นายกฯ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง พร้อมมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่รัฐบาลตุรกี ผ่านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย
09 ก.พ.2566 - ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในนามรัฐบาลไทยมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเบื้องต้นให้แก่รัฐบาลสาธารณรัฐตุรกีผ่าน นางแซรัป แอร์ซอย (H.E. Mrs. Serap Ersoy) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย
นายกฯ กล่าวในนามของรัฐบาลและประชาชนไทย แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่จังหวัดคาห์รามันมาราช (Kahramanmaraş) สาธารณรัฐทูร์เคีย (ตุรกี) (ห่างจากกรุงอังการาประมาณ 580 กิโลเมตร) และบริเวณใกล้เคียง ในช่วงเช้าของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 พร้อมขอมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 5 ล้านบาทแก่รัฐบาลตุรกี และรัฐบาลไทยจะได้จัดส่งทีมหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความช่วยเหลืออื่นๆ ตามความต้องการ พร้อมหวังว่า รัฐบาล และประชาชนตุรกีจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้โดยเร็ว โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากตุรกีต้องการความช่วยเหลือขอให้ประสานผ่านมายังกระทรวงการต่างประเทศ
ด้านเอกอัครราชทูตฯ ขอบคุณน้ำใจของรัฐบาลไทย และประชาชนไทยในโอกาสนี้ โดยได้เห็นถึงน้ำใจและความช่วยเหลือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ประชาชน และภาคเอกชนที่ได้ส่งกำลังใจ และแสดงความช่วยเหลือมาทางสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทยอย่างมากมาย เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก หนักที่สุดครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ มิตรประเทศได้แสดงน้ำใจ ความช่วยเหลือ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเพื่อนแท้ของตุรกี เชื่อว่าตุรกีจะผ่านเหตุการณ์ที่ยากลำบากครั้งนี้ไปได้ พร้อมกล่าวขอบคุณอีกครั้งสำหรับความช่วยเหลือและกำลังใจของประเทศไทยในครั้งนี้
ทั้งนี้ นายกฯ รับทราบเมื่อวันที่ 8 ก.พงว่ามีสตรีชาวไทย 1 ราย เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ด้วยความเสียใจเป็นอย่างมาก และได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เร่งประสานงานกับทางการตุรกีเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลตุรกีช่วยดูแลชาวไทยซึ่งบางรายอาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวที่ทางการตุรกีจัดหาให้ด้วย นอกจากนี้ ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม และยังมีคนไทยดำรงชีวิตอยู่ในตุรกีรวม 30 ราย ซึ่งบางรายอาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวที่ทางการตุรกีจัดหาให้ รวมทั้ง คืนนี้ (9 ก.พ.2566) ทีมช่วยเหลือ/กู้ภัย จำนวน 42 นายจะเดินทางไปตุรกี พร้อมสิ่งของสำหรับการกู้ภัย การบรรเทาสาธารณภัย และเวชภัณฑ์
อนึ่ง กรณีคนไทยต้องการความช่วยเหลือจำเป็นเร่งด่วน สามารถติดต่อหมายเลขฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูตฯ +90 533 641 5698 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทาง Facebook Page สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ญาติของคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ สามารถติดต่อกรมการกงสุล (กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ) ถนนแจ้งวัฒนะ หรือที่ Call Center 02 572 8442 ตลอด 24 ชั่วโมง
สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือคนไทยที่เดินทางมาชั่วคราวหรือพำนักในตุรกีลงทะเบียนเพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับการประสานงานให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://forms.gle/BKZJXYj7MFdDHZ3t6 นี้
โปรดติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฯ กระทรวงการต่างประเทศ หรือสื่อท้องถิ่นของตุรกีที่น่าเชื่อถือ อย่างใกล้ชิด หากมีพัฒนาการเพิ่มเติม ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ จะประชาสัมพันธ์โดยเร็วที่สุดอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ
'อนุทิน' ไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว ยันเหตุเหยียบระเบิดศรีสะเกษไม่ใช่การปะทะ ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา
'อนุทิน' ลั่นมีมืออาชีพร่วม ครม.ใหม่เพิ่มชี้ไทยเป็นปีทองการลงทุน!
'อนุทิน' ชี้ไทยไม่ใช่คนป่วยแห่งเอเชีย แต่เป็น ปท.แห่งการลงทุน เปิดทางมืออาชีพ ร่วม ครม.เพิ่ม เผยมีรายชื่ออยู่ในใจแล้ว ลั่น ไม่เอานักการเมืองสีเทา
นายกฯ ยันมหาดไทยไม่มีแทรกแซงการเลือกตั้งวอนอย่ากดดัน กกต.
'อนุทิน' ยืนยันมท.ไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง เพราะเป็นหน้าที่กกต. เชื่อมั่นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ วอนอย่ากดดัน กกต.
'อนุทิน' มั่นใจต่างชาติเชื่อมั่นไทยหลังเห็นผลเลือกตั้ง!
'อนุทิน' มั่นใจต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพไทยหลังเห็นผลเลือกตั้ง
นายกฯ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือขอพรให้คนไทย
นายกฯ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขอพรให้คนไทยมีความสุข ร่ำรวย สามัคคี พร้อมให้ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง คนที่คิดไม่ดี ต้องพังพินาศ
'อนุทิน' โยนตำรวจแจงปมคนร้ายคลั่งยิงผู้อำนวยโรงเรียนเสียชีวิต
'อนุทิน' โยนตร. แจงรายละเอียดเหตุคนร้ายคลั่งยิง ผอ.พะตงประธานคีรีวัฒน์ดับ ชี้เป็นเหตุอุกอาจ ลั่นต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

