‘หมอเหรียญทอง’ ใช้ยุทธวิธี 'ชาวบ้านบางระจัน' สู้น้ำท่วม งัด 10 มาตรการดูแลผู้ป่วย

26 ส.ค.2567-พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สมัยที่ผมอายุ 51 มวลน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นที่ถนนแจ้งวัฒนะอย่างรวดเร็ว สถานการณ์มหาอุทกภัยปี พ.ศ.2554 ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางทุกจังหวัดแล้ว รพ.ในพื้นที่จังหวัดอยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี ส่งต่อผู้ป่วยจำนวนมากหนีน้ำมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะจนเต็ม  รพ.

แล้วมวลน้ำก็เต็มพื้นที่ ถ.แจ้งวัฒนะและเขตกรุงเทพฯเหนือ 100% แต่ผมใช้ยุทธวิธี ‘ชาวบ้านบางระจัน’ ด้วยการรวมบุคลากร รพ.มงกุฎวัฒนะทุกนายย้ายที่พักมารวมตัวกันปักหลักพักค้างที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ทำให้ รพ.มงกุฎวัฒนะไม่ต้องย้ายผู้ป่วยจำนวนมากออกจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ ทั้งยังทำให้ รพ.มงกุฎวัฒนะเป็น ‘รพ.ศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยและผู้ประสบมหาอุทกภัยเพียงแห่งเดียวในพื้นที่ประสบมหาอุทกภัยในกรุงเทพฯเหนือและปริมณฑล

ผมเป็นคนคิดนอกกรอบ คนที่ไม่รู้จักผมก็หาว่าผมบ้าบิ้น แต่ผมพิสูจน์ผลงานมาหลายปฏิบัติการแล้วว่าการคิดนอกกรอบนั้นอาจจะเป็น ‘ทองออก’ ของสถานการณ์คับขันหน้าสิ่วหน้าขวาน โดยเฉพาะสาธารณภัยที่มีผู้ประสบภัยจำนวนมาก ถึงแม้ผมจะเป็นคนที่น่าหมั่นไส้ของคนหลายคน จนมีเหตุที่ทำให้ผมต้องถูกคดีอาญาหลายต่อหลายคดี แต่คนอย่างผมไม่เคยท้อแท้ในการทำความดี ถึงแม้จะต้องเผชิญชะตากรรมสารพัด

ผมไม่เคยท้อแท้ แต่ผมกลับเดินหน้าทำความดีต่อไป ถึงแม้จะไม่ได้ดี เพราะการทำดีนั้น มันดีของมันอยู่แล้ว หากสถานการณ์อุทกภัยจะเกิดขึ้นรุนแรงในปีนี้อีก ผมขอประกาศให้ประชาชนย่านหลักสี่และกรุงเทพฯเหนือ ตลอดจนจังหวัดติดต่อ เช่นนนทบุรี ปทุมธานี จงคิดถึง ‘รพ.มงกุุฎวัฒนะ’ เพราะผมจะนำ รพ.มงกุฎวัฒนะโดยไม่ทอดทิ้งพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดินอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ยังโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งระบุว่า ประกาศความพร้อมปฏิบัติการสาธารณภัย ของ รพ.มงกุฎวัฒนะ หากเกิดสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง และ กรุงเทพฯเหนือ เพื่อทราบดังต่อไปนี้

1. ระบบไฟฟ้ากำลัง(ภาพที่ 1) ของ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้ย้ายจากชั้นใต้ดิน อาคารเก่า(อาคาร 1) ย้ายไปยังชั้นที่ 2 อาคารใหม่(อาคาร 3) ที่มีความสูงจากระดับ ถ.แจ้งวัฒนะมากถึง 5 เมตร หรือสูงจากระดับน้ำทะเล 6 เมตร เปิดใช้งานระบบไฟฟ้ากำลังในชั้นที่ 2 อาคารใหม่(อาคาร 3) มาตั้งแต่ 9 ม.ค.67 แล้ว

2. ระบบไฟฟ้าสำรอง(ภาพที่ 2-3) ของ รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นระบบเครื่องปั่นไฟสำรองคู่ [Dual Synchronizing Generator] ขนาด 820 KVA จำนวน 2 เครื่อง พร้อมเดินเครื่องปั่นไฟจ่ายไฟฟ้าสำรองให้แก่แผนกที่มีผู้ป่วยอาการหนัก เช่น ไอ ซี ยู , ห้องผ่าตัด , ห้องสวนหัวใจ , ห้องฉุกเฉิน ฯลฯ ระบบเครื่องปั่นไฟสำรองคู่สามารถเดินเครื่องพร้อมกัน หรือเดินเครื่องสลับสับเปลี่ยนกันเพื่อให้เครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองได้พักผ่อนเครื่องได้ทำให้มีขีดความสามารถจ่ายไฟฟ้าสำรองในการรักษาผู้ป่วยอาการหนักได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา รพ.มงกุฎวัฒนะสามารถพึ่งตนเองได้ หากสถานการณ์อุทกภัยส่งผลให้ระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวงขัดข้องอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์

3. ระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางอากาศ[Aeromedevac] (ภาพที่ 4) คือ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ตามมาตรฐาน ICAO หรือองค์การการบินระหว่างประเทศ ขนาด 21.0 เมตร x 21.0 เมตร หรือ 441 ตารางเมตร พร้อมลานจอดพักเครื่อง(PARK)อีก 47.0 เมตร x 8.0 เมตร หรือ 376 ตารางเมตร รองรับน้ำหนักน้ำหนักเฮลิคอปเตอร์ขณะทำการบินขึ้นสูงสุด หรือ MTOW [Maximum Take Off Weight] สูงสุด 2 เท่าของเฮลิคอปเตอร์ที่มีน้ำหนักรวมสัมภาระบรรทุก 3,750 กรัม ซึ่งหมายความว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ รุ่น EC145 แล AW 149 สามารถบินขนส่งลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะได้

4. ระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางน้ำ คือ ‘ทางเข้า รพ.มงกุฎวัฒนะด้าน ซอยแจ้งวัฒนะ 14’ , ‘ทางเข้า รพ.มงกุฎวัฒนะด้าน ซอยแจ้งวัฒะ 12’ ที่มีระดับความสูงเหนือถนนแจ้งวัฒนะ 1.20 เมตร ตลอดจน ‘เกาะกลางถนนแจ้งวัฒนะ’ ซึ่งเคยใช้ปฏิบัติการเป็น ‘ท่าเรือ รพ.มงกุฎวัฒนะ’ มาแล้วเมื่อมหาอุทกภัย พ.ศ.2554

5. ระบบก๊าซออกซิเจนทางการแพทย์(ภาพที่ 5) ที่มีขนาดบรรจุออกซิเจนเหลว (Liquid Oxygen) ขนาดใหญ่รองรับผู้ป่วยจำนวนสูงสุดมากถึง 600 เตียง พร้อมระบบการผลิตก๊าซออกซิเจนทางการแพทย์สำรอง ในกรณีที่โรงงานผู้ผลิตออกซิเจนเหลวไม่สามารถขนส่งลำเลียงออกซิเจนเหลวมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะได้ เราก็ยังสามารถประคับประคองด้วยการผลิตอ๊อกซิเจนสำรองบรรจุถังเพื่อพึ่งตนเองในการรักษาผู้ป่วยได้ยามจำเป็นหน้าสิ่วหน้าขวาน

6. ระบบ ไอ ซี ยู ที่มีขีดความสามารถรับผู้ป่วยอาการหนักจำนวนมากถึง 90 เตียง และสามารถเพิ่มกำลังสูงสุดอีก 36 เตียงรวมขีดความสามารถสูงสุดในสถานการณ์จำเป็นมากถึง 126 เตียง ไอ ซี ยู …ไม่ได้โม้นะครับ ปฏิบัติการสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์มาแล้วในสถานการณ์โควิด-19 ระหว่างเดือน เม.ย.- ก.ย.64

7. ระบบหอผู้ป่วยใน ทั้งห้องพิเศษเดี่ยว และหอผู้ป่วยสามัญที่พร้อมปฏิบัติการรับการส่งต่อผู้ป่วยจำนวนมากจากพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยสามารถรับผู้ป่วยสูงสุด 600 เตียง หากสถานการณ์เลวร้ายก็พร้อม ‘ปฏิบัติการ รพ.สนามขั้นสมบูรณ์อีก 400 เตียง’ รวมสูงสุด 1,000 เตียง ภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน…โม้ชิบหายแต่ทำมาแล้วโว้ย!

8. ระบบอาหารของ รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็น ระบบ ‘Cook & Chill’ ดังนั้นเราจึงพร้อมผลิตอาหารจำนวนมากๆแล้วกักตุนไว้ให้ห้องเย็น[Cold room] ทำให้เราสามารถเผชิญปัญหาการขาดวัตถุดิบในการทำอาหารได้นานกว่า 30 วัน

9. ระบบระดมพล รพ.มงกุฎวัฒนะจะรวมกำลังบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาเข้าพักอาศัยใน รพ.มงกุฎวัฒนะในรูปแบบยุทธวิธี ‘ชาวบ้านบางระจัน’ ในทันทีที่มวลน้ำเข้าถึงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี-นนทบุรี ทั้งนี้เพื่อให้ รพ.มงกุฎวัฒนะมีความพร้อมด้านกำลังพลเต็มอัตราศึก ตลอดจนการรระดมพลจิตอาสา ดังเช่นปฏิบัติการ รพ.สนามพลังแผ่นดินในสถานการณ์โควิด-19 ที่เราประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดมาแล้ว

10. อื่นๆ ขอเว้น เพราะโม้มากไปแล้วครับ

รพ.มงกุฎวัฒนะจะเป็น ‘รพ.ศูนย์รับการส่งต่อผู้ป่วยจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในทันทีที่มวลน้ำคุกคามประชาชน ดังนั้น รพ.มงกุฎวัฒนะขอประกาศว่า “พสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้าจะได้รับการรักษาชีวิตอย่างสุดกำลังจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ โปรดอย่าตื่นตระหนกในทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ เราคืออดีตทหารของพระราชาจอมทัพภูมิพลมหาราชที่ยังคงเป็นทหารพระราชาแห่งองค์จอมทัพมหาวชิราลงกรณ์พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอดผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่นในอังกฤษลดลงแล้ว

หลังจากเกิดการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จำนวนผู้ป่วยก็เริ่มลดลงหน่วยงานสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร (UKHSA) ได้แก้ไขตัวเลขผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันและผู้ต้องสงสัยติดเชื้อลดลงในวันอาทิตย์ จาก 34 ราย เหลือ 29 ราย ทำให้มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน 20 ราย และผู้ต้องสงสัย 9 ราย

อุตุฯ เตือนร้อนถึงร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง 33 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง

อุตุฯ เตือนอากาศร้อน ฝนฟ้าคะนอง 28 จังหวัด คลื่นสูง 2 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก

อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม 46 จังหวัด เลี่ยงอยู่ที่โล่งแจ้ง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง

อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 35 จังหวัด 'พายุฤดูร้อน' ถล่ม 11-13 มี.ค

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากความกดอากาศต่ำ

อุตุฯ เตือน 41 จังหวัด พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่