
สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านฯ จ่อเคลื่อนไหวหลังปีใหม่ หนุนเปิดทางตั้งกมธ.ร่วมสองสภา ทบทวน มาตรา 69 ปลดล็อกทำลายล้างทะเลไทย
29 ธ.ค.2567 – สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ระบุ มาตรา ๖๙ อวนล้อมจับตาถี่ในเวลากลางคืน (ยังไม่จบ) :
หลังปีใหม่ ขอวุฒิสภาพิจารณาแก้ไขมาตรา ๖๙ เปิดเส้นทาง “ตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภา”
คืนความถูกต้องเป็นธรรมสมดุลยั่งยืนต่อสัตว์น้ำ ทะเล ธรรมชาติ และคนไทย
เรียนพี่น้องประชาชนทุกท่าน …
ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. …. เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ปรากฏว่ามีข้อท้วงติงจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กรณี มาตรา ๖๙ อนุญาตให้ใช้อวนตาถี่ ๓ มิลลิเมตรล้อมจับสัตว์น้ำในเวลากลางคืนได้เป็นครั้งแรกในระบบกฎหมายไทย จะนำความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศทะเล กระทบต่อพันธ์สัตว์น้ำจำนวนมากที่มีอาศัยระบบนิเวศทางทะเลในการเลี้ยงดูตัวอ่อนสืบเผ่าพันธ์ และผลกระทบจะไม่เกิดเฉพาะต่อชาวประมงพื้นบ้านพาณิชย์ทุกประเภทด้วยกันเองเท่านั้น ที่ต้องอาศัยการเจริญเติบโตของฝูงปลาในการประกอบการประมง แต่ลุกลามขยายไปยังกลุ่มนันทนาการทางทะเล การดำน้ำ ธุรกิจการนำเที่ยวตกปลา และถึงที่สุดจะกระทบต่ออาหารในจานของคนไทยทุกคน
หลังการผ่านกฎหมายประมง มาตรา ๖๙ ชั่วข้ามคืน กระแสสังคมที่เพิ่งได้รับทราบได้พยายามส่งเสียง ขอให้ทบทวนกฎหมายมาตรานี้ แต่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายไปก่อนแล้ว หลังจากนี้คงเหลือแต่ขั้นตอนที่กฎหมายต้องผ่านการกลั่นกรองของวุฒิสภา ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณา ๖๐ วัน หากไม่แล้วเสร็จสามารถขยายเวลาเพิ่มได้อีก ๓๐ วัน ในกรณีที่วุฒิสภาไม่เห็นชอบหรือแก้ไขเพิ่มเติมในบางส่วน ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภา เพื่อพิจารณาร่วมกัน หากผลเป็นประการใด ให้สภาผู้แทนราษฎร ย้อนกลับมาพิจารณาใหม่เพื่อชี้ขาดอีกครั้ง
แม้จะเป็นหนทางแสนยากลำบากแต่นับเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เกิดกระบวนการทบทวนมาตรา ๖๙ ร่วมกันใหม่บนหนทางแห่งประชาธิปไตย ที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันจับตามองและมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศซึ่งเป็นสมบัติร่วมของคนไทยทุกคน บนหลักการเหตุผลความถูกต้องเป็นธรรมเท่าเทียมสมดุลและยั่งยืน
จึงขอประกาศถึงพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน สื่อมวลชน นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล นักดำน้ำเพื่อชื่นชมธรรมชาติ นักตกปลา นักกฎหมาย นักการเมือง พรรคการเมือง ภาคธุรกิจเอกชน นักอนุรักษ์ ชาวประมงทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์ ว่า ขอได้โปรด ร่วมกันติดตามสนับสนุน การเรียกร้องขอเปิดโอกาส ให้ วุฒิสภาทบทวนมาตรา ๖๙ กฎหมายประมงฉบับใหม่ ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการวุฒิสภาหลังปีใหม่ ในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๘ นี้
หลังเทศกาลปีใหม่ ในวันที่วุฒิสภาประชุมพิจารณากฎหมายวันแรก เราจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ปักหลัก ยืนหยัด ณ รัฐสภา เดินสายให้ข้อมูล ขอความร่วมมือ และขอโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองได้ศึกษาทบทวนอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง เราจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อขอให้วุฒิสภาเปิดเส้นทางสู่การพิจารณาทบทวนมาตรา ๖๙ ร่วมกันใหม่ สู่ การตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภา ต่อไป
ขอความสุขสวัสดีแด่ทุกท่านตลอดปีใหม่ แล้วเราจักสู้ไปพร้อมกัน
๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๗
สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวดี! 'วาฬ' ทะเลไทยกำลังฟื้นตัว
วาฬในทะเลไทย กำลังฟื้นตัว เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมอนุรักษ์ เนื่องในวันอนุรักษ์วาฬโลก 15 ก.พ.นี้
สองหนุ่มหารายได้เสริม จับปลากระบอกหาดแหลมสมิหลา ขาย กก.ละ 250 บาท
นายพรเทพ สุระคำแหง และนายธนบูรณ์ แสงนพรัตน์ สองหนุ่มเพื่อนซี้ ใช้เวลาว่างสร้างรายได้ นำอวนทับตลิ่งมาลากจับปลากระบอกบริเวณชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา ส่งขายให้กับร้านอาหารริมชายหาดที่สั่งจองเข้ามาล่วงหน้า เนื่องจากเป็นปลาที่สดจากทะเลและยังเป็นๆอยู่
นายกฯลำแก่น พังงา ประกาศชัด 'อเมริกา' ตั้งฐานทัพ ชาวบ้านไม่เห็นด้วย100%
นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปพบนางสาวเฉลิมศรี แพรใหญ่ นายกเทศบาลตำบลลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
'ประมงพื้นบ้าน' ตบหน้าสภาไทย เปิดเตาปิ้งปลาล็อตสุดท้ายถามหาหัวขโมย
ประมงพื้นบ้านทั่วประเทศ 22 จังหวัด พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จ่อยื่นหนังสือ ทบทวนรกฎหมายประมงฉบับใหม่ พร้อมทำกิจกรรมใครขโมยปลาปิ้งหน้าสภา
สถานการณ์ทางทะเลที่ต้องจับตา ขยับเศรษฐกิจสีน้ำเงินลดทำลาย
สถานการณ์ทางทะเลของประเทศไทยขณะนี้หลายปัญหามีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ทั้งสัตว์ทะเลหายากเสี่ยงสูญพันธุ์จากกิจกรรมมนุษย์และสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน ล่าสุดกรณีพะยูนตายมากถึง 5 ตัวภายในเดือนพฤศจิกายนนี้เพียงเดือนเดียว

