นักวิชาการซัด 'สหายอ้วน' ทำลายแบรนด์ข้าวไทย

09 พ.ค.2567 - นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลองกินข้าวค้างโกดัง 10 ปี เพื่อนำออกมาจำหน่ายว่าคุณทำอะไรคิดก่อนบ้างไหมว่าสิ่งที่ทำอยู่คือการทำลายตลาดข้าวทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ

ความเชื่อถือในแบรนด์ของสินค้านั้นสำคัญที่สุด ไทลินอล กับ โบอิ้ง เคยเสียเงินหลักพันล้านเหรียญมาแล้วเพื่อรักษาความมั่นใจของลูกค้าว่า ยาแก้ปวดลดไข้ไทลินอล กับ เครื่องบินโบอิ้ง คือสิ่งที่ไว้ใจได้

เวลานี้คนในประเทศก็เริ่มกลัวแล้วว่าข้าวถุงที่ซื้อมาจะได้กินข้าวผสมระหว่างข้าวเก่าสิบปีกับข้าวใหม่จากพ่อค้าที่เข้าไปประมูลข้าวราคาถูก

คนต่างประเทศก็ไม่มั่นใจว่าข้าวไทยจะมีการผสมข้าวจากพ่อค้าผู้ส่งออกหรือไม่ ถ้าราคาซื้อใกล้เคียงกัน ข้าวเวียดนามน่าจะปลอดภัยกว่าข้าวไทย

สิ่งนี้แหละที่ผมบอกว่า แบรนด์ นั้นคือเรื่องสำคัญ คนอีกรุ่นสร้างแบรนด์มาหลายสิบปี แต่คนอีกรุ่นสามารถทำให้แบรนด์ฉิบหายได้ในวันเดียว

ทางออกที่สวยของข้าวทั้งหมดคือ ขายในราคาเอาไปทำอาหารสัตว์ หรือเอาไปหมักทำแอลกอฮอล์ น่าจะดีกว่า เพราะสมัยรัฐบาลลุงแกลองขายแล้ว แต่ไม่มีใครเอา บางคนทิ้งเงินมัดจำก็ยังมี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตผู้พิพากษาฯ อธิบายช่องโหว่ฟันคดีฮั้วสว. ปม 'โพยฮั้ว' ศาลสั่งโมฆะล้มกระดานไม่ได้เหมือน สส.

วัส ติงสมิตร ชี้การมีโพยตรงกับผลคะแนน ไม่ได้ทำให้กระบวนการลงคะแนนหลุดจากการเป็น 'การลงคะแนนลับ' ในเชิงรูปแบบ แต่ก็ไม่สามารถนำหลักการเลือกตั้ง สส. ตามมาตรา 83 หรือ 85 มาสั่งล้มการเลือก สว. ได้

นักกฎหมายชี้ 'กกต.' พังเจตนารมณ์กฎหมายเสี่ยงสูงเจอ 157

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อมติ กกต. 14 กันยายน 2569 ในคดีฮั้ว สว. ปี 2567 เดินสวนทางกับบทบัญญัติของกฎหมายและบรรทัดฐานเดิม