กกต. แถลงเลือกตั้งกทม.-พัทยา ชวนแจ้งเบาะแสทุจริต ตั้งรางวัลสูง 1 แสนบาท

กกต.แจงการเลือกตั้งกทม.-เมืองพัทยา เตือนผู้สมัครตรวจคุณสมบัติตัวเองให้แน่นอน หากขาดคุณสมบัติแล้วมาสมัครมีโทษหนัก พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว-วอร์รูมการข่าวป้องกันทำผิดเลือกตั้ง ชวนปชช.แจ้งเบาะแสทุจริตเงินรางวัลสูงสุด 1 แสนบาท

30 มี.ค.2565 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. แถลงข่าวการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ในหัวข้อ "ข้อควรรู้เพื่อนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนในการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร/เมืองพัทยา" ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความพิเศษ ทั้งการปกครองรูปแบบพิเศษ และมีการโหมโรงการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก รวมทั้งพรรคการเมืองให้ความสนใจส่งผู้สมัครในนามพรรค ทั้งผู้ว่าฯกทม. และส.ก. โดยมีความซับซ้อนในเรื่องการหาเสียง ทั้งในส่วนของผู้สมัครผู้ว่า ผู้สมัคร สก. และพรรคการเมืองที่เข้ามาหาเสียงด้วย ซึ่งการเลือกตั้ง กทม.ครั้งนี้มีตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,374,131 คน หน่วยเลือกตั้ง 6,886 หน่วย

ทั้งนี้เวลาเลือกตั้งทุกครั้งมักจะเกิดเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติ ว่ากกต.ตรวจคุณสมบัติไม่ดีหรืออย่างไร จึงมีการมาดำเนินคดีตอนหลัง ทำไมไม่คัดตั้งแต่ต้น ยืนยันสำนักงานไม่ได้ละเลยในการตรวจสอบคุณสมบัติ ถ้ามีอยู่ในฐานข้อมูลของรัฐบาลเราตรวจสอบได้ ยกเว้นบางข้อมูลไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลราชการ ข้อมูลเก่าที่ไม่ได้มีการลงในระบบฐานข้อมูล หรือเป็นข้อมูลของผู้สมัครเอง กฎหมายจึงให้ผู้สมัครรับรองตัวเอง เพราะหากตรวจสอบภายหลังว่าไม่มีคุณสมบัติก็จะถูกดำเนินคดี ส่วนการหาเสียง จะมีเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการหาเสียง ปัญหาความเป็นกลางทางการเมือง การเบียดบังเวลาหรือทรัพย์สินของรัฐในการหาเสียง เป็นต้น

นายแสวง กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการการนับคะแนน จำนวนบัตรกับผู้ใช้สิทธิไม่ตรงกัน เกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถตรวจสอบได้ด้วยขั้นตอนที่เรามี แต่อาจจะช้า ไม่มีเคสไหนที่เราตรวจสอบไม่ได้ ทั้งนี้กฎหมายท้องถิ่นกำหนดว่าหากต่างกันให้ลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่เท่านั้น ต่างจากการเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำหนดให้เป็นดุลยพินิจของ กกต. ส่วนกรณีที่ผ่านมาคนบอกว่า กกต.เงียบ ไม่ค่อยพูดเรื่องของตัวเอง ยืนยันว่าเราจะพูดในเรื่องที่คนเข้าใจผิดเท่านั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องของความเห็นเลือกที่จะไม่โต้ตอบ เพราะเห็นว่าไม่ได้เป็นประโยชน์ เรื่องความเห็นควรให้องค์กรที่มีหน้าที่เป็นผู้ตัดสินจะดีกว่า ยืนยันว่าสำนักงานพยายามแสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่าย ขณะนี้ก็มีแนวความคิดนำคะแนนหน้าหน่วยเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตเพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ และกำลังมีการพูดคุยกับสื่อมวลชนถึงแนวทางการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า จากการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา การสมัครมีการกระทำผิดมากมาย โดยในการเลือกตั้ง อบจ. มีการร้องเรียน 700 เรื่อง การเลือกตั้งเทศบาล 1,700 เรื่อง การเลือกตั้ง อบต. 1,900 เรื่อง มีทั้งที่มีสาระและไม่เป็นสาระ แต่ล้วนแต่เป็นเรื่องที่มีโทษหนัก จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท เพิกถอนสิทธิ 20 ปี โดยเรื่องร้องเรียนมากที่สุดคือการให้หรือสัญญาว่าจะให้ ตามมาตรา 65 พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งนี้ต้องฝากเตือนผู้สมัครเรื่องคุณสมบัติ เพราะในการสมัครเลือก ส.ว.ที่ผ่านมา มีผู้ขาดคุณสมบัติและกระทำผิดจำนวน 300 คน การเลือกตั้ง ส.ส.จำนวน 200 คน และผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นกว่าพันคน

ดังนั้นขณะนี้ถือว่ามีเวลาขอให้ผู้สมัครศึกษาคุณสมบัติตามมาตรา 50 ให้ดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติระดับเทพ อย่าคิดว่ามีเวลา มีพวก มีเงินเท่านั้น หรือคิดว่าสมัครครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะบางคุณสมบัติท่านจะรู้ตัวท่านเอง เช่นสมัยวัยรุ่นเมื่อ 30 ปีที่แล้วเคยเป็นเจ้ามือไฮโล ต้องดู 26 วงเล็บ โดยเฉพาะที่เขียนว่า “เคย” คุณสมบัติจะไม่กลับมา ถ้าสมัครแล้วถอนไม่ได้ หรือถ้าได้รับการรับรองผลไปแล้ว แต่ต่อมา กกต.ตรวจพบส่งศาลก็ต้องโดนใบดำ การจะมาต่อสู้ว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องคุณสมบัติที่ต้องรู้ตัวเอง ดังนั้นให้ระมัดระวังตรวจสอบตัวเองให้ดี

"ที่ผมเป็นห่วงมากคือผู้สมัคร ต้องตรวจคุณสมบัติตัวเองให้ดี พวกที่ก้ำกึ่ง 50/50 เช่น ถูกไล่ออก ไม่แน่ใจอย่ามาสมัคร เพราะเราสามารถตรวจเจอแน่นอน ตอนนี้ยังมีเวลาตัดสินใจ แต่หากไปสมัครแล้วไม่สามารถถอนการสมัครได้ ต้องคิดว่าจะอยู่มีชีวิตปกติทำอะไรก็ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือจะอยู่แบบคนถูกเพิกถอนสิทธิ ทำอะไรก็ไม่ได้ เลือกตั้งก็ไม่ได้ ลงสมัครกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้”ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าว

ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นมีรางวัลการให้เบาะแสข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งสำหรับประชาชน ซึ่งต้องเป็นเบาะแสที่มีข้อมูลนำพาไปสู่การดำเนินการสืบสวนไต่สวนจนถึงขั้นเอาผิดได้ หากข้อมูลนำไปสู่การไต่สวนของกกต.จังหวัด ก็จะได้รับเงินรางวัล 5000 บาท แต่หากไปถึงชั้นศาลตัดสินก็จะสูงสุด 100,000 บาท

ขอเตือนประชาชนว่าการซื้อเสียงไม่ใช่แค่ผู้ให้เงินที่มีความผิด แต่ผู้รับเงินก็มีความผิดด้วยเช่นกัน โดยมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับถึง 100,000 บาท ดังนั้นต้องเลือกว่าจะเอาเงินพันหรือเงินแสน

อย่างก็ตามในการเลือกตั้ง กทม.และเมืองพัทยาในครั้งนี้ กกต.ได้ร่วมกับกทม. และจังหวัดชลบุรี จัดชุดเคลื่อนที่เร็วรวม 52 ชุด ชุดการข่าว 13 ชุดส่วนกลาง 10 ชุด มีห้องปฏิบัติการข่าวหากได้ข่าวก็จะส่งข้อมูลไปที่ชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด

ร.ต.อ.ชนินทร์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนการจัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสื่อนั้น กฎหมายกำหนดให้สามารถทำได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ ไม่มีลักษณะเป็นการชี้นำ แต่ห้ามเผยแพร่ในช่วง 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง ส่วนการติดป้ายหาเสียงนั้น กฎหมายกำหนดให้คำนึงถึงความเหมาะสม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่บทบังทัศนียภาพ การจราจร และควาสะอาด ซึ่งหากใครพบว่ามีการทำผิดก็สามารถไปแจ้งความเป็นคดีอาญาตามมาตรา 66 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากการกระทำนั้นมีผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมก็จะย้อนกลับมาเป็นใบดำได้ ส่วนเรื่องการหาเสียงห้ามหาเสียงหลัง 18.00 น.ของวันก่อนวันเลือกตั้ง รวมทั้งการกดแชร์โพสต์หาเสียงในสื่อโซเชียลก็จะเข้าข่ายเป็นการหาเสียงด้วย

น.ส.มาณวิกา ทองประเสริฐ รอง ผอ.กกต.กทม. ชี้แจงว่า กกต.ได้แต่งตั้งมีผู้ตรวจการการเลือกตั้ง 8 คน นอกจากนั้นมีการประสานผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่งตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วทุก 50 เขต เขตละ 3 คน รวมทั้งหมด 150 คน เพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง นอกจากนั้นจะมีการอบรมการเลือกตั้งสมานฉันท์ ในวันที่ 5 เม.ย. เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบต่างๆ แก่ผู้สมัคร เพื่อลดการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากกทม.ห่างเหินจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 9 ปี การเลือกตั้ง ส.ก. 13 ปี โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้สมัครประมาณ 300 คน รวมทั้งจะมีการให้ผู้สมัครทุกคนร่วมประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการไม่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต

ทั้งนี้นายสำราญ ตันพานิช ผอ.กกต.กทม. ได้มีการเน้นย้ำผู้สมัครเรื่องการเตรียมหลักฐานการสมัคร โดยเฉพาะเอกสารการเสียภาษี 3 ปี รวมทั้งกรณีจัดเลี้ยงกองเชียร์ การจัดกิจกรรมรื่นเริง ขบวนแห่ กลองยาว ในวันสมัครรับเลือกตั้ง อาจจะถือเป็นการจัดมหรสพจนกลายเป็นประเด็นที่ถูกร้องเรียนได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมชัย' เร่งตั้งกองทุนช่วยเหลือประชาชนสู้คดีป่วนเลือกตั้ง ฟ้องกลับ กกต.

"สมชัย" จ่อร้องกองปราบถามข้อมูลคดีที่ กกต.กล่าวหา 12 มี.ค.นี้ ชี้เป็นบทเรียนของ กกต.อย่าใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอีก เตรียมเปิดตัวกองทุนสู้ กกต.ช่วยเหลือ ปชช.ถูกฟ้อง

ศาลฎีกา พิพากษากลับ ยกฟ้อง กกต. ไม่ต้องชดใช้ 70 ล้าน คดีแจกใบส้ม 'สุรพล'

ที่ศาลจังหวัดฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยขณะนั้น ได้ยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งในข้อหาละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่

'วัชระ' อัด ปปช. ดองคดี 'สันทัด-แสวง' ดื่มเหล้าในห้องประชุม กกต.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ร้องเรียนนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้ง ว่าจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดที่ห้องประชุมบนอาคารกกต.

ลำปางร้อนจัด! อุตุฯ เปิดตัวเลขอุณหภูมิสูงสุดรายภาค

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานอุณหภูมิสูงสุดรายภาคทั่วประเทศ จากสถานีตรวจวัดของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยอุณหภูมิสูงสุดของประเทศไทย เมื่อวานนี้ (8 มี.ค. 69) วัดได้ 38.2 องศาเซลเซียส ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง

'กกต.' ระทึก! ศาลฎีกาชี้ชะตาชดใช้ 70 ล้าน คดีใบส้ม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปูพื้นคดีใบส้ม 70 ล้าน ก่อนถึงวันอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาวันพรุ่งนี้