
18 พ.ย.2567-นายธวัชชัย ไทยเขียว คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ธวัชชัย ไทยเขียว” เรื่อง “ทำไม ก.ตร. ต้องได้รับข้อมูลข้าราชการตำรวจที่จะได้รับการแต่งตั้งก่อนการประชุม” ระบุว่า ด้วยการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ ผบ.ตร.ลงไปถึงตำแหน่งผู้บังคับการต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด คือ การแต่งตั้งตำแหน่ง ผบ.ตร. นายกรัฐมนตรีต้องคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมาย โดยต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนหรืองานป้องกันปราบปรามเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
การแต่งตั้งตำแหน่งรอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร. ต้องคัดเลือกจากรายชื่อข้าราชการตำรวจเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
การแต่งตั้งตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร.และรองจเรตำรวจแห่งชาติ และตำแหน่งผู้บังคับการ ผบ.ตร. ต้องคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจตามที่คณะกรรมการพิจารณากาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามกฎหมายเสนอแนะ แล้วเสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบ แล้วจึงนำเสนอนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
การแต่งตั้งตำแหน่งรองผู้บัญชาการและจเรตำรวจ และตำแหน่งผู้บังคับการ ผบ.ตร. ต้องคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจตามที่คณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามกฎหมายเสนอแนะก่อน โดยให้นำข้อมูลการเสนอแต่งตั้งของหัวหน้าส่วนราชการระดับกองบัญชาการที่ได้มีการพิจารณาเสนอในรูปคณะกรรมการตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. มาประกอบการพิจารณาด้วย หากมีความเห็นแตกต่างจากข้อมูลการเสนอแต่งตั้งของหัวหน้าส่วนราชการ ให้ชี้แจงเหตุผลต่อคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามตามกฎหมายก่อนเสนอ ก.ตร. พิจารณาให้ความเห็นชอบ แล้วจึงนำเสนอนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
การจัดทำข้อมูลการเสนอแต่งตั้งรองผู้บัญชาการและรองจเรตำรวจของหัวหน้าส่วนราชการให้พิจารณาเสนอรายชื่อได้เฉพาะข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งในสังกัดเท่านั้น
ในกรณีที่ ก.ตร. ตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่พระราชบัญญัตินี้กำหนด ให้แจ้งให้ผู้บัญชาการตำรจแห่งชาติเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
ฉะนั้น จึงเห็นได้ว่า ก.ตร. จำเป็นอย่างยิ่งต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อมีความเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จึงถือว่าได้ว่า การลงมติเห็นชอบของ ก.ตร. ต่อกรณีดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องสำคัญหรือกระทบต่อส่วนได้เสีย ซึ่งอาจเพิกถอนมติที่ประชุมอันผิดระเบียบนั้นได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 1175 วรรคสอง ซึ่งเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3413/2536 เป็นแนวทางไว้เพราะเป็นเหตุให้ผู้ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งนำไปอุทธรณ์ยัง ก.พ.ค.ตร. ตามมาตรา 141(2) แห่ง พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และหากคำอุทธรณ์รับฟังได้ ผู้มีอำนาจอาจมีความผิดตามมาตรา 87 วรรคสี่ ที่ต้องรับโทษทางวินัยโดยไม่ต้องสอบสวน หรือรับโทษทางอาญาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ตามมาตรา 87 วรรคห้า ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขยับ 'พล.ต.อ.รุ่งโรจน์' จากบัญชีสำรอง นั่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน 'เอก อังสนานนท์'
จากกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 มาตรา 29 บัญญัติ ว่า ในกรณีที่ก.ตร.ผู้คุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) (ก) หรือ (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นผู้ที่เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน
ศาลปกครองสูงสุดคุมเข้ม! พิพากษาคดี 'บิ๊กโจ๊ก' ไม่เกินบ่ายสามรู้ผล
ศาลปกครองสูงสุดคุมเข้ม อ่านคำตัดสินคดี 'บิ๊กโจ๊ก' คาดก่อนบ่ายสามโมงรู้ผล ชนะหรือแพ้ พิสูจน์เส้นทางแมว 9 ชีวิตบิ๊กสีกากี
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ 'นายพล' 17 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
ก.ตร. เห็นชอบแต่งตั้ง 'นายพล' นอกวาระ 'พล.ต.ท.กฤษฎา' ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร ครั้งที่ 11/2568 โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ พล.ต.อ ธัชชัย ปิตะนีละบุตร, พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง, พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี,
'อัจฉริยะ' ขีดเส้น 10 พ.ย. บี้ 'บิ๊กต่าย' ปิดเว็บพนันให้หมด
'อัจฉริยะ' ขีดเส้น 'ผบ.ตร.' ปิดเว็บพนัน ภายในวันที่ 10 พ.ย. ขู่ไม่ทำจะนั่งประท้วงกลางถนนหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร.แต่งตั้ง 3 นายพลนอกฤดู!
นายกฯ นั่งประธาน ก.ตร.ครั้งแรก ไฟเขียวแต่งตั้งนายพลนอกวาระแทน 3 ตำแหน่งว่าง ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อราชการ

