
3 มี.ค. 2568 – นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
แก้วิกฤตมะพร้าว 2 บาท
วันนี้ผมได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมวิสาหกิจชุมชน Aromatic Farm และพูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อ 6 ปีก่อน สิ่งที่เห็นไม่ใช่เพียงการเติบโตของธุรกิจ แต่คือการเติบโตของโครงสร้าง เขาไม่ได้พึ่งพาเพียงการปลูกผลผลิต แต่พัฒนาไปสู่ระบบครบวงจร ทั้งการตลาด การแปรรูป และการบริหารทรัพยากร จนเกิดความยั่งยืนที่อธิบายได้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่เพียงความหวัง
ในอีกด้านหนึ่ง ภาพ “มะพร้าว 2 บาท” ก็ยังเกิดขึ้นจริง
ตัวเลขในช่วงปี 2561-2564 มูลค่าส่งออกมะพร้าวน้ำหอมเพิ่มต่อเนื่อง แตะประมาณ 28,000 ล้านบาทในปี 2566 สะท้อนว่าสินค้ายังมีศักยภาพสูง และในปี 2567-2568 ตลาดพรีเมียมและตลาดสุขภาพยังมีแนวโน้มขยายตัว
แต่ราคาหน้าสวนบางช่วงกลับเหลือเพียง 2-3 บาท ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 บาท และราคาปลายทางสูงกว่านั้นหลายเท่า นี่จึงไม่ใช่คำถามว่าสินค้าขายไม่ได้ แต่เป็นคำถามว่า “มูลค่าถูกกระจายอย่างไร”
เมื่อวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง จะเห็นชัดว่าอำนาจต่อรองกระจุกตัวอยู่ในห่วงโซ่กลางน้ำ ขณะที่เกษตรกรขายแบบต่างคนต่างขาย ระบบล้งทำหน้าที่รวบรวมและส่งออก ซึ่งเป็นกลไกสำคัญ แต่เมื่อผู้ซื้อกระจุกตัวและเกษตรกรไม่มีอำนาจต่อรอง ความผันผวนของราคาจึงตกกลับมาที่ต้นทางก่อนเสมอ
ที่ผ่านมาเราใช้มาตรการเฉพาะหน้า แต่ยังไม่แก้โครงสร้าง
สิ่งที่น่าสนใจคือ Aromatic Farm พยายามออกแบบคำตอบในระดับ “โมเดลธุรกิจ” ผ่าน 3 เสาหลัก คือ People, Planet และ Profit โดยมี Sustainability เป็นแกนกลาง บนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทั้งสามเสาไม่ได้แยกจากกัน แต่เชื่อมโยงเป็นระบบเดียว Aromatic Farm มีสวนของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่รับซื้อมะพร้าวจากสวนของสมาชิก ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด เขาทำได้เพราะเขามีช่องทางการตลาดของเขาเอง นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด
แต่หัวใจของกิจการของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้สุดท้ายไม่หนีมาตรฐานคุณภาพผลผลิตที่ผ่านการดูแลและคัดกรองเป็นอย่างดี ผนวกกับการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ
โมเดลนี้จึงไม่ได้แก้ปัญหาราคาเพียงระยะสั้น แต่ลดความเปราะบางของระบบในระยะยาว
ผมเคยเห็นตัวอย่างในนิวซีแลนด์ อุตสาหกรรมนมที่เคยกระจัดกระจาย ถูกควบรวมจนเกิด Fonterra ซึ่งเกษตรกรเป็นผู้ถือหุ้น และเป็นเจ้าของห่วงโซ่มูลค่าของตนเอง นี่คือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าจะพยุงราคาอย่างไรในปีนี้ แต่คือเราจะออกแบบอุตสาหกรรมอย่างไรสำหรับสิบปีข้างหน้า
ผมจึงขอฝากให้รัฐบาลพิจารณาอย่างจริงจัง สนับสนุนการรวมตัวของเกษตรกร วางกรอบการแข่งขันที่โปร่งใส กำกับระบบล้งให้เป็นธรรม และสร้างระบบคาร์บอนเครดิตภาคเกษตรที่เกษตรกรเข้าถึงได้โดยตรง
เพราะหากเรากล้าปรับโครงสร้าง มะพร้าวไทยจะไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตร แต่จะเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวที่สร้างความมั่นคงให้เกษตรกรไทยอย่างแท้จริง
ผมหวังว่าแนวคิดที่นำเสนอจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนครับ ถ้าปล่อยไว้นานสิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือผลผลิตลดลงเพราะเกษตรกรไม่เหลือทุนในการบำรุงรักษาต้นและดิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรณ์' จี้ถาม ก.ล.ต. เหตุใดต้องรอสหรัฐฯ เปิดฉากตรวจสอบอดีต รมต. ยุคอนุทิน
นายกรณ์ จาติกวณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โพสต์ที่แล้ว ผมพูดถึงเอกสารจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยควรติดตาม วันนี้ขอลงรายละเอียดครับ จดหมายลงวันที่ 15 กันยายน 2026 ลงนามโดย Brian Mast ประธาน
'กรณ์' แนะควบรวม 2 กรมจัดเก็บภาษี ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพทำงาน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายงบประมาณมาตรา 8 กระทรวงการคลัง ว่า โครงสร้างงบประมาณของ 3 กรมจัดเก็บภาษีหลักมีความไม่สอดคล้องกับรายได้จริง โดยกรมสรรพากรได้รับงบประมาณราว 1 หมื่นล้านบาท
'กรณ์' ตั้ง 7 ประเด็น รัฐบาลเดินตามหลัง 'ดาต้าเซ็นเตอร์' จี้ 'เอกนิติ' ตอบให้ชัดเจน
นายกรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความห่วงใยต่อปัญหา Data Center ที่รัฐบาลเปิดทางให้มาลงทุนในประเทศไทย ว่าสะท้อนให่เห็นถึงปัญหานโยบาย และการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ไม่ทันเหตุการณ์และสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยและประชาชนคนไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
กรณ์อัดนโยบายพลังงานของรัฐบาลย้อนแย้ง
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ความย้อนแย้งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องระวัง
ปชป. ประกาศคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 'กรณ์' ซัดกู้มาแจกมีผลแค่ชั่ววูบ แต่แก้ปัญหาประชาชนไม่ได้
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ตอนหนึ่งว่า ปัญหาหลักของประเทศมี 4 เรื่อง คือ เศรษฐกิจประเทศโตช้า มีปัญหาโครงสร้าง เพราะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น รายได้ประชาชนลดลง และ ของแพงต่อเนื่อง

