หมอนิธิพัฒน์ ไข MOU ก้าวไกล แนะส่งเสริมระบบราชการได้แสดงศักยภาพ

23 พ.ค. 2566 – รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า การเลือกตั้งแห่งปี 2566 นี้ ได้สร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองใหม่ๆ ขึ้นหลายอย่าง ตามที่ยังเม้าท์มอยกันอยู่ไม่ยอมหยุดในสื่อทุกช่องทาง โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ที่พรรคเสียงข้างมากเปิดตัวทีมร่วมบริหาร โดยเน้นที่นโยบายขับเคลื่อนร่วมกันมากกว่าเน้นการจัดสรรแบ่งเค้กกระทรวงเช่นในอดีต แต่อาจไม่เร้าใจกองเชียร์บางพวกที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เพราะคงห่วงการยอมรับจากประชาชนอีกจำนวนมากพอควรที่มีวุฒิสมาชิกส่วนใหญ่เป็นตัวแทน

ในฐานะราษฎรอาวุโสสายการแพทย์ ในการแถลงข่าว MOU เมื่อวานดังรูป มีคนใส่หน้ากากเพียงคนเดียว ทั้งที่น่าจะมีราษฎรอาวุโสกลุ่มเปราะบางอย่างน้อย 3 ใน 16 คนอยู่บนเวที ส่วนหญิงเดียวที่ใส่หน้ากากให้เห็นเด่นชัดนั้น จะเหมาะสมทำงานบริหารด้านการแพทย์หรือไม่ต้องจับตากันดูต่อไป ในสถานการณ์โควิดที่กำลังกลับแพร่ระบาดใหม่ แม้จะเป็นระลอกเล็ก แต่คณะผู้ที่อาสามากุมบังเหียนการเมืองก็ควรใส่ใจด้วย โดยหากมีโอกาส ต้องสอดแทรกการเตือนให้ประชาชนยกระดับมาตรการควบคุมโรคขึ้นชั่วคราว และทำตัวเป็นแบบอย่างต่อสังคม เช่น ถอดหน้ากากในที่สาธารณะเท่าที่จำเป็น หลีกเลี่ยงการรวมตัวกันจำนวนมากในสถานที่แออัด แสดงความห่วงใยและปกป้องคนกล่มเปราะบาง

สำหรับ MOU 23 ข้อนั้น ที่พอจะเชื่อมโยงเข้ากับทางการแพทย์ได้มี 5 ข้อ คือข้อที่ 14, 15, 16, 20 และ 22
หากย้อนมองการรับมือวิกฤตสุขภาพเรื่องโควิดและฝุ่น PM2.5 ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำได้ดีระดับหนึ่งแต่ยังมีข้อที่ต้องพัฒนาอยู่อีกพอควร การเตรียมความพร้อมเผชิญวิกฤตสุขภาพแบบมืออาชีพ จึงน่าจะถูกผนวกเพิ่มต่อเข้าไปในนโยบายข้อที่ 20 ได้

สำหรับข้อที่ 16 ที่ถูกใจบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่ง น่าจะต้องต่อท้ายเพิ่มเข้าไปด้วยว่า และควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ (รวมบุหรี่ไฟฟ้า) อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดภาระต่อระบบสุขภาพมากเกินเหตุ

ในส่วนแนวทางบริหารประเทศ 5 ข้อนั้น ยังขาดแนวทางการประสานการทำงานระหว่างฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ต้องยอมรับว่าระบบราชการไทยมีบุคลากรที่มีศักยภาพและมีใจพร้อมรับการพัฒนาอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ถูกครอบงำด้วยระบบอำนาจนิยมที่หยั่งรากลึกภายในมานาน โดยมีนักการเมืองจากภายนอก ผลัดเปลี่ยนกันเข้าฉกฉวยโอกาสเล่นเกมช่วงชิงอำนาจมาโดยตลอด จึงควรมีนโยบายส่งเสริมให้ระบบราชการได้แสดงศักยภาพเต็มที่ ภายใต้การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและก้าวทันโลกยุคใหม่ ที่สำคัญคือต้องยึดโยงกับผลประโยชน์ประชาชน โดยมีฝ่ายการเมืองเป็นผู้กำกับนโยบายและสนับสนุนการดำเนินการ และไม่ลงมาล้วงลูกหรือเบี่ยงเบนทิศทางการทำงาน

ปิดท้ายด้วยการขอสนับสนุนความเห็นของราษฎรอาวุโสที่สุดในการแถลงข่าวเมื่อวานที่ว่า ประเทศเราได้ผ่านมาแล้วกับช่วงการพัฒนาประเทศซึ่งยังไม่เห็นผลดีเท่าที่ควร เพราะมีการหวงอำนาจและกีดกันผู้ที่เห็นต่าง น่าจะได้เวลาที่พวกเราทุกฝ่ายต้องลดทิฐิส่วนตนลง แล้วมาร่วมเจรจาแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง มีสติและปัญญาเป็นเครื่องชี้นำ พร้อมใช้กลไกแก้ไขปัญหาทางการเมืองในระบบรัฐสภาแทนการลงสู่ท้องถนนหรือการยึดอำนาจด้วยอาวุธ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดจดหมาย 'หมอนิธิพัฒน์' ฝาก 3 เรื่อง ถึง 'หมอชลน่าน' ว่าที่รมว.สธ.

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เขียน จดหมายเปิดผนึกถึงศิษย์รุ่นน้องร่วมบ้านริมน้ำ มีเนื้อหาดังนี้