
5 พ.ค.2566 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับหนังสือ “ด่วนที่สุด” จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไปให้ถ้อยคำประกอบคำร้อง กรณีที่สมาคมได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบการหาเสียงเลือกตั้งของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เสนอนโยบายแจกเงินดิจิทัล เป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับพรรคและผู้สมัครพรรคเพื่อไทย อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการหาเสียงดังกล่าวอาจเป็นการฝ่าฝืน ม.73(1) และ (5) ของ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 ประกอบ พรบ.เงินตรา 2501 พรบ.ธนาคารแห่งประเทศไทย 2485 พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 พรก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2561 และ พรก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) 2561 ได้
อย่างไรก็ตามแม้พรรคเพื่อไทยจะได้ชี้แจงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่ต้องใช้เงิน ตามมาตรา 57 พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ต่อ กกต. และได้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะเป็นการทั่วไปแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากตัวเลข 5,600,000 ล้านบาท ที่ต้องนำมาใช้ในนโยบายนี้ ยังเป็นที่สงสัยกันอย่างมากว่า วงเงินดังกล่าวต้องนำมาใช้ในครั้งเดียวก่อนเริ่มโครงการ จะอ้างนำภาษีที่ได้จากผลคูณต่อเศรษฐกิจจากนโยบาย 1 แสนล้านบาทมารวมก่อนไม่ได้ ส่วนการตัดงบประมาณที่ซ้ำซ้อนก็ไม่แจ้งให้ชัดว่าจะตัดงบประมาณด้านใด ตัดงบบัตรคนจน ตัดงบผู้สูงอายุ ใช่หรือไม่
ที่สำคัญ หากพรรคเพื่อไทยจัดสรรเงินที่จะต้องนำมาใช้จ่ายตามกรอบวงเงินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล จะไปกระทบกับวงเงินงบประมาณจากนโยบายการใช้จ่ายเงินอื่น ๆ ของพรรคเพื่อไทยที่มีรวม 70 นโยบาย 15 ด้าน ตามเอกสารชี้แจง ซึ่งกำหนดกรอบวงเงินที่ใช้ดำเนินการตลอดระยะเวลา 4 ปีตามวาระรัฐบาล รวมเป็นเงินกว่า 3 ล้านล้านบาทด้วย ความเป็นไปได้อาจมีน้อยมาก และหากมีความพยายามผลักดันนโยบายดังกล่าวออกมาใช้ก็อาจจะไปกระทบต่อวินัยการเงินการคลังของชาติ ซึ่งนอกจากเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการหาเสียงที่ถูกครหาจากอดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประทศไทยหลายๆท่านที่ผ่านมาด้วย
"อีกทั้งการชี้แจงนโยบายดังกล่าว อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของ ม.57 พรป.พรรคการเมือง 2560 ที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่ง กกต./นายทะเบียนพรรคการเมือง ต้องพิจารณาและวินิจฉัยว่านโยบายหาเสียงดังกล่าว มีความเป็นไปได้ หรือมีการปกปิดข้อมูลที่ควรจะแจ้งหรือไม่ หากมีการปกปิด ก็อาจจะเข้าข่ายผิด พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73(5) เป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองได้ กกต.จึงรีบเรียกให้ไปชี้แจงเป็นการด่วนในวันที่ 11 พ.ค.66เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง" นายศรีสุวรรณ กล่าว ในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สิทธิโชติ' ลั่น กกต.ไม่แตกแยกแค่เห็นต่างเฉพาะเรื่อง!
'สิทธิโชติ' ย้ำ กกต.ไม่แตกแยก พี่ๆ ทุกคนเป็นคนดี แม้ความเห็นต่างเฉพาะเรื่อง เผย 3 คดีฮั้ว สว.คาดเข้าที่ปนะชุม กกต.ต้นเดือนหน้า
'ศรี' ร้องนายกฯปลด CEO คณะผู้บริหารการบินไทย ทำกระเป๋าผู้โดยสารตกค้าง เสียชื่อประเทศ
'ศรีสุวรรณ' ร้องนายกฯสั่งปลด CEO และคณะผู้บริหารการบินไทย บริหารกิจการสายการบินแห่งชาติผิดพลาด ล้มเหลว เกิดปัญหากระเป๋าผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก เสียชื่อเสียงประเทศอย่างรุนแรง
ไม่พลาด 'ศรี' ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมืองรับนาฬิกานายกฯเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมืองใหญ่รับนาฬิกานายกฯเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ แม้อ้างราคาไม่เกิน 3 พันบาท แต่หากทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน หรือส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการหรือทางการเมืองอย่างเที่ยงธรรมจะรับไม่ได้
'ทนายตั้ม' โผล่ร้อง บช.ก.เอาผิด กกต.เสียงข้างมาก!
'ทนายตั้ม' ร้อง บช.ก.เอาผิด กกต.เสียงข้างมาก ปฏิบัติหน้ที่โดยมิชอบไม่สั่งฟ้องฮั้ว สว.พร้อมหอบ ภาพ-คลิปเสียงของ 'สิทธิโชติ' มอบพนักงาน อ้างในฐานะผู้สมัครและ สว.สำรองกลุ่มที่ 17 มีส่วนได้เสียโดยตรง
'ณัฐพงษ์' เคาะ 25 ก.ย.ยื่น ป.ป.ช.สอย 7 อรหันต์ กกต.
'ณัฐพงษ์' ลุยยื่น ปปช. สอบเอาผิด 7 กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในคดีฮั้ว สว. เมินหลักฐาน เอื้อประโยชน์นักการเมือง 'พริษฐ์' จับตาเข้มตั้ง 'ปิยะ' นั่งอธิบดีดีเอสไอ เป่าตกประเด็นอั่งยี่-ซ่องโจร หลังมีประวัติเป็นอนุชุด 36

