ดร.เสรี ฟาดหนัก! คบคนชั่วเป็นนาย สร้างปัญหาสังคมไร้ศักดิ์ศรี

25 ก.พ. 2568 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการชื่อดังในด้านการตลาดและการสื่อสาร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงปัญหาสังคมไทยที่กำลังเผชิญอยู่ โดยระบุว่า “คบคนชั่วเป็นนาย ร้ายกว่าคบคนชั่วเป็นมิตร” พร้อมยกตัวอย่างสภาพสังคมที่ยอมรับการกระทำของผู้ที่มีอำนาจอย่างไม่รู้ผิดชอบ ด้วยความกลัวและหวังผลประโยชน์.

ดร.เสรี กล่าวว่าโบราณท่านสอนให้เลือกคบเพื่อนดี แต่ไม่ได้สอนว่าอย่ามีคนชั่วเป็นนาย เขาชี้ว่าคนชั่วที่เป็นเพื่อนนั้นไม่มีอำนาจที่จะบังคับให้เราเลือกทำสิ่งใด แต่หากเราเลือกมีคนชั่วเป็นนาย เราจะต้องทำตามคำสั่งของเขาอย่างไม่มีทางเลือก และที่แย่ไปกว่านั้น ลูกน้องยังต้องยกย่องชมเชยการกระทำของนาย แม้ว่านายจะทำชั่วก็ตาม จนนำไปสู่การเสียคนในสังคม.

ดร.เสรียังระบุว่า สังคมไทยในปัจจุบันมีการยอมก้มหัวให้กับคนชั่วอย่างไม่มีความละอาย ซึ่งสะท้อนถึงการขาดศีลธรรมในสังคม พร้อมตั้งคำถามถึงการทำงานของหน่วยงานที่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายว่า ทำไมจึงปล่อยให้การทุจริตและการกระทำผิดกฎหมายยังคงดำเนินไปอย่างไร้การจัดการ.

ท้ายที่สุด ดร.เสรีได้ย้ำถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความขาดความโปร่งใสในรัฐบาลไทย โดยยกตัวอย่างการจัดอันดับดัชนีความโปร่งใสที่ประเทศไทยยังคงอยู่ในอันดับที่ต่ำ และเตือนว่า “silence = Violence” สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของการไม่พูดออกมาและไม่ลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”