์ โดนหนักสุด” โดยระบุว่า

มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีรายชื่อคณะรัฐมนตรีจำนวน 18 คน ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการตั้งคำถามว่า ในจำนวน 18 คนนี้ ใครจะเป็นรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจากฝ่ายค้านหนักหน่วงที่สุด หรือเป็นเป้าหมายที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจองกฐินเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าดูการยื่นญัตติ หรือเนื้อหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่ามุ่งเน้นในประเด็นสำคัญ คือ

1.ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการโกง สว. หรือการฮั้ว สว.

2.ประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการ-พนักงานส่วนท้องถิ่น

3.ประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตงบประมาณ และการทุจริตโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นโครงการทั่วไป

4.ประเด็นเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้งหมด 18 คน จะเห็นได้ว่ามีอยู่จำนวน 10 คน ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปยังการอภิปรายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการโกงเลือกตั้ง สว. หรือการฮั้ว สว. เห็นได้จากเนื้อหาหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกอภิปราย ซึ่งจะพูดถึงการดำเนินการโกงการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระ และกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ซึ่งรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะมีข้อความนี้ทั้ง 10 คน แสดงให้เห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ มุ่งเป้าไปยังประเด็นการโกงเลือกตั้ง สว. หรือฮั้ว สว.เป็นหลัก แต่ถ้าจะพิจารณาว่า ใน 18 คน ที่ถูกอภิปราย ใครจะโดนอภิปราย หรือตั้งประเด็นในการอภิปรายจากฝ่ายค้านหนักหน่วงที่สุด ก็น่าจะเป็น

1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งขึ้นมาเพื่อจะอภิปรายอยู่ในญัตติประมาณหนึ่งหน้าครึ่ง และสามารถรวบรวมเป็นประเด็นได้คือ เกี่ยวกับการโกงเลือกตั้งสว. โกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โกงงบประมาณแผ่นดิน สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนูกินรวบประเทศ โกงการเลือกตั้ง สว. ก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตย ฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ในยามวิกฤต เสแสร้งแกล้งรักชาติ แทรกแซงการสอบบรรจุข้าราชการ ยอมตนอยู่ใต้บุคคลอื่นเพื่อเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด บริหารประเทศผิดพลาดขาดความสามารถปล่อยให้การทุจริต จึงเป็นเป้าหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ต้องการจะอภิปรายนายอนุทินเป็นหลัก เพราะเป็นเสาหลักของรัฐบาลชุดนี้ ถ้าล้มนายอนุทินได้รัฐบาลก็ล้มไปได้ และปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ความรับผิดชอบของนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

2.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีข้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่หลายประเด็น เช่น ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปกติไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาประโยชน์ของชาติมาเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น โครงการเอไอพาสปอร์ต การการเปิดเผยข้อมูลว่ามีบุคคลติดสินบน 40 ล้านบาท ในวันที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี จนถึงบัดนี้ยังไม่มีความชัดเจน และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงดีอี ที่มีบุคคลใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ด้วย และนายไชยชนกถือว่าเป็นบุคคลสำคัญเบอร์ 2 ของพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นเลขาธิการพรรค การอภิปรายนายไชยชนกเปรียบเสมือนตีกระทบชิ่งไปยังครูใหญ่ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนายไชยชนก

3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มีประเด็นที่ฝ่ายค้านได้ระบุถึงพฤติกรรมเคารพและไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล คดโกง เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก จนไม่สามารถควบคุมตนเองจากการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรงมาก และก่อนหน้านี้นายทรงศักดิ์ถูกตั้งข้อสังเกตและข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต หรือการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงการทุจริตหรือการโกงเลือกตั้ง สว. ด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี เปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของบ้านบุรีรัมย์ ถือว่าเป็นตัวแทนคนสำคัญคนหนึ่ง เมื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจนายทรงศักดิ์ได้ ก็เปรียบเสมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้านบุรีรัมย์

ส่วนบุคคลอื่นๆ น่าจะเป็นการอภิปรายในลักษณะหรือระนาบเดียวกันคือ เกี่ยวข้องกับการโกงเลือกตั้ง สว. ที่น่าจับตามองอยู่อีกคนหนึ่ง คือนางสาวศุภมาส อิสระภักดี เพราะข้อหาที่ฝ่ายค้านระบุ เป็นข้อหาที่ค่อนข้างร้ายแรง แต่ผลการอภิปรายออกมาเช่นไรก็ต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะตอนหนึ่งของข้อกล่าวหาระบุว่า มีพฤติกรรมทุจริตคอรัปชั่นอย่างเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ล็อคโครงการต่างๆ ให้กับสมัครพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้ สมคบคิดในการในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบจนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมความผิดเฉกเช่นเดียวกับองค์กรอาชญากรรม ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรงมาก จะต้องพิสูจน์กันว่าการอภิปรายสอดคล้องกับข้อหาในญัตติหรือไม่

เพราะฉะนั้นจากนี้ไป จนถึงวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะมีข้อมูลใหม่ๆ ทยอยออกมาอีก และจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ใครคือบุคคลที่มีอาการหนักหรือสาหัสสากรรจ์ในการอภิปรายไว้วางใจครั้งนี้มากที่สุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่ มองข้ามความทุกข์ปชช.

‘กรณ์’ จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชี้อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่จนมองข้ามความทุกข์ประชาชน เสนอวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 แสนบาท ดึง กทม. ลุยบริการเชิงรุกถึงหน้าบ้าน ย้ำ ‘คนเดือดร้อนรอไม่ได้’

‘สาทิตย์’ ย้ำยื่นซักฟอก 18 รมต.ไม่ใช่ ‘บันเทิงประชาธิปไตย’

"สาทิตย์" เปิดเผย ปชป. ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รมต. ไม่ใช่ "บันเทิงประชาธิปไตย" แต่คือความเจ็บปวดของประชาชน พร้อมเปิดโปงโครงข่าย "ระบอบ น." รวบอำนาจ-กินเมือง-แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ดุสิตโพลชี้ ‘นายกฯ-รัฐบาล’ สอบตกแก้น้ำท่วม คะแนนมาเป็นที่โหล่

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “น้ำท่วมปี 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,254 คน

‘ก่อแก้ว’ อบรมน้อง ‘วิโรจน์’ เลิกยุ่งเพื่อไทย! ถูกภูมิใจไทยหักอกแล้วอย่างอแง

“ก่อแก้ว” โพสต์สวน “วิโรจน์” ย้อนวันที่เพื่อไทยชวนร่วมรัฐบาลกลับไปจับมือภูมิใจไทย พอถูกหักอกกลับอยากให้เพื่อไทยร่วมล่มหัวจมท้ายด้วย ซัดเลิกยุ่งการตัดสินใจของพรรคอื่น ไปแก้ปัญหาพรรคตัวเองก่อน