ทั่นโรมเตือนสติตำรวจอย่างรีบปิดคดี 6 ศพชาวเวียดนาม

'โรม' หวัง ผลสอบ 'พบศพชาวต่างชาติ' โปร่งใส เตือน 'ตำรวจ' พึงสังวรณ์หากรีบปิดคดีให้เรื่องเงียบ จะสูญเสียศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม-ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอย่างป่นปี้

17 ก.ค. 2567 - นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการพบศพชาวต่างชาติในโรงแรมหรูย่านราชประสงค์ ว่าคงต้องประเมินก่อนว่าเป็นเรื่องระดับความมั่นคง หรือเรื่องส่วนตัวที่อาจมีความขัดแย้งเรื่องหนี้สินเงินทอง แต่ต้องยอมรับว่า สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสำคัญ เนื่องจากหลังจากนี้จะมีการประชุมของรัฐมนตรีจากประเทศรัสเซีย และหากใครอยู่ในวงการการเมือง คงทราบว่าโรงแรมดังกล่าว เป็นที่พักอาศัยของนักการทูตหลายประเทศ ดังนั้น เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่เมื่อสถานที่เกิดเหตุ มีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ อาจทำให้มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งผนวกกับที่มีการเสียชีวิตอย่างปริศนา จึงอาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ในเรื่องความปลอดภัยของประเทศ ซึ่งคิดว่าต้องให้เวลากับฝ่ายความมั่นคงในการตรวจสอบ หากเป็นเรื่องที่จะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราก็ต้องไปมองว่า หน่วยข่าวกรองของเรา สามารถทราบล่วงหน้าได้หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่หากเป็นเรื่องระหว่างบุคคล ก็เข้าใจว่าไม่สามารถสามารถทราบได้

“เรื่องนี้เป็นโจทย์ของรัฐบาล เนื่องจากเป็นข่าวใหญ่ ไม่ใช่แค่ข่าวภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และเราทุกคนที่ต้องช่วยฟื้นฟูความมั่นใจ โดยเฉพาะในเรื่องการท่องเที่ยว ยิ่งเศรษฐกิจไม่ค่อยดี และมีความท้าทายด้านเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก จึงต้องช่วยกันทำให้การท่องเที่ยวไม่ถูกทำลายลง”

เมื่อถามว่า มองว่าตำรวจรีบแถลงผลการสอบสวนไปหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เวลาเร็วหรือช้า เป็นประเด็นหนึ่ง แต่ต้องไปดูว่า เขาได้แค่ข้อเท็จจริงอะไรมา ถ้าเป็นการปิดคดีเร็วเพื่อให้จบ แล้วขาดความโปร่งใส หากมาทราบภายหลังว่าไม่ได้เป็นไปตามนั้น กระบวนการยุติธรรมจะถูกทำลายป่นปี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสังวรณ์เอาไว้ แต่หากเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นไปตามนั้น ก็ถือว่าตำรวจทำงานได้ไว ดังนั้น เรื่องนี้เป็นเหรียญสองด้าน อยู่ที่ว่าคดีนี้มีความชอบมาพากลระดับไหน หน้าที่ขององค์กรตำรวจ คือต้องสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้ ไม่ใช่ทำให้เป็นเรื่องลับลมคมใน ไม่เช่นนั้น จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียศรัทธาเรื่องกระบวนการยุติธรรม และทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอย่างป่นปี้แน่นอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดปฏิบัติการ 'ปราบร่างทรงซีเกมส์' ช่วยนักกีฬาทีมชาติหญิงอีสปอร์ต

ายใต้การนำ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผู้กำกับ 5 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.5 บก.ป.)

อดีตผู้ต้องหา 'คดีมินนี่' ฟ้องศาลทุจริตเอาผิด 4 ตำรวจ

'อดีตผู้ต้องหาคดีมินนี่' ยื่นฟ้องเอาผิด 4 ตำรวจ ดำเนินคดีซ้ำ หลังศาลยกฟ้องไปเเล้ว ทนายเผยลูกความติดคุก 84 วัน ก่อนอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องอีกรอบ

แนะ 3 วิธี ฉลอง 'วาเลนไทน์' ปลอดภัย ตัดวงจรแบล็กเมล์

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์

รัฐบาลเตือนภัย 'วันวาเลนไทน์' ระวังรักปลอม หลอกโอนเงิน

รัฐบาลเตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวัง 'รักปลอม' หลอกโอนเงิน เช็กให้ชัวร์ ก่อนจะเทใจ-เทเงิน มิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา สั่งการตำรวจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง

ระทึก! เรือบรรทุกสินค้าหลุดร่องน้ำ พุ่งชนเขื่อนริมเจ้าพระยา

ร.ต.อ.กรณ์กฤต กาญจนะเสน รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระประแดง รับแจ้งเหตุเรือบรรทุกสินค้าชนทรัพย์สินของทางราชการ บริเวณลานคนเมืองนครเขื่อนขันธ์

ขยับ 'พล.ต.อ.รุ่งโรจน์' จากบัญชีสำรอง นั่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน 'เอก อังสนานนท์'

จากกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 มาตรา 29 บัญญัติ ว่า ในกรณีที่ก.ตร.ผู้คุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) (ก) หรือ (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นผู้ที่เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน