เขื่อนเจ้าพระยาเตรียมเพิ่มระบายน้ำอีกระลอก รับมือพายุซูลิก เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา รับสถานการณ์น้ำสูงขึ้นอีก 1 เมตร
18 ก.ย.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขื่อนเจ้าพระยา ได้ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนจากอัตรา 1,498 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลืออัตรา 1,099 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบพื้นที่น้ำท่วมท้ายเขื่อน แต่ล่าสุด กรมชลประทาน เตรียมปรับเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาขึ้นอีกระลอก รับมือพายุ ซูลิก ที่คาดว่าจะเข้าประเทศไทยในช่วงวันที่ 20-23 กันยายนนี้ ซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ทางตอนบนลุ่มเจ้าพระยา และส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยา กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเตรียมปรับเพิ่มระบายน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา จากอัตรา 1,099 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นแบบขั้นบันได ในอัตราไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เตือน 11 จังหวัด ลุ่มเจ้าพระยา เตรียมรับสถานการณ์น้ำจะกลับมาสูงขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 60-100 เซนติเมตร
นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 8/2567 ลงวันที่ 17 กันยายน 2567 ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับสถานการณ์น้ำ และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ให้เฝ้าระวังระดับน้ำสูงขึ้น และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
เนื่องจาก กรมชลประทานคาดการณ์ว่า ใน 1- 7 วันข้างหน้า ในวันที่ 24 กันยายน 2567 จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ ประมาณ 1,500 - 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา จะมีประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรวินาที จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นในอัตราไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะมีการระบายเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 60-100 เซนติเมตร อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน
สำหรับสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา วันนี้ ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2. จ.นครสวรรค์ 1,115 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท มีปริมาณ 1,312 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน ลดลงจากเมื่อวาน 22 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 14.50 เมตร(รทก) น้ำระบายท้ายเขื่อน 1,099 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 11.35 เมตร(รทก) ต่ำกว่าตลิ่ง 4.99 เมตร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภาคประชาชน 3 จังหวัดผนึกกำลัง คัดค้านใช้พื้นที่ป่า โครงการผันน้ำยวม
นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่บ้านแม่เงา ต.แม่สวด อ.เสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามสถานการณ์โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ซึ่งดำเนินการโดยกรมชลประทาน (ชป.) ภายหลังจากที่ ชป.ทำหนังสือไปยังองค์การบริหารสวนตำบล(อบต.)หลายแห่งเพื่อขอใช้พื้นที่ป่าว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังมีความสับสนต่อความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น หลังพบคนแปลกหน้าเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านและมีท่าทีคล้ายการทำมวลชน แต่ชาวบ้านยังไม่ทราบว่าเป็นตัวแทนจากหน่วยงานหรือบริษัทใด
กทม. ฝนฟ้าคะนอง 70% ตกหนักบางพื้นที่ เปิด 5 จุด ปริมาณฝนสูงสุด
กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานงานว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
ชป.เฝ้าระวังน้ำเหนือใกล้ชิด แจ้งเตือนล่วงหน้า 3 วัน รับมือแนวโน้มน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 700-1,000 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมวางแผนรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง และปรับการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ในอัตราประมาณ 700-1,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที
พระสงฆ์ลุยน้ำท่วม รับบิณฑบาตปชช. ในเทศบาลแม่สอด
ช่วงเช้ามืด พระสงฆ์ออกบิณฑบาต ต้องเดินลุยน้ำ รับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนในวันพระ หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก

