อย่าเพิ่งคุยโม้ 'อ.หริรักษ์' วิเคราะห์ผลเลือกตั้งซ่อม ไม่อาจสรุปว่าจะนำไปสู่การชนะอย่างถล่มทลายของพท.

'อ.หริรักษ์' วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งซ่อมเขต9 กทม. ไม่อาจสรุปว่าจะนำไปสู่การชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งใหญ่ ดังนั้นอย่าเพิ่งคุยโม้ไป 'ก้าวไกล'ก็อย่าเพิ่งดีใจไปเช่นกัน 

2 ก.พ.2565 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์ ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กรุงเทพ เขต 9 ระบุว่า

ผลการเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันแล้ว มีจำนวนคนมาลงคะแนนเพียง 52.68% น้อยกว่าครั้งที่แล้วประมาณ 7.9 หมื่นคน และก็เป็นไปตามที่คาดไว้คือ หากมีคนมาลงคะแนนเสียงไม่มาก คุณสุรชาติ เทียนทอง ของพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

ดูจากคะแนนที่คุณสุรชาติได้ครั้งนี้คือ 29,416 คะแนน เทียบกับครั้งที่แล้วคุณสุรชาติได้ 32,115 คะแนน น้อยลงกว่าครั้งที่แล้วเพียง 2,699 คะแนน แสดงว่าคะแนนเสียงที่ได้เป็นคะแนนจากฐานคะแนนเสียงเดิมของคุณสุรชาติ หรือจะบอกว่ามาจากคะแนนเสียงจัดตั้งเป็นส่วนใหญ่ก็คงไม่ผิด ซึ่งหากมีคนมาลงคะแนนแค่เท่ากับการเลือกตั้งครั้งที่แล้วคืออีก 7.9 หมื่นคน ก็ไม่แน่ว่าคุณสุรชาติจะชนะ เพราะคนอีก 7.9 หมื่นคน ส่วนใหญ่เทคะแนนไปให้ใคร คนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ และต้องไม่ลืมว่า คุณสุรชาติไม่เพียงเป็นผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่คุณสุรชาติยังเป็นลูกชายของคุณเสนาะ เทียนทอง ซึ่งน่าจะยังคงมีบารมีอยู่ไม่น้อยในเขตหลักสี่

ด้วยเหตุนี้ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมที่หลักสี่ครั้งนี้เป็นตัวบ่งชี้ หรือที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยใช้คำว่า เป็นหมุดหมายแรกที่จะไปสู่การชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป เนื่องเพราะคะแนนเสียงที่ได้มา ส่วนหนึ่งอาจเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นฐานเสียงของคุณสุรชาติเอง ไม่อาจเหมารวมได้ว่าการเลือกตั้งในเขตอื่นๆจะเป็นเช่นเดียวกับเขตหลักสี่ ในครั้งที่ผ่านมา
ดังนั้น อย่าเพิ่งคุยโม้ไป

การที่คุณสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาของคุณ สิระ เจนจาคะ ผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจากพรรคพลังประชารัฐ พ่ายแพ้การเลือกตั้ง เป็นที่เข้าใจได้ เพราะประชาชนเริ่มเสื่อมศรัทธาต่อพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นความแย้งเนื่องจากเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง มากกว่าผลประโยชน์ของชาติ และตัวคุณสิระเอง ก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนโดยรวมสักเท่าใด แต่การที่คุณจรัลรัศมิ์ได้คะแนนเพียง 7,906 คะแนน หมายความว่าพรรคพลังประชารัฐมีฐานคะแนนหรือคะแนนเสียงจัดตั้งเพียงเท่านี้ ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอย่างน้อยน่าจะต้องมีประมาณ 2 หมื่นคะแนน ดังนั้น การแพ้การเลือกตั้งอย่างยับเยินครั้งนี้ เป็นเพราะการสั่งสอนของคนกรุงในเขตหลักสี่ หรือเป็นการวางยากันเองของคนในพรรค หรืออดีตคนในพรรคกันแน่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณเท่านั้นที่จะบอกได้

ที่ไม่ได้คาดไว้คือ ผู้สมัครของพรรคก้าวไกล คุณกรุณพล เทียนสุวรรณ ได้คะแนนเสียง 20,361คะแนน มาเป็นที่ 2 เฉือนคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ของพรรคกล้าไป 320 คะแนน แต่ก็ได้น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว 5,374 คะแนน ซึ่งเดิมทีคาดว่าจะไม่ได้คะแนนเสียงอยู่ในอันดับ 1 ใน 4 ด้วยซ้ำ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งผู้สมัครและทั้งหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้แตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ได้พูดเรื่องการยกเลิกมาตรา 112 แต่อย่างใดเลย เพียงโจมตีพลเอก ประยุทธ์และรัฐบาลเท่านั้น อีกทั้งม็อบล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงนี้ก็สงบลง จึงไม่มีภาพของ ส.ส.พรรคก้าวไกลออกมาประกันตัวให้กับแกนนำม็อบที่ถูกดำเนินคดีทั้งหลายเหมือนเช่นที่ผ่านมา การที่พรรคก้าวไกลยังคงได้คะแนนเสียงน้อยลงจากครั้งที่แล้วไม่มากอย่างที่คาดอาจเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ แต่ทั้งหมดนี้เป็นแทคติกการหาเสียงของพรรคก้าวไกล หาได้เป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และต่อมาตรา 112 แต่อย่างใดไม่ ซึ่งในที่สุดคนก็จะรู้ทัน

ดังนั้น ก็อย่าเพิ่งดีใจไปเช่นกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โซเชียลลุ้น 'สมศักดิ์-สุริยะ' นั่งรัฐมนตรีกระทรวงไหน?

ชาวเน็ตลุ้นระทึก หลังเพื่อไทยหารือภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล จับตา 2 นักการเมืองรุ่นใหญ่จะได้นั่งคุมกระทรวงใดอีกครั้ง พร้อมขุดคำพูด “ผมถนัดเป็นรัฐบาล” กลับมาล้อเลียน

แฟนคลับเพื่อไทยเซ็ง 'ก่อแก้ว-อนุสรณ์' สองขุนพลประท้วง-โต้เดือด หลุดโผเข้าสภา

ผลเลือกตั้ง สส.อย่างไม่เป็นทางการ พรรคเพื่อไทยได้ 74 ที่นั่ง แต่ชื่อของ “ก่อแก้ว พิกุลทอง” และ “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” ไม่ติดบัญชีเข้าสภา ทำเอาผู้สนับสนุนจำนวนไม่น้อยบ่นเสียดายสองบทบาทหลักในเกมอภิปราย

แดงร่วมรบ.นํ้าเงิน! ยศชนันนำ ถกไร้เงื่อนไข คิวต่อไปทาบ‘กล้าธรรม’

"ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ชื่นมื่น ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯ "หนู" ขอให้ลบเรื่องบาดหมางในอดีต กลับมาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์บ้านเมือง แย้มเตรียมคุย "กล้าธรรม

3 แกนนำเพื่อไทย เผยเหตุผลร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า

3 แกนนำพรรคเพื่อไทย เผยเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกอยากผลักดันนโยบาย ยันยังไม่คุยโควตา-ตำแหน่ง ขอลืมความขัดแย้งเดินหน้าประเทศ ‘ภูมิธรรม’ ลั่นไม่มีอะไรไม่กล้า เขากระโดง - ฮั้ว สว. เดินหน้าตามกระบวนการ

เปิดสาเหตุ 'หัวหน้าหนิม' ไม่ไปพรรคภูมิใจไทย หารือร่วมตั้งรัฐบาล

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส.เชียงราย ภรรยานายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพนายจุลพันธ์ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ พร้อมข้อความว่า “วันนี้หัวหน้าพรรคไม่สบาย ปีนี้ดอกไม้ไม่ต้อง