'พิธา' ตอบ 'เจี๊ยบ' สถานภาพล่าสุด โสด แต่ไม่ปิด ย้ำทำแต่งาน

24 ก.ย.2566 – นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์คลิปวิดีโอพูดคุยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยนางอมรัตน์ ถามนายพิธา ว่า สรุปเป็นอย่างไรตอนนี้ สถานภาพ

นายพิธา กล่าวว่า “โสดครับพี่ โสดแต่ว่าก็ไม่ได้ปิด แต่ว่ามันโสดจริงๆ เขาว่าไม่มีเวลา ทำแต่งานและอยู่กับลูก แล้วก็ช่วยกันขับเคลื่อนพรรคต่อไป แต่ว่าก็ไม่ได้ปิด”

จากนั้น นางอมรัตน์ กล่าวว่า ก็เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค นายพิธา กล่าวว่า ครับ นางอมรัตน์ ถามว่า ออกต่างจังหวัดใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวย้ำว่า และต่างประเทศด้วย สัปดาห์หน้าจะไปอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ครบ 4 ปีที่ไปอมก๋อยกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

เอาแล้ว ‘ธิษะณา’ โพสต์เตรียมดำเนินคดี ‘อมรัตน์’

หลังจากที่ นางสาวธิษะณา ชุนหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยว่า พรรคประชาชน มีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ ในการทำงานพรรค โดยว่าจ้างบริษัทที่มีชื่อว่า Spectre C ในการดำเนินการ

'นักวิชาการ' ฟันเปรี้ยง! เหตุที่คนกรุงเทพเลือก 'พรรคส้ม' เพราะการตลาดที่โหมกระหน่ำทางสื่อ

ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า สาเหตุที่คนกรุงเทพมีแนวโน้มเลือกพรรคส้ม: มุมมองนี้เป็นทรรศนะส่วนตัวนะครับ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผมก็ได้ครับ

'ประธานคริส' ขอบคุณล้านเสียงเลือก 'พรรคเศรษฐกิจ' FC ถามหา 'พล.อ.รังษี'

'ประธานคริส' แถลงขอบคุณประชาชนเลือก 'พรรคเศรษฐกิจ' กว่าล้านเสียง ซัดเลือกตั้งโกง 100 เขต ชี้มีคนส่งข้อมูล- หลักฐานให้ เรียกร้อง กกต. จัดการ ด้านแฟนคลับคอมเมนต์ถาม 'พลเอกรังษี' หายไปไหน

เปิดเบื้องลึก 'โปลิตบูโรพรรคส้ม' ไม่ยอมเป็นรัฐบาล ต้องแพ้เพื่อ 'ธนาธร' รอเวลากลับมา 2572

นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ต้องแพ้เพื่อธนาธร ยังไม่ใช่เวลาของพวกเรา มีเนื้อหาดังนี้ นี่คือความคิดหลักของคณะโปลิตบูโรของพรรคส้ม หลักการนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และถูกนำมาใช้เป็นหลักในการบริหารการเมืองในพรรคส้ม