'ปชน.' ยื่นร่าง พ.ร.บ.ที่พักเท่าเทียม หวังลดอุปสรรคขออนุญาตที่พักขนาดเล็ก มี 6 จุดเด่นช่วยผู้ประกอบการรายย่อย กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
13 มี.ค. 2568 - พรรคประชาชน นำโดย นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต นายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี และนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. ร่วมแถลงข่าวการยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงแรมและสถานที่พักค้างคืน หรือ พ.ร.บ.ที่พักเท่าเทียม ต่อสภาผู้แทนราษฎร
โดยนายเท่าพิภพ กล่าวว่า ที่พักค้างแรมหรือโรงแรมในประเทศไทย เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก แต่น่าแปลกใจที่กฎหมายกลับล้าหลังและเป็นอุปสรรคต่อผู้เล่นรายย่อย เรื่องนี้ไม่แตกต่างจากสุราก้าวหน้า และในขณะที่ผู้ประกอบการสุรามีไม่ถึงพันราย แต่ผู้ประกอบการโฮสเทลหรือที่พักขนาดเล็กในประเทศไทย มีเกือบ 100,000 ราย ดังนั้น ถ้าร่างกฎหมายที่พักเท่าเทียมผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก เป็นการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจ และสร้างความเท่าเทียมไปพร้อมกัน ป้องกันปัญหาการเรียกรับส่วยจากโรงแรมหรือโฮสเทลในปัจจุบัน
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายนี้ ได้ผ่านกลไกอนุกรรมาธิการ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงสมาคมโรงแรมมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น เชื่อว่าการแข่งขันในตลาดจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค เพราะถ้าไม่มีผู้ประกอบการรายย่อย ค่าโรงแรมในประเทศไทยอาจแพงกว่านี้จนคนเที่ยวไม่ไหว
ด้าน นายณัฐพล กล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมารูปแบบการท่องเที่ยว รูปแบบการพัก พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้พักตามโรงแรมขนาดใหญ่เหมือนในอดีต แต่กฎหมายโรงแรมฉบับปัจจุบันมีอายุ 20 ปี เนื้อหาหลายอย่างไม่ทันสมัย หลายปีที่ผ่านมาถ้าเราอยู่ในหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต จะพบผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่เจอปัญหาไม่สามารถขออนุญาตได้เพราะกฎหมายไม่สอดคล้องกับรูปแบบของสถานที่พักในปัจจุบันที่มีความหลากหลายมากขึ้น ดังนั้นกฎหมายที่พักเท่าเทียมตั้งใจให้ผู้ประกอบการตัวเล็ก สถานที่พักขนาดเล็ก สามารถขออนุญาต มีตัวตนทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น
โดยจุดเด่นของกฎหมายมี 6 ข้อ ดังนี้ 1.มีมุมมองทางธุรกิจมากขึ้น เพราะเดิมกฎหมายโรงแรมจะยึดโยงกับ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ.โบราณสถาน พ.ร.บ.ผังเมือง ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถขออนุญาตอะไรได้เลย 2.กำหนดเงื่อนไขให้น้อยลง เพราะกฎหมายเดิมกำหนดไว้เยอะมาก ซึ่งไม่สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดเล็ก เราจะลดเงื่อนไขนี้ลง แต่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยเท่าที่จำเป็น
3.กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น กำหนดให้เทศบาล อบต. เมืองพัทยา กทม. เป็นผู้ออกกำหนดกฎเกณฑ์ ผู้ให้อนุญาตหรือไม่ให้อนุญาต เพราะที่ผ่านมาอำนาจนี้อยู่ที่นายอำเภอ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ มีการโยกย้าย บางครั้งไม่เข้าใจบริบทในพื้นที่ จึงควรให้ท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่เป็นคนดำเนินการ 4.การเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้น ให้รายได้เหล่านั้นตกเป็นของท้องถิ่นเพื่อนำไปพัฒนาสาธารณูปโภคในพื้นที่ของตัวเอง
5.การปรับปรุงค่าปรับ จากเดิมกฏหมายโรงแรมกำหนดไว้ตายตัวทั้งต่อที่พักขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เราจะเปลี่ยนการปรับตามขนาดของกิจการ และ 6.ใช้กลไก auto-approve เพราะที่ผ่านมาปัญหาของใบอนุญาตทุกประเภทในประเทศไทย คือเมื่อไปขอก็จะถูกประวิงเวลา ถูกเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ ทำให้การให้อนุญาตล่าช้า ในกฎหมายของพรรคประชาชนจะกำหนดกลไก auto-approve ว่าเมื่อไปขออนุญาตแล้ว หากถึงเวลาตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ไม่ทำอะไรหรือล่าช้าเกินไป ใบอนุญาตจะได้รับการรับรองโดยอัตโนมัติ
นายณัฐพล ทิ้งท้ายว่า กฎหมายที่พักเท่าเทียมเป็นหนึ่งในหมุดหมายของพรรคประชาชน เรามองว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์ ไม่ใช่แค่การสร้างอุปสงค์ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศจำนวนมาก แต่การท่องเที่ยวจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอุตสาหกรรมภายในประเทศด้วย การทำให้ที่พักต่างๆ เข้าสู่ระบบ จะทำให้ภาครัฐมีข้อมูลว่าที่พักในประเทศไทยมีอยู่เท่าไหร่ เมื่อเกิดภัยพิบัติสามารถให้การช่วยเหลือได้ครบถ้วนไม่ตกหล่น จึงเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในของไทยให้ดีขึ้นในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สุดอึ้ง! พรรคประชาชน เพิ่งขออภัย ข้อมูลส่วนตัวสมาชิกรั่วไหลมาแล้ว 17 วัน
เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า เรียนแจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต แนวทางการยกระดับความปลอดภัยของระบบที่พรรคดำเนินการไปแล้ว และมาตรการแก้ไขเยียวยาเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ส้มว่างัย! ร.อ.ธรรมนัสประกาศพร้อมร่วมงานเป็นฝ่ายค้าน
'ธรรมนัส' พร้อมร่วม ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ก้าวข้ามความขัดแย้ง ชี้มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง บอกยังไม่คุย 'อนุทิน' หลังถูกลอยแพ ปัดตอบสะบั้น 'ภูมิใจไทย' เหน็บถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วสิ ดับฝันปล่อยข้อมูล
ครม. ไฟเขียวร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 โดยยังไม่ระบุวัน
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ (โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา) สำหรับวันเรียกประชุมรัฐสภา ม
'ปชน.' ตั้งเป้าส้มยกกทม.ทั้งพ่อเมือง-สก. เปิดตัวมาว้าวแน่!
ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ ว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้มารายงานตัวพร้อมกับคณะสส.พรรคประชาชนเ
เพจ BIOTHAI ชูแนวคิดแก้ปัญหาเกษตรกรรม 'พิธา' เหนือกว่า 'ศุภจี'
เพจ BIOTHAI โพสต์บทวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตรว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นนักการเมืองต่างเส้นทาง 2 คนที่มีบ
ป.ป.ช. ขอขยายเวลายื่นศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณา ที่จะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ในวันที่ 9 มี.ค.ว่า การร่างคำร้องเสร็จแล้ว แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง

