
‘อดีตบิ๊ก ศรภ.’ ชำแหละทำไมแห่นัดกันมาเคลื่อนไหวขับไล่ ‘ลุงตู่’ ใช้โอกาสทองปม ‘8 ปี’ หยุดนายกฯ หวังกระทบชิ่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ
22 ส.ค. 2565 – พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การเคลื่อนไหวขับไล่ลุงตู่ที่แห่นัดกันมาตอนนี้ มีเหตุผลที่น่าเชื่อถืออยู่หลายประการ คือ
ถ้าลุงตู่ผ่านเรื่อง ”8 ปี” ไปได้ ลุงตู่จะต้องไปโลดแน่ ดังนั้น พวกเขาจึงจำเป็นต้องหยุดลุงไว้ให้ได้ ก่อนที่จะได้เป็นประธานการประชุม APEC เพราะตอนนั้นเศรษฐกิจไทยก็ต้องอยู่ในขั้นขาขึ้นแน่นอน และจะทำให้ประเทศไทยมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นหลายสิบอย่าง อย่างน้อยก็อยู่ในลำดับ 1-10 ของทุกประเทศทั่วโลก
“เรื่อง 8 ปี“ จึงเป็นโอกาสทองที่จะหยุดลุงตู่ไว้ ดังนั้น การระดมกันเคลื่อนไหวจึงเกิดขึ้นในตอนนี้
การกดดันลุงตู่ จึงไม่ได้มุ่งให้เกิดผลต่อลุงตู่โดยตรง ซึ่งดูเหมือนลุงตู่แกเฉยๆ เสียแล้ว ดังนั้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังม็อบ จึงน่าจะต้องการกดดันให้ม็อบส่งผลกระทบต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญมากกว่า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว! อดีตผู้พิพากษาเจาะลึก พรก.กู้เงินบอก 2 แสนล้านเรื่องเปลี่ยนพลังงานเป็นจุดตาย
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
จับตาศาลถก‘พรก.’ ปชป.ผวากู้4แสนล.ซ้ำเติมวิกฤต/เปิดทำเนียบฯรับบิ๊กCEO
“ปธ.สภาฯ” ส่งคำร้อง "ฝ่ายค้าน" ขอตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทถึงมือ "ศาลรธน.” แล้ว
'โสภณ' ส่งคำร้อง 'ฝ่ายค้าน' สกัด พ.ร.ก.กู้เงินให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
'โสภณ' ส่งคำร้อง 'ฝ่ายค้าน' ขอตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ให้ ศาลรธน.แล้ว
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' ชงโรดแมปการปฏิรูปการเกณฑ์ทหารอย่างยั่งยืน!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'เนติวิทย์' ยักไหล่! ลั่นไม่ผิดคาด คำตัดสินศาล รธน. ปลุกร่วมต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร
นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลยคดีหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สำหรับผม มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่ได้ผิดคาดสักเท่าไหร่ ในเมื่อเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นแบบนี้
'เนติวิทย์' ขาแหย่คุก! คดีไม่ร่วมเกณฑ์ทหาร ศาลลงมติเอกฉันท์ พรบ.รับราชการทหาร ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา 27 และมาตรา 45ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31

