
30 มี.ค.2569-นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พาณิชย์และอดีตรมว.พลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ราคาน้ำมันเพิ่ม ภาระประชาชนเพิ่ม แต่ความโปร่งใสของรัฐยังไม่เพิ่ม!” เนื้อหาระบุว่า วันนี้ต้นทุนทุกอย่างปรับขึ้นพร้อมกัน ทั้งค่าขนส่ง ราคาอาหาร สินค้าในตลาด แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ากำลังควบคุมราคาสินค้าอยู่ แต่ชีวิตจริงที่พี่น้องประชาชนเผชิญอยู่ทุกวันบอกอีกเรื่องหนึ่ง
สิ่งที่ผมเห็นชัดขึ้นทุกวัน คือผู้คนเริ่มปรับตัว รัดเข็มขัด ประหยัดเต็มที่ เพราะประเมินแล้วว่าวิกฤตนี้คงอีกยาว
ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ
การที่รัฐปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทีเดียวหลายบาท บวกกับการขาดความโปร่งใสเรื่องน้ำมันสำรอง ทำให้คำขอโทษและการแถลงข่าวที่ตามมาในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่อาจเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนได้
ในวิกฤต การสื่อสารด้วยข้อเท็จจริงสำคัญที่สุด ผมมีข้อเสนอแนะ 4 ข้อ ที่รัฐบาลสามารถลงมือทำได้ทันที
1.มีมาตรการที่ประชาชนรู้สึกการเอาเปรียบรับภาระแต่เพียงฝ่ายเดียวจากการขึ้นราคา และผู้ประกอบการในธุรกิจน้ำมันได้ประโยชน์ จะต้องรีบหารือในการลดความรู้สึก เช่นเอารายได้ที่เกิดประโยชน์จากสต๊อกน้ำมันเก่ามาคืนกลับให้กับกองทุนน้ำมัน
2.ตั้งกลไกติดตามและรายงานผลต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ มาตรการจะน่าเชื่อถือได้ก็ต่อเมื่อประชาชนติดตามได้จริง ไม่ใช่รอฟังแถลงข่าวเป็นครั้งๆ รัฐบาลควรเปิดข้อมูลปริมาณสต๊อค น้ำมัน ที่มีอยู่และน้ำมันที่กำลังเข้ามาโดยมีตัวเลขที่จับต้องได้ ให้ประชาชนสบายใจว่ามีน้ำมันใช้ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเลขที่รัฐบาลประชาสัมพันธ์ออกมา มาตรการช่วยเหลือไปที่กลุ่มใดบ้างตลอดทั้งจำนวนผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจริง และดัชนีราคาสินค้าจำเป็นที่อัปเดตสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางที่เข้าถึงง่าย ไม่ใช่เอกสารราชการที่ต้องตามหาเอง ความไว้วางใจเกิดจากการที่ประชาชนเห็นได้ด้วยตัวเองว่ารัฐกำลังทำอะไร และผลเป็นอย่างไร ตัวเลขจะบอกเล่าทุกอย่าง
3.แสดงให้เห็นว่ารัฐรับภาระร่วมกับประชาชน ก่อนจะขอให้ประชาชนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตหรือลดใช้พลังงาน รัฐบาลต้องแสดงสัญญาณที่จับต้องได้ก่อน เช่น แสดงความชัดเจนเรื่องร่วมจ่าย เช่นลดภาษีสรรพสามิตร ลดงบฟุ่มเฟือยของหน่วยงานราชการ ชะลอโครงการที่ยังไม่เร่งด่วน ผู้นำและรัฐต้องลงมือทำจริง ไม่ใช่การสร้างภาพแล้วตีข่าวว่าแก้ปัญหาแล้ว ทั้งที่เนื้อในยังต้องทำอีกมาก
4.ประกาศโรดแมปพลังงานที่มีไทม์ไลน์ชัดเจน วิกฤตนี้คือโอกาสที่รัฐบาลจะพูดความจริงกับประชาชนว่า การพึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียวไม่ยั่งยืนอีกต่อไปแล้ว ควรประกาศแผนพลังงานระยะกลางและระยะยาว พร้อมเป้าหมาย ตัวชี้วัด และกำหนดเวลาที่ตรวจสอบได้จริง และควรสื่อสารให้ประชาชนรู้ว่ามีทางเลือกอื่นรออยู่แล้ว ทั้งพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า หรือนวัตกรรมที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ เพื่อให้เห็นว่าอนาคตพลังงานของไทยไม่ได้จบแค่ปัญหาวันนี้
“ความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนขึ้นและลงได้เสมอ แต่การจะเรียกมันกลับคืน ต้องใช้ข้อเท็จจริง ความมุ่งมั่น และการมองถึงอนาคต ไม่ใช่แค่คำพูดที่ฟังดูดี”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ปลัดคลัง’แจงยังไม่มีนัดประชุมกลั่นกรองใช้เงินกู้
‘ปลัดคลัง’ แจงยังไม่มีนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ ระบุทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดโครงการ ชี้โครงการหนุนใช้รถ EV ของสรรพสามิตได้ข้อสรุปแล้ว เหลือเก็บตกรายละเอียดก่อนชงคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา พร้อมยืนยันภายใน ก.ย. 69 ต้องได้ข้อสรุปทุกโครงการ
นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง
นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด
ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า
'วีระยุทธ' ฟาดเดือด! ใครทำ 'กำแพงคอร์รัปชัน' สูงขึ้นไม่รู้จบ
'รองหัวหน้า ปชน.' สวนกลับ 'อนุทิน' คนไทยกำลังเผชิญกำแพงคอร์รัปชัน สารพัดโกง รัฐบาลทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ
'วิโรจน์' สวน 'อนุทิน' ใครบ้าเอาหัวโขกกำแพง มีแต่ทุบทิ้ง
'วิโรจน์' โต้นายกฯ ทันควัน! กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนาสูงแค่ไหน ให้ทุบทิ้ง ไม่มีใครบ้าเอาหัวโขก
สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'
สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

