25 ม.ค.2568 - นายวินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วิธีหนึ่งในการลดความเครียดจากฝุ่น 2.5 ก็คือใช้อารมณ์ขัน หยิกๆ หยอกๆ แก้เครียด แต่ช้าหรือเร็ว เราก็ต้องมาคุยเรื่องนี้อย่างจริงจัง
วันนี้อ่านข่าวความว่า ผู้มีอำนาจบริหารบอกว่า อย่าเอาแต่บ่น อย่ามัวแต่ด่า ช่วยคิดทางแก้ด้วย...เอาละ ในเมื่อคนมีอำนาจบริหารคิดได้แค่ work from home ปิดโรงเรียน และขึ้นรถไฟฟ้าฟรี เราประชาชนก็มาหาทางแก้ก็แล้วกัน
วิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาทั่วไปไม่ว่าวงการไหน ก็คือศึกษากรณีตัวอย่าง เรื่องฝุ่นหมอกนี่ มีตัวอย่างชัดๆ ใกล้บ้านเรา คือจีนและสิงคโปร์
ขอเล่าเรื่องสิงคโปร์ เพราะอยู่ในเหตุการณ์หลายปีก่อน สิงคโปร์เจอเหตุหมอกฝุ่น (haze) ลอยมาปกคลุมทั้งเกาะ (ก็คือทั้งประเทศนั่นแหละ) ฝุ่นเหล่านี้มาจากอินโดนีเซียเป็นหลัก ชาวไร่อินโดฯก็ไม่ต่างจากชาวไร่ไทย คือเผาไร่ ลมก็พัดฝุ่นควันลอยมาที่สิงคโปร์ ปกคลุมทั่วทั้งเกาะนานเป็นเดือนๆ หมอทำงานตัวเป็นเกลียว
ฝุ่นมีสองแบบ หนึ่งคือฝุ่นจากการก่อสร้าง เรื่องนี้สิงคโปร์แก้ได้รวดเร็วทันใจ มีกฎคุมเข้มมากมาย และคุมได้จริง สถานที่ก่อสร้างทุกแห่งต้องกันฝุ่นได้ มีการฉีดน้ำ มีการปกคลุมพื้นที่ก่อสร้าง บทลงโทษแรง ดังนั้นปัญหาฝุ่นจากภายในประเทศถือว่าต่ำมาก
ฝุ่นแบบที่สองคือฝุ่นอิมพอร์ตมาจากประเทศจากอินโดนีเซีย รัฐบาลสิงคโปร์ขอให้รัฐบาลอินโดฯช่วยจัดการ แต่เราก็รู้ การแก้ปัญหานี้ไม่ง่ายก็มีการเจรจาทางการทูต ใช้การประชุมอาเซียนกดดัน ก็ไม่ค่อยได้ผล เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ตีที่กระเป๋าเงิน ตรงนี้ต้องชมความเข้มแข็งของภาคประชาชนสิงคโปร์ ทุกคนร่วมมือกัน ตามขุดข้อมูลว่ามีบริษัทไหนบ้างที่ทำธุรกิจที่ก่อให้เกิดการเผาไร่ ซึ่งจำนวนมากเป็นบริษัทปาล์มน้ำมัน แล้วบอยคอตบริษัทและสินค้า
รัฐบาลสิงคโปร์ซัดอีกดอกด้วยกฎหมายลงโทษบริษัทสิงคโปร์ที่ไปทำธุรกิจกับอินโดฯซึ่งทำให้มีการเผาไร่ เมื่อตีที่กระเป๋าเงิน ฝุ่นก็ลดลง
สิงคโปร์ตั้ง Haze Task Force (หน่วยเฉพาะกิจปราบหมอก) ประกอบด้วยองค์กรภาคเอกชนต่างๆ 28 องค์กรร่วมมือกัน เพราะมันเป็นงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน สองสามปีนี้ ฝุ่นอิมพอร์ตในสิงคโปร์ถือว่าน้อยมาก นี่พิสูจน์ว่าทุกปัญหาแก้ได้ และต้องแก้ที่ต้นเหตุเสมอ
หลักการของสิงคโปร์คือ ทั้งภาครัฐและประชาชนร่วมมือลงโทษบริษัทฯ ตีที่กระเป๋าเงิน แล้วปฏิกิริยาลูกโซ่จะส่งผลไปที่ต้นเหตุคือคนเผาไร่เอง มันจะส่งผลกระทบกับไปสู่ชาวไร่เองว่า ถ้าไม่คิดปรับปรุง ก็ไม่มีรายได้ ไม่มีอะไรทำให้คนเราปรับปรุงตัวได้เร็วไปกว่าเมื่อเงินในกระเป๋าหายไป พอเงินหาย พวกเขาก็คิดวิธีที่ดีกว่าการเผาจนได้
วันนี้ปัญหาหมอกควันที่สิงคโปร์ยังไม่หายขาด แต่ถือว่าดีขึ้นมากๆ นี่คือประสบการณ์ตรงที่เห็นมาจากประเทศสิงคโปร์
ถามว่าไทยเราทำได้ไหม คำตอบคือทำได้ ถามว่าง่ายไหม คำตอบคือไม่ง่ายแน่นอน แต่เราจะแก้ปัญหาโดยให้ประชาชน work from home ปิดโรงเรียน และขึ้นรถไฟฟ้าฟรีไปอีกนานเท่าไร จ่ายค่ารักษาพยาบาลอีกกี่แสนล้าน และปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างนั้นหรือ
ถ้าเมืองจีน เมืองสิงคโปร์ทำได้ (อย่างน้อยในระดับหนึ่ง) โดยไม่ได้นอนรอความความตาย ทำไมเราจะทำไม่ได้
อย่ารอจนฝุ่นบ้านเราลอยไปปกคลุมบ้านเขา แล้วเขาก็มาช่วยแก้ปัญหาให้เรา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนกรุงอ่วม! ส้มทั้งเมือง เช็กเลย 12 เขต ฝุ่นPM2.5สูงสุด
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07:00 น.
เช็กเลย! ฝุ่นPM2.5 ท่วมกรุง กระทบสุขภาพ 8 พื้นที่
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร
'ฝุ่นPM2.5' ท่วม 31 จังหวัด 7 วันข้างหน้ายังพุ่งอีก
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ 07:00 น. สรุปดังนี้
'สว.ชิบ' จี้ 'รัฐบาล' เร่งยกระดับแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นพิษด่วน อย่าปล่อยให้คนไทยตายผ่อนส่ง
ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าวิกฤต PM2.5 ในขณะนี้ ควรถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้สังคมไทยเร่งยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อม จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
45 จังหวัดอ่วม! จม 'ฝุ่นPM2.5' 7 วันข้างหน้าพุ่งอีก
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวันที่ 16 มกราคม 2569 ณ 07:00 น. สรุปดังนี้

