'ทนายยิ่งลักษณ์' ไขข้อข้องใจ ทำไมมีคำวินิจฉัย 2 ศาลแล้ว รอดความผิดทางอาญา

27 ธ.ค.2566 - นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกฟ้องไร้ความผิดทางอาญาและให้ถอนหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า

หลายคน ยังตั้งคำถามแบบเอาเรื่อง
หลายคน ยังงงทำไม 2 ศาลแล้วรอด

ผมขอแสดงความเห็นจากที่ได้ฟังคำวินิจฉัยของศาลตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ และตามที่เราเข้าใจและได้ต่อสู้ไว้ในคดี มีสาระสำคัญว่า

แม้จะมีคำวินิจฉัยของ 2 ศาลมาแล้ว แต่โครงสร้างความรับผิดทางอาญา ต้องประกอบด้วย การกระทำ ที่ต้องมีเจตนา และข้อหาปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตนั้น จำต้องมีเจตนาพิเศษด้วย

ศาลฎีกาฯ ท่านจึงต้องพิจารณาและวินิจฉัยจากพยานในการไต่สวนของ ป.ป.ช. ให้ได้ข้อเท็จจริงและมีพยานหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ให้แน่ใจว่าจะลงโทษจำเลยได้ ด้วย
#ความน่าสนใจของทางนิติศาสตร์ที่แตกต่างกัน 2 ประการ คือ
1.นิติวิธีทางกฎหมาย
2.เจตนารมย์ของกฎหมาย

ทั้งสองประการส่งผลต่อการตีความและการให้เหตุผลในการวินิจฉัยของศาลที่แตกต่างกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่าศาลรัฐธรรมนูญ อาจตัดสินตามกฎหมายและยังต้องมองมิติในด้านทางการเมืองในเวลานั้นด้วย

ข้อพิจารณาเพิ่มเติม (ความเห็นส่วนตัว)

ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 211 วรรค 4 บัญญัติให้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสรพ และหน่วยงานของรัฐ ซึ่งขอบเขคของการมีผลผูกพันของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนี้ แยกออกเป็น

1. ผลของคำวินิจฉัย ผูกพันทุกองค์กร

2.เหตุผลที่ศาลใช้จะผูกพันทุกองค์กร จะต้องเป็นเหตุผลที่เป็นสาระสำคัญในการวินิจฉัยเท่านั้น ไม่รวมถึงเหตุผลแวดล้อมหรือเหตุผลประกอบที่ศาลรัฐธรรมนูญหยิบยกเพื่อสนับสนุนคำวินิจฉัยของตน

สำหรับกรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2557 ผลผูกพันคือ ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุด ส่วนเหตุผลที่ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการก้าวก่ายแทรกแซง เข้าใจว่าเป็นเพียงเหตุผลแวดล้อมหรือเหตุผลประกอบที่ศาลหยิบยกมาเพื่อสนับสนุนคำวินิจฉัยเท่านั้น

บางคดีสำคัญก่อนหน้านี้ ศาลยุติธรรม ก็รับฟังพยานหลักฐานจากการสอบสวนและทางนำสืบในชั้นพิจารณาจากพยานหลักฐาน แตกต่างจากศาลรัฐธรรมนูญ ที่จำเลยยกเอาคำวินิจฉัยที่เป็นคุณมาใช้ต่อสู้ในศาล แต่เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาถึงสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ส่วนศาลยุติธรรม จะพิจารณาวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาจากการกระทำในทางอาญาให้ชัดแจ้งจึงจะลงโทษหรือยกฟ้อง.

บันทึกหมายเหตุคดีนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจโอนย้ายข้าราชการระดับสูง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การันตีรอบที่ร้อยแปด! อิ๊งค์บอกพ่อออกจากคุกวางมือทางการเมืองแน่นอน

'อิ๊งค์' เผยทักษิณเตรียมวางมือทางการเมืองแน่นอน หลังเข้าเยี่ยมที่เรือนจำ ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนกฎหมาย คาดเกณฑ์พักโทษปล่อยตัวพ้นคุกได้ 11 พ.ค.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

พริษฐ์งอแง! ไม่เห็นด้วย กมธ.เสียงข้างมากตัดข้อเสนอพรรคส้ม

'พริษฐ์' ไม่เห็นด้วย กมธ. เสียงข้างมาก ตัดประเด็น 'กมธ. ยกร่าง รธน.-สภาที่ปรึกษา' ออก ย้ำไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล ยกเทียบหลักการเดียวกับประชาชนเลือกตั้ง สส. โดยตรง แต่ท้ายสุดสภาเป็นผู้โหวตเลือก 'นายกฯ'

สามีอิ๊งค์เข้าเยี่ยมทักษิณ! ทนายปูดยื่นฎีกาขออภัยโทษรอบสองแล้ว

'ปอ ปิฎก' เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม 'ทักษิณ' โดยรวมสุขภาพยังคงโอเค 'ทนายวิญญัติ' มอง 'ทักษิณ' มีสิทธิได้รับพิจารณาพักโทษ ยังไม่ได้รับแจ้งผลฎีกาขออภัยโทษรอบสอง คาดอยู่ในขั้นตอนกราบบังคมทูล

'ภูมิธรรม' โหนศาลรัฐธรรมนูญเย้ย ปชน. ชาวบ้านยังรู้ถูกหลอกหรือไม่

'ภูมิธรรม' บอกประชาชนรู้ดีอะไรเป็นอะไร ปม MOA แก้รธน. ปชน.ถูกหลอกหรือไม่ ลั่น พท.จะแก้ให้เป็นประชาธิปไตยที่ดีกว่าเดิม