'เศรษฐา' ถกฝ่ายความมั่นคง เตรียมพร้อมอพยพคนไทย หลังสู้รบอิสราเอล-ฮามาสส่อขยายวงกว้างในระดับภูมิภาค เล็งหาช่องทางแจ้งตรงคนไทยทุกประเทศเสี่ยง ย้ำอยากให้แรงงานไทยทั้งไปถูก-ผิดกฎหมายกลับ
02 พ.ย.2566 - นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งแรก ว่า เรื่องสำคัญที่ได้พูดคุยในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสื่อบอกว่าใช้เวลาแปบเดียวนั้น ส่วนมากที่คุยกันนายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการ สมช. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ สมช. ได้อธิบายที่มาที่ไปของ สมช. ซึ่งตนเองก็ใหม่ ต้องทำความเข้าใจนิดนึง และอีกเรื่องคือ ปัญหาที่อิสราเอล เรื่องนี้ถกกันนาน มีการแจ้งสถานการณ์เชิงลึก แต่อะไรที่พูดได้ก็จะพูด แต่คงมีหลายเรื่องที่เราต้องระมัดระวัง เพราะเป็นความละเอียดอ่อน เรื่องตัวประกันเป็นเรื่องสำคัญ แต่สาระสำคัญคือ สงครามมีแนวโน้มจะขยายวงกว้าง ไม่ใช่ระหว่างผู้ขัดแย้งสองฝ่าย แต่ขยายวงกว้างไประดับภูมิภาค ซึ่งมีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จอร์แดนและเลบานอน ซึ่งมีประมาณ 10 ประเทศ และตอนนี้เขาได้เข้าไปคุยกับประชาชนของเขาที่อยู่ใน 2 ประเทศนี้เรื่องการให้พิจารณาเรื่องการอพยพ เดี๋ยวทางเราจะไปประเมินกันอีกทีว่าจะต้องมีการแจ้งให้ทราบถึงประเด็นปัญหาที่จะลุกลามไปในระดับภูมิภาคที่มีความเป็นไปได้
นายเศรษฐา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเหตุผลที่พอจะทราบข้อมูลมาว่าที่จะขยายวงไปเพราะเริ่มมีการทำสงครามทางไซเบอร์กับการใช้โดรนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้จึงทำให้เรามีความเป็นห่วง อาจมีการขยายวงกว้างไปสู่ประเทศที่อยู่ใกล้เคียงด้วย สำหรับแรงงานไทยที่อยู่ในประเทศนั้นๆ ก็ต้องพิจารณาว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ส่วนที่อิสราเอล ตอนนี้แรงงานไทยที่แจ้งเจตจำนงกลับมาก็จะหมดแล้ว ไฟล์ทวันนี้ก็ว่างประมาณกว่า 100 ที่นั่ง ฉะนั้น ไม่อยากใช้คำว่าหมดภารกิจของทางรัฐบาล แต่เราต้องพูดคุยต่อเนื่องกับคนที่ยังอยู่ว่ามีความรุนแรงของสงครามที่จะขยายวงกว้างไปได้ ก็ต้องบอกมาหากอยากจะแจ้งเจตจำนงจะเดินทางกลับ แล้วตรงนี้ก็มีความซับซ้อนอีกด้วยว่ามีแรงงานที่เราไม่ทราบจำนวน โดยฝ่ายความมั่นคงแจ้งมาว่าน่าจะมีอีกจำนวนพอประมาณ ซึ่งไม่ได้แจ้งตอนที่ออกไป สรุปแล้วเป็นแรงงานที่ไปโดยไม่ถูกต้อง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ซึ่งเรื่องใหญ่กว่าคือ เราต้องพยายามเสาะหาให้ได้ว่าคนเหล่านี้อยู่ที่ไหน และแจ้งตรงไปให้ทราบถึงความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อให้เขาตัดสินใจที่จะกลับมาได้ แม้จะไปอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เรายินดีรับกลับมาได้ ส่วนแรงงานที่ยังไม่ตัดสินใจจะกลับ เราต้องการให้แน่ใจว่าการสื่อสารที่ได้สื่อสารออกไปไม่ผ่านบุคคลที่สอง ซึ่งรัฐบาลจะสื่อสารตรงไปเองว่าความรุนแรงของสถานการณ์เป็นอย่างไร อย่างน้อยพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่นจะได้ทราบถึงความรุนแรงของสถานการณ์เองจากรัฐบาล ดังนั้น เดี๋ยวจะมีการคุยกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานเพื่อหารายชื่อ หากมีช่องทางที่จะติดต่อได้ทางโทรศัพท์ก็จะติดต่อไป และส่งข้อความไปแจ้งว่าสถานการณ์รุนแรงขนาดไหน อย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของตัวประกันก็ยังทำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งจะพบปะพูดคุยกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ที่เพิ่งบินกลับมา และวันเดียวกันนี้ได้พบกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ได้ข้อมูลมา ตอนนี้ทุกๆ ฝ่ายช่วยอย่างเต็มที่ แต่เรื่องของการให้ข่าวและเรื่องที่หลายๆ ฝ่ายช่วยเหลือกันตนได้ขอร้องไปทุกๆ หน่วยงานว่าหากต่างคนต่างทำก็ให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลกันให้ดี จะได้ไม่มีความสับสน ซึ่งแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ต้องคอยก่อนว่าจะมีข่าวดีจริงๆ เมื่อไหร่ เราเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร และเรื่องการอพยพก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ความปลอดภัยของประชาชนเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญสูงสุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากสถานการณ์การสู้รบที่ส่อจะขยายวงกว้างไปในระดับภูมิภาค รัฐบาลได้เตรียมรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า อันนี้ได้มีการพูดคุยกันในวงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางด้านพลังงาน ได้พูดคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน และในเร็วๆ วันนี้ท่านจะมีการเสนอมาตรการด้านความมั่นคงทางพลังงานมา หากมีปัญหาเกิดขึ้นจริงอย่างที่ตนเรียนว่าหากสงครามขยายวงกว้างก็จะมีผลกระทบต่อไป ซึ่งข้อดีของแนวโน้มของประเทศที่สงครามจะขยายวงกว้างไปคือ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเรามีน้อย แต่ก็ต้องระมัดระวัง เหนือสิ่งอื่นใด ที่สำคัญคือ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศที่มีแนวโน้มว่าความรุนแรงจะขยายตัวไปจุดนั้น ส่วนเรื่องการอพยพแรงงานไทยนั้น จะมีการพูดคุยกันในวันเดียวกันนี้ เพราะรับทราบว่าสถานการณ์จะขยายวงกว้าง จึงต้องมีการคิดแผนออกมา ตอนนี้ได้มีการเริ่มแจ้งเตือนไปแล้ว ซึ่งเราก็ต้องพร้อมอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะบินไปรับตัวประกัน ได้รับรายงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขออนุญาตไม่พูดในทีนี้ดีกว่า เข้าใจว่าทุกท่านมีความหวังดีและปรารถนาดี
เมื่อถามว่า จากการที่ได้คุยกับนายกฯอิสราเอล ซึ่งนายกฯระบุว่าพร้อมรับทุกเงื่อนไขเพื่อให้ปล่อยตัวประกัน มีสัญญาณอะไรมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้บอกไปว่าหากต้องการความช่วยเหลืออะไร ตรงนี้เราเต็มที่ เอาชีวิตของพี่น้องประชาชนกลับมาให้ได้ก่อนแล้วกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เสธ.นิด' เปิดแผนยุทธศาสตร์ยิวยึดครองส่วนย่อยของไทย
พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความว่า ปัญหายิวอพยพไม่ใช่เรื่องเล็กๆปัญหาปาเลสไตน์
เนทันยาฮู ปฏิเสธแผน 15 ข้อสำหรับฉนวนกาซาที่ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูย้ำจุดยืน ปฏิเสธแผนการที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปลดอาวุธกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา
ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า
นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก
'อนุทิน' หารือเต็มคณะ 'มิน อ่อง หล่าย' ย้ำมิตรภาพ-ความไว้เนื้อเชื่อใจ
นายกฯ หารือเต็มคณะร่วมกับประธานาธิบดีเมียนมา ย้ำมิตรภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจ เดินหน้าความร่วมมือ พร้อมลงนาม MOU 3 ฉบับ เสริมสร้างความร่วมมือแรงงาน -จัดการคุณภาพน้ำ -เทคโนโลยีอวกาศ
'อนุทิน' ต้อนรับ 'มิน อ่อง หล่าย' สมเกียรติ! นำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ
'นายกฯ อนุทิน' ต้อนรับ 'มิน อ่อง หล่าย' นำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนหารือความร่วมมือสองประเทศ
อิสราเอลยังไม่หยุดโจมตีฉนวนกาซา แต่เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากกว่าสิบคนจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา ขณะนี้มีรายงานว่ารัฐบาลอิสราเอลเริ่มเข้มงวดแนวทางปฏิบัติสำหรับการโจมตีลักษณะดังกล่าวแล้ว

