'นักวิชาการอิสระ' ชำแหละความผิดพลาด จากพรรคอนาคตใหม่ ถึงก้าวไกล...ไปต่ออย่างไร

พรรคอนาคตใหม่มีนักบริหารและนักสื่อสารองค์กรด้วยเทคโนโลยีและวิธีการสื่อสารแบบใหม่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ แต่ไม่มีบุคคลากรที่เข้าถึงคนรุ่นเก่าที่ยังมีอำนาจและอิทธิพลในทางการเมือง สื่อเหล่านี้เข้าไม่ถึง พรรคอนาคตใหม่ไม่มีการเตรียมการในเรื่องเหล่านี้เลย มุ่งเน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่

16 ธ.ค.2564 -ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กประเด็น จากพรรคอนาคตใหม่….ถึงก้าวไกล…ไปต่ออย่างไร ว่าสมัยที่เริ่มตั้งพรรคอนาคตใหม่ สนใจมากเหมือนกัน เพราะเข้ากับแนวโน้มของโลกที่คนรุ่นใหม่อายุน้อยเริ่มเข้ามามีบทบาททางการเมืองในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันตกไม่ว่า แคนาดา นิวซีแลนด์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ออสเตรีย

ในขณะเดียวกัน ก็เขียนถึงพรรคอนาคตใหม่ว่ามีจุดอ่อนอะไรบ้างที่ต้องป้องกัน เมื่อเข้าสู่การเป็นพรรคการเมืองแบบไทยๆอย่างเต็มรูปแบบ

  1. พรรคและสมาชิกพรรค ตั้งแต่หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค ทั้งหลายต้องเตรียมตัวเตรียมการที่จะตกในสถานะตั้งรับมากกว่ารุกหลังการเลือกตั้ง เพราะก่อนเลือกตั้งนั้นเป็นการโจมตีคนอื่น พรรคอื่น นักการเมืองอื่น รวมทั้งคนที่อยู่ในอำนาจ ไม่ว่ารัฐบาลทหาร คนรักสถาบัน อะไรๆที่พรรคอนาคตใหม่เห็นต่าง แต่หลังการเลือกตั้ง พรรคจะกลับเป็นฝ่ายถูกโจมตีจากคนหรือฝ่ายที่เคยถูกพรรคอนาคตใหม่โจมตี เพราะคนในพรรคอนาคตใหม่กลายเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นนักการเมืองเริ่มมีบทบาทอำนาจในทางการเมือง ถนนทุกสายจะมุ่งหน้ามาที่พรรค พรรคจะรับมืออย่างไร
  2. พรรคอนาคตใหม่มีนักบริหารและนักสื่อสารองค์กรด้วยเทคโนโลยีและวิธีการสื่อสารแบบใหม่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ แต่ไม่มีบุคคลากรที่เข้าถึงคนรุ่นเก่าที่ยังมีอำนาจและอิทธิพลในทางการเมือง สื่อเหล่านี้เข้าไม่ถึง พรรคอนาคตใหม่ไม่มีการเตรียมการในเรื่องเหล่านี้เลย มุ่งเน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้บริหารพรรคไม่มีการผสมผสานคนรุ่นเก่าที่เข้าใจการเมืองแบบไทยๆ มีประสบการณ์
  3. พรรคอนาคตใหม่ขาดนักกฎหมายระดับหัวกระทิ ประสบการณ์เชิงเทคนิคมากกว่าคนสอนกฎหมาย พรรคไม่ได้มองปัญหานี้ คิดว่าถ้าได้ทำตามกฎระเบียบแล้วเป็นอันใช้ได้ แต่ในทางกฎหมายจะมีเทคนิคการใช้กฎหมายที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย นักกฎหมายของพรรคขึ้นอยู่กับสองสามคนระดับรองหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ซึ่งไม่พอ พรรคอนาคตใหม่ต้องมี war room ระดมกำลังจากนักกฎหมายฝีมือดีป้องกันปัญหา ไม่ใช่คอยตามแก้ปัญหา ซึ่งสายเกินไป

สิ่งที่เกิดกับพรรคอนาคตใหม่นี้ เป็นเรื่องของการเตรียมการอย่างฉุกละหุกในการตั้งพรรค แก้ปัญหารายวัน ปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานแบบนี้ขาดความรอบคอบอย่างมาก เกิดช่องโหว่ให้ถูกโจมตีจากทุกทิศทางโดยไม่สามารถตั้งรับได้ทั้งหมด การถูกถาโถมรอบทิศ ทำให้พรรคอนาคตใหม่เปรียบเสมือนหมาบ้านหลงฝูงเข้ามาสู่วงหมาวัด ที่ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนบ้าง ตั้งรับไม่ถูก และไม่สามารถรุกได้

สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่กำลังประสบคือปัญหาจากการอ่อนด้อยในประสบการณ์ มองข้ามพลังของคนรุ่นเก่าที่ยังมีบทบาทในทางการเมือง อำนาจของกองทัพ อำนาจของนักธุรกิจ นักลงทุน นายทุน และสถาบันองค์กรอิสระทั้งหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ใน comfort zone ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง

การแตกแยกภายในพรรคนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อแพกำลังจะแตก ทุกคนก็จะขวนขวายหาขอนไม้ใหม่เพื่อความอยู่รอด ส่วนเรื่องที่ผ่านมา ก็คงเป็นแค่อดีตที่เป็นแค่บันไดขั้นต้น

โดยธรรมชาติของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ จะไม่ยึดติดกับอะไรนานๆ มีความเป็นอิสระและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง เมื่ออายุเพิ่มขึ้นก็จะเริ่มนิ่ง และเปลี่ยนแปลงน้อยลง

เหมือนกันทั่วโลกที่คนรุ่นใหม่มักจะเป็นฝ่ายที่มุ่งความเป็นอิสระเสรี และเมื่ออายุมากขึ้นก็จะมีความเป็นอนุรักษ์มากขึ้น

ไม่ได้มีอคติอะไรกับพรรคการเมืองพรรคนี้ ไม่ได้ชื่นชอบเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์ เพียงแต่คิดว่าการก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วนั้นย่อมอยู่บนพื้นฐานที่ไม่แข็งแรง

พรรคอนาคตใหม่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.มากมาย โดยเฉพาะจากบัญชีรายชื่อ เพราะระบบเลือกตั้งที่เป็นคุณกับพรรคอย่างที่คิดไม่ถึง ซึ่งถ้าเป็นระบบเลือกตั้งแบบเก่าที่แยกกาบัตรเลือกตั้งระหว่างเขตกับบัญชีรายชื่อ เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่คงไม่ได้ สส.จำนวนมากเช่นนี้

ยังนึกไม่ออกว่าพรรคก้าวไกลที่แปลงมาจากพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นอย่างไรเหมือนกัน

เพราะดูเหมือนจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย…

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไหวไหม 'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' เสนอสูตร 'พรรคส้ม' ที่เก่งนักหนามาร่วมรัฐบาล จะได้พิสูจน์ฝีมือ

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรมว.ต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

จับตา 'ป.ป.ช.' ชงเด็ดปีก 44 สส.ก้าวไกล

เลขาฯป.ป.ช. ปัดชงถกคดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้มาตรา 112 พรุ่งนี้  แต่เปิดทางประธาน ปปช.หยิบขึ้นเป็นวาระลับในที่ประชุมได้  ยันไม่เกี่ยวการเมืองหลังเลือกตั้ง

'พล.อ.รังษี' แฉซื้อเสียงระบาดหนัก พุ่งหัวละ 5,000 บาท แจงข้อกังขา 'ประธานคริส' มีอำนาจเหนือพรรค

พล.อ.รังษี’แจงข้อกังขา 'ปานเทพ' ปม' ประธานคริส' มีอำนาจเหนือพรรค ยันลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 10 เป็นยุทธศาสตร์แบ่งงาน ‘บริหาร-นิติบัญญัติ’ ไม่ยึดติดอำนาจ หวังสร้างการเมืองใหม่ที่โปร่งใส พร้อมเปิดหน้าชนโค้งสุดท้าย แฉขบวนการซื้อเสียงระบาดหนักทั่วประเทศ พุ่งหัวละ 5,000 บาท คาดสะพัดกว่า 1.2 หมื่นล้าน ชี้เป็นเงิน ‘ธุรกิจสีเทา-สแกมเมอร์

แฟนกีฬาซีเกมส์เข้าสนามน่าพอใจ คนรุ่นใหม่สนใจมากขึ้น บรรยากาศสุดคึกคัก

แฟนกีฬาตอบรับมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เข้าชมในสนามจำนวนน่าพอใจ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ชี้หลายกีฬาไม่ใช่แค่เกมการแข่งที่เข้มข้น บรรยากาศโดยทั่วไปยังสนุกสนาน น่าติดตาม โดยเฉพาะกีฬาคนรุ่นใหม่ อย่างเอ็กซ์ตรีม เป็นไปอย่างคึกคัก