'บิ๊กตู่' เซ็นยกเลิกคำสั่งตั้ง 'พงศ์พร' เป็นที่ปรึกษาฯ นักวิชาการเผยอักษรย่อ 'ส' มาแทน

4 พ.ย.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๘๓/๒๕๖๕ เรื่อง ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๗๕/๒๕๖๒

ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๗๕/๒๕๖๒ เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการพระพุทธศาสนา ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ แต่งตั้งให้ พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการพระพุทธศาสนา นั้น

บัดนี้ การปฏิบัติหน้าที่ราชการของที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการพระพุทธศาสนา ได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการแต่งตั้ง เกิดการทำนุบำรุง การส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา การพัฒนางานพระพุทธศาสนา การดูแลรักษาและการจัดการศาสนสมบัติ ตลอดจนการสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในพุทธศาสนาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลแล้ว

ประกอบกับกรมบัญชีกลาง ไม่ให้ความเห็นชอบในการจ้าง พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ต่อไป เพราะได้ว่าจ้างมาพอสมควรแก่การถ่ายทอดงานต่าง ๆ แล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๓๕/๒๕๖๒ เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการพระพุทธศาสนา ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๒

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ลงชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ด้านนายอุทิส ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพุทธศาสนา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง เต็ง ๑ มาแทนคือ ส นามสกุล ก จริงเท็จ คอยดูข่าวทางการกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทรงศักดิ์' บอกย้ายอธิบดีดีเอสไอเป็นความใฝ่ฝันข้าราชการขยับขึ้นซี 11

'ทรงศักดิ์' แจงย้าย 'ยุทธนา' ไม่เกี่ยวทำคดีฮั้ว สว. บอกเป็นคนมีความรู้ความสามารถ เล็งให้ช่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์-แก้ปัญหาประชาชน ระบุุขยับซี 10 เป็น 11 เป็นความใฝ่ฝันข้าราชการ

'วันนอร์' ร่อนเอกสาร เผยความในใจ ขอสร้างสันติสุขชายแดนใต้ภายในปี 2570

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ส่งเอกสารข่าวเปิดใจถึงบทบาทการทำงาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ชัดเจน! ประธานบอร์ดคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไขปมศึกทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ชี้กรณีทายาททวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยารามว่า โปรดพิจารณาคำพิพากษาฎีกาที่ 7638 / 2538 ซึ่งวางมาตรฐานเรื่องการยกที่ดินเพื่อเป็นที่สร้างวัด ว่าทันทีที่ผู้อุทิศมีเจตนาอุทิศชัดเจน ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้สร้างวัดตามเจตนาอุทิศนั้น โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ต่อมาเมื่อมีการสร้างวัดแล้วเสร็จ ที่ดินแปลงนั้นจึงตกเป็น