
23 มิ.ย.2567-ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป,) และเครือข่ายภาคประชาชน ได้จัดเวทีแถลงข่าวข้อสังเกตการณ์เลือก สว. 67 ในหัวข้อ “วุฒิสภา-ประชามติ-รัฐธรรมนูญ” นำแถลงโดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชัน และนายเมธา มาสขาว ที่ปรึกษาและรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมด้วยผู้สมัคร สว.กลุ่มต่างๆ ในระดับจังหวัด
นายเมธากล่าวว่า ประเด็นที่ 1 หลักการได้มาของ สว.ตามรัฐธรรมนูญ 60 กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและระเบียบที่ กกต.ออกมาไม่สอดคล้องกัน และการเขียนให้ สว.เป็นผู้แทนกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ 20 กลุ่มไม่สามารถหาผู้แทนแต่ละกลุ่มได้อย่างชอบธรรมเพราะเป็นการเลือกไขว้จากสาขาอาชีพอื่น แม้ศาลพิจารณาประเด็นกฎหมายไม่ขัดแต่ระเบียบหลายข้อที่ กกต.ออกมานั้นไม่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน ซึ่งกำลังมีการร้องเรียนกันอยู่
ประเด็นที่สอง การเลือก สว.ครั้งนี้ มีการฮั้วกันอย่างชัดเจน โดยกลุ่มแรกคือพรรคการเมืองใหญ่ทางเหนือ ส่งคนลงเพื่อเป็นประธานวุฒิสภา และให้ สส.ระดมกำลังส่งหัวคะแนนลงทุกกลุ่มทุกอำเภอ กลุ่มสองพรรคการเมืองใหญ่ทางอิสานก็ส่งหัวคะแนนลงแทบทุกอำเภอทุกจังหวัด ที่มี สส.อยู่ ซึ่งหลายคนมีประสบการณ์ไม่ตรงกับสาขาอาชีพที่ลง เป็นการส่งคนสมัครโดยขาดเจตจำนงและประสบการณ์ นอกจากนี้ยังพบกว่า กมีการจ่ายเงินให้ลงสมัคร ซึ่งหากต้องส่งคนลงทุกกลุ่มๆ ละ 3 คนๆ ละ 5,000 บาทก็จะใช้เงินเพียงแค่ 3 แสนบาท ถ้าจังหวัดหนึ่งมี 10 อำเภอก็ใช้เงินเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น รวมถึงมีการใช้กลไกมหาดไทย และ อสม.สนับสนุนการเลือก สว.ครั้งนี้ให้เป็นไปตามแผน ดังนั้น ตนเชื่อว่ามีการลงทุนทางการเมืองเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. กลุ่มที่สามคือพรรคทางใต้ มีข้อกล่าวหาว่ามีการพยายามลงทุนจังหวัดละ 8 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่สี่คือกลุ่มอำนาจเก่า และกลุ่มที่ห้าคือกลุ่มอิสระและภาคประชาชนในแต่ละสาขาอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกปัดตกเพราะไม่มีคะแนนจัดตั้ง
ประเด็นที่สาม ด้วยปัญหาที่กล่าวว่า ปัจจุบันจึงมีการฟ้องร้องดำเนินคดีจำนวนมาก ทั้งร้องต่อ กกต. ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องยังค้างอยู่เพื่อการพิจารณาหลายเคส และสะท้อนความหละหลวมของ กกต. ที่จัดการเลือกที่ขาดประสิทธิภาพ และสะท้อนให้เห็นข้อผิดพลาดของรัฐธรรมนูญ 60 อย่างชัดเจน
“อยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองเร่งผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ให้แล้วเสร็จเพื่อให้ได้ สสร.มาจากการเลือกตั้งเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะประเด็นเรื่อง สว.ได้สะท้อนกับดักอำนาจนิยมที่ถูกเขียนขึ้น และไม่สามารถแก้ปัญหาวัฎจักรการเมืองแบบเก่าได้ และไม่สามารถพัฒนาประชาธิปไตยต่อไปได้ นอกจากนี้การมีเรื่องร้องเรียนจำนวนมากอาจทำให้การเลือก สว.ครั้งนี้เป็นโมฆะได้”
ส่วนนายวีระ กล่าวว่า เจตนารมณ์การเลือก สว.ต้องสุจริต เที่ยงธรรม แต่ กกต.ไม่ได้ทำให้เกิดขึ้นจริงตามนั้น จนเหมือนการเลือก สว.ครั้งนี้ มีธงอยู่แล้วว่าจะจัดการอย่างไร และที่ผ่านมาหลายปีตนคิดว่าพรรคการเมืองเตรียมส่งผู้สมัคร สว. ทุกพรรค เพราะเงื่อนไขต่างๆ เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองและบ้านใหญ่ ที่ต้องใช้เงินในการส่งผู้สมัคร ดังนั้น โดยภาพรวมแก้ปัญหายากเพราะเขามีธงหมดแล้วและเตรียมการมานาน ผู้สมัครอิสระทั้งหลายจึงถูกหมายหัวและไม่ถูกเลือกเข้าสภาอย่างแน่นอน
ปัญหาที่ร้องเรียนได้มีเพียงแค่เรื่องคนที่มาลงขาดคุณสมบัติร้องได้ และปัญหาการทุจริตที่พบเห็นเป็นรายประเด็น แต่ภาพใหญ่ที่เราพบว่ามีการเตรียมพร้อมส่งคนลงนั้นก็แก้ปัญหายาก และภาคประชาชนเห็นภาพนี้มาตั้งนานแล้ว ขอฝากกกต.ด้วย อยากให้ประชาชนไปดูว่า กกต.ทำตามธงของใครหรือไม่ ตนเชื่อว่ามีธงแน่นอน ธงบอกว่าวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ต้องจบ เพื่อยกเลิก สว.ชุดป่ารอยต่อ โดยการส่งอดีตนายกฯ ลดชั้นลงมาเพื่อสมัคร สว. เรื่องนี้ชัดเจน เพื่อกินรวบ สว.ชุดใหม่ทั้งหมด ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การปล่อยให้ตำรวจเลวทำหน้าที่อยู่เพื่อรักษาอำนาจและเพื่อรับใช้อำนาจรัฐบาล ดังนั้น เขาไม่ปล่อยให้พวกเราเข้าไปเป็น สว.เด็ดขาด แต่เราอย่าปล่อยให้ประเทศย่ำเท้าอยู่กับที่
ด้านสมชัย กล่าวว่า เวทีวันนี้เป็นเวทีแถลงข้อเท็จจริงที่ค้นพบระหว่างการเลือกตั้ง เสียดายที่ อ.มีชัย ไม่มาลงสมัครเลือก สว. จะได้รู้ปัญหาข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และไม่ตรงกับเจตนารมณ์ที่ท่านร่างมา ผมมีข้อเสนอ 10 ข้อ
1.วัตถุประสงค์ให้มี สว.แบบนี้ เป็นผู้แทน สว.ตามสาขาอาชีพ 20 กลุ่ม แต่การแบ่งกลุ่ม ไม่ได้สะท้อนสัดส่วนประชากรในประเทศและความสำคัญของกลุ่มอาชีพอย่างแท้จริง
2.การกำหนดเงื่อนไขการรับสมัครอาชีพนั้น ทำโดยระเบียบ กกต.ทำไปโดยอนุโลมและหละหลวม จนเกิดปัญหาในปัจจุบัน เพราะมีการลงสมัครไม่ตรงตามสาขาอาชีพจำนวนมาก และผ่านการเลือกตั้งไป 2 รอบแล้ว บางคนขาดคุณสมบัติมีการตรวจสอบและตกไปแต่ กกต.ยังไม่มีมาตรการเยียวยาการถูกตัดสิทธิ์ดังกล่าว เพราะเสียโอกาสไปแล้ว
3.มีการจ้างคนมาสมัคร เกณฑ์คนมาสมัคร ทุกกลุ่มทั้งระดับอำเภอ และระดับจังหวัด มีการขนคน มีคนเห็นกันทั้งประเทศ แต่ กกต.ไม่เห็น
4.การเลือกในรอบกลุ่มอาชีพเห็นชัดเจนว่ามีการล็อคสเป็คเพื่อเข้ารอบไปในระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ในรอบนี้ฮั้วกันได้ ใช้เงินได้ นี่คือปัญหา วันนี้ สว.เลวกว่าทุกระบบแล้ว บัตรใบเดียวมี 2 ช่องตรวจสอบการลงคะแนนได้
5.การออกแบบให้มีการเลือกกันเองในกลุ่ม ทำให้เกิดเกมการเลือก เลือกอย่างไรไม่ให้คนชนะมาเป็นคู่แข่งในรอบไขว้
6.มีพฤติกรรมการแลกคะแนนทั้งจริงและเท็จ ผิดกฎหมายเพราะตีมูลค่าได้ และเป็นการสัญญาว่าจะให้
7.การเลือกในรอบไขว้ ไม่เปิดโอกาสให้มีการจัดวงแนะนำตัวได้ จึงเป็นการเลือกที่ขาดคุณภาพ
8.การไม่รวมหีบบัตรในแต่ละกลุ่มของหีบบัตรในรอบเลือกไขว้ ทำให้การเลือกไม่เป็นความลับ ทำให้ทราบว่าให้เลือกใครบ้าง
9.การร้องเรียนไม่มีผลในรอบต่อไป แต่ไม่มีคำตอบว่าการเลือกที่ผ่านมาที่ไม่ชอบธรรมจะแก้ปัญหาอย่างไร
10.กกต.ยังมีความสม่ำเสมอในการจัดการเลือกตั้งให้เสร็จ แต่ไม่ใช่การเลือกให้ดี กกต.ไม่คิดป้องกันการทุจริต ทั้งที่ใช้งบประมาณไม่น้อย
สุดท้าย มาตรา 107 ตามรัฐธรรมนูญ 60 กำหนดไม่ให้ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกัน หรือจะกำหนดให้มีการคัดกรองผู้สมัครรับเลือกด้วยวิธีอื่นใดก็ใดที่ผู้สมัครมีส่วนร่วมก็ได้ ในหลักการเหตุผลหมายความว่าการกำหนดในรัฐธรรมนูญบอกให้หาวิธีแก้ปัญหาการฮั้ว จึงต้องออกแบบให้ไม่ให้มีการเลือกกลุ่มเดียวกันที่เป็นปัญหาดังกล่าว แต่ กกต.ไม่ได้จัดการเพื่อแก้ปัญหานี้แต่อย่างใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' เมินคำท้า 'ไอซ์ รักชนก' บอกไม่ให้ราคา อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้
"สุชาติ" ยื่น ประธานกกต. ยินดีนับคะแนนใหม่ เมินคำท้า "ไอซ์ รักชนก" บอกไม่ให้ราคา ขอมองข้าม อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้ ยันไม่มีการใช้อำนาจบ้านใหญ่
นายกฯหนู กำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความละมุนละม่อม ดูแลม็อบ 'นับใหม่' มองเป็นสิทธิแต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ว่า ได้กำชับให้ฝ่ายปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และตำรวจให้ช่วยกันดูแลสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม
นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย
'เทพไท' เตือน กกต.บอกอย่าให้ซ้ำรอยเลือกตั้งสกปรกปี 2500
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก
'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.
ผู้สมัครพรรคส้ม 18 เขต ยื่น กกต. ขอนับคะแนนใหม่ อ้างไม่ได้แพ้แล้วตีรวน
พรรคประชาชน นำโดย นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน และ นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง ร่วมแถลงการดำเนินการของพรรคประชาชน ในการตรวจสอบสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการจัดการเลือกตั้ง 69

