
8 ก.ค. 2567 – นายทศพล พรหมเกตุ เลขาธิการพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ชี้แจงประเด็นนโยบายให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี รวม 3 ข้อนั้นว่า ตรรกะวิบัติสับสน เหตุผลที่จะ “ขายชาติ” ยังไม่เนียนเพียงพอ
1.ชี้แจงว่า “รัฐบาลสามารถออกกฎระเบียบเพิ่มเติมในภายหลังได้ทุกกรณี หากเห็นว่ามีเหตุอันจำเป็นต้องรักษาไว้ซึ่งความเป็นธรรมและผลประโยชน์อันชอบธรรมของชาวไทย” ซึ่งหากรัฐบาลจะรักษาผลประโยชน์อันชอบธรรมของชาวไทยจริงๆ จะต้องไม่ออกกฎหมาย “ขายชาติ” ที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยมีแต่เสียผลประโยชน์ เพราะผลประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นของกลุ่มทุนและต่างชาติ เปรียบเหมือน “วัวหาย แล้วล้อมคอก”
2.ชี้แจงว่า “นอกจากนี้รัฐบาลยังสามารถกำหนดเอาไว้ในกฎระเบียบใหม่ตั้งแต่ต้นว่า ที่ดินที่ชาวต่างชาติเช่าระยะยาวนั้น ห้ามมิให้ประกอบกิจการใดบ้างที่รัฐบาลต้องการจะสงวนไว้ให้คนไทย เช่น ห้ามนำไปทำเป็นสวนทุเรียน เป็นต้น” ก็ขนาดกฎหมายนี้ยังไม่ออกมา ต่างชาติก็ใช้นอมินีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซื้อที่ดินสวนทุเรียนในภาคตะวันออกไปแล้วมากมายนับพันๆ แห่ง รัฐบาลก็ไม่เห็นจะจัดการอะไรได้ แล้วบริษัทนอมินีของต่างชาติก็กว้านซื้อกิจการต่างๆ ของคนไทยทั้งโรงแรม,คอนโดมิเนียม,บริษัททัวร์,ธุรกิจขายส่ง, ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์, ธุรกิจโลจิสติกส์ ฯลฯ ก็เช่นกัน รัฐบาลทำอะไรไม่ได้เลย แถมแรงงานต่างด้าวทั้งหลายประกอบกิจการที่สงวนไว้เฉพาะคนไทยอย่างเปิดเผยมากมายหลายพื้นที่ ก็ไม่เห็นว่ากลไกรัฐไทยจะไปทำอะไรพวกเขาได้
3.ชี้แจงว่า “ต่อข้อกังวลว่า จะเป็นเหตุให้ที่อยู่อาศัยแพงขึ้นจนคนไทยไม่สามารถซื้อมาครอบครองได้นั้น ในความเป็นจริงนั้น ดีมานด์และซัพพลายของอสังหาริมทรัพย์นั้น มันจะมีความเลื่อนไหลเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาตามภาวะตลาด เมื่อมีความต้องการซื้อมากขึ้น แน่นอนว่าช่วงหนึ่งราคาอาจจะสูงขึ้น แต่ตลาดก็จะมีการตอบสนองด้วยซัพพลายที่เพิ่มขึ้น โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ ก็จะถูกเสนอตัวเข้ามาแข่งขันแย่งส่วนแบ่งการตลาดกันมากขึ้น ในที่สุดกลไกการตลาดนี้ก็จะดึงราคาที่อยู่อาศัยให้ต่ำลงมา” ก็รัฐบาลขายชาติแบบเปิดกว้างให้คนทั้งโลกไปแล้ว เปิดกว้างให้ดีมานด์สูงขึ้นมาก ๆ แต่ซัพพลายถูกจำกัดเพราะที่ดินเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แล้วต่างชาติล้วนแล้วแต่มีกำลังซื้อมากกว่าสูงกว่าคนไทยทั้งนั้น แบบนี้บ้านจะมีราคาถูกลงได้อย่างไร?
เหตุผลทั้ง 3 ข้อที่รัฐบาลจะ “ขายชาติ” ยังไม่เนียนเพียงพอ ตรรกะวิบัติสับสน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์
ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่
นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.' เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน
ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน
ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ
ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว
'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน
ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น
ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที
ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ


