"ดีเอสไอ" เผย พบเอี่ยวเส้นทางการเงินฮั้วสว. 1,200 ราย แจงส่งหนังสือถึง "มท.-ตร." แค่บอกสิ่งที่จะทำ-อำนาจหน้าที่
13 พฤษภาคม 2568 - เวลา 11.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียก สว. จำนวน 55 ราย มารับทราบข้อกล่าวหาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 32 มาตรา 36 มาตรา 62 มาตรา 70 และมาตรา 77 ซึ่งเป็นการปฏิบัติภารกิจภายใต้ กกต. และดีเอสไอ ร่วมส่งหนังสือด้วยเฉพาะในกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. และตำรวจ
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับประเด็นการสอบสวนของ กกต. ไม่ทราบว่าใบบันทึกแจ้งข้อหาของ กกต. ระบุพฤติการณ์อย่างไรบ้างแต่ก็ต้องชี้แจงตามข้อเท็จจริงที่อาจแตกต่างกันไป และในคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 รายร่วมด้วย หากมีส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อในรูปคดีการฟอกเงิน-อั้งยี่ ของดีเอสไอก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
"ในคดีอั้งยี่ เป็นพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่กระทำการผิดกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง และพัวพันกับภารกิจของ กกต. เป็นการได้มาซึ่ง สว. โดยไม่บริสุทธิ์หรือเที่ยงธรรมหรือไม่ และเกี่ยวพันกับกฎหมายฟอกเงิน มาตรา 3 (10) ที่เป็นความผิดมูลฐาน ส่วนคนร่วมให้มีการจัดฮั้วหากพบเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการกระทำความผิด ช่วงระหว่างเกิดเหตุตั้งแต่ระดับอำเภอถึงระดับประเทศ อาจถูกแจ้งข้อหาฟอกเงิน เข้าองค์ประกอบอยู่ใน มาตรา 5-มาตรา 9 โดยขณะนี้ได้รับรายงานว่าบุคคลเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่มีเหตุสงสัย ประมาณ 1,200 คน จำนวนเงินอยู่ระหว่างตรวจสอบ"
เมื่อถามว่า ภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ จะมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน-อั้งยี่ รับทราบข้อกล่าวหา เป็นไปได้หรือไม่ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับ 1,200 ราย พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ตนคิดว่าน่าจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเพราะเป็นเรื่องของเส้นทางการเงินทั้งหมดที่ต้องตรวจสอบแต่ไม่ใช่หมายความว่าทั้ง 1,200 รายจะเป็นผู้ต้องหาหรือไปเกี่ยวข้องทุกกรณี ต้องดูพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย ทั้งนี้ การทำงานของ กกต. กับ ดีเอสไอ มีลักษณะแตกต่างกัน โดย กกต. เน้นการได้มาซึ่ง สว. ที่ไม่ยุติธรรม มีเหตุสงสัยเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาและส่งศาลพิจารณา แต่ในส่วน ดีเอสไอ เป็นเรื่องคดีอาญากระทบสิทธิเสรีภาพ การทำงานความเข้มข้นมากกว่า การแจ้งข้อหาใครได้ต้องมีหลักฐานพอสมควร
ถามอีกว่ากรณี อธิบดีดีเอสไอ ส่งเอกสารด่วนถึง ผบ.ตร.-ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนในการสอบสวนพยานคดีฟอกเงินฮั้ว สว. นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เป็นเรื่องของความร่วมมือตามกฎหมายดีเอสไอว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน่วยงานในพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ความเข้าใจในตัวกฎหมายอาจไม่เหมือนกัน การที่ดีเอสไอมีหนังสือแจ้งไปเพื่อจะบอกว่าสิ่งที่จะทำนั้นคือเรื่องอะไร ขอบเขตอำนาจหน้าที่เพื่อความชัดเจน
ซักว่า กรมการปกครอง ก็ส่งหนังสือถึง อธิบดีดีเอสไอ ถึงการร่วมมือสอบสวนพยานคดีฮั้ว สว. เช่นกัน แต่มีข้อแย้งว่าต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.อุ้มหาย นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวเสริมว่า หากดูตามเอกสารก็ไม่มีอะไร เป็นการอธิบายตามตัวกฎหมายเพราะว่าตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย มีอำนาจการใช้อยู่ 4 หน่วยงาน คือ ตำรวจ ปกครอง อัยการ และ ดีเอสไอ ส่วนจะได้รับความร่วมมือหรือไม่ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนมืออาชีพอยู่แล้ว ต้องทำตามกฎหมาย ทุกคนถูกตรวจสอบได้หมด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บาร์โค้ดระอุ!กกต.แจงยิบสู้ทีมล้มเลือกตั้ง
“กกต.” รับคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ตรวจสอบถึงบัตรเลือกตั้งได้ แต่ต้องมีต้นขั้ว ยันไม่รู้ถึงคนลงคะแนน "วิโรจน์" ซัดผิดเจตนารมณ์กฎหมาย ขู่ติดคุกยกยวง
'ผู้สมัครส้ม' บุก กกต. บี้แจงปมบาร์โค้ด ขู่ร้องศาลสั่งเลือกตั้งโมฆะ
'ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี' พรรคส้ม ร้อง กกต. แจงคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขู่ร้องศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจฯ ให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ
อดีตผู้ต้องหา 'คดีมินนี่' ฟ้องศาลทุจริตเอาผิด 4 ตำรวจ
'อดีตผู้ต้องหาคดีมินนี่' ยื่นฟ้องเอาผิด 4 ตำรวจ ดำเนินคดีซ้ำ หลังศาลยกฟ้องไปเเล้ว ทนายเผยลูกความติดคุก 84 วัน ก่อนอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องอีกรอบ
ดึงสติ! หัดมีน้ำใจนักกีฬา แพ้นับใหม่ ยังดรามาไม่ยอมจบ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดรามา แพ้นับใหม่
'ปชน.' ผิดหวัง! กกต. ไม่สั่งนับคะแนนใหม่ 'ชลบุรี เขต 1'
'ปชน.' ผิดหวัง กกต. ไม่มีมติให้นับคะแนนใหม่ 'ชลบุรี เขต 1' ให้ปชช.สิ้นสงสัย บี้เผยแพร่แบบขีดคะแนน-รายงานผลนับรายหน่วย
ขนลุก! ว่าที่ สส.พรรคส้ม ยกบทเรียน 2 ประเทศในอาเซียน 'เลือกตั้งสกปรก' จุดชนวนการชุมนุมใหญ่
นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ว่าที่ สส.กทม. พรรคประชาชน อดีตนักกิจกรรมม็อบสามนิ้วต่อต้านสถาบัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การเลือกตั้ง "สกปรก" ในหลายกรณี เคยเป็นตัวจุดชนวนของการเปลี่ยนผ่าน และการปฏิรูปการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

