
16 พ.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อุ๊งอิ๊ง รู้หลักบริหารประเทศแค่ไหน?
หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หยุดปฎิบัติหน้าที่กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีนักข่าวไปถามนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะให้ใครมากำกับดูแลดีเอสไอแทน พ.ต.อ.ทวี ซึ่งนางสาวแพทองธารไม่ตอบ แต่หันไปซุบซิบพูดคุยกับนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จนถึงล่าสุดก่อนเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนาม มีนักข่าวไปดักถามอีกว่า ท่านนายกฯจะให้ใครมากำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ซึ่งนางสาวแพทองธารบอกว่า ”เดี๋ยวต้องเสนอ ครม.” นักข่าวถามต่อ หรือว่าท่านจะดูเอง นางสาวแพทองธารตอบว่า ”อ๋อ คงมอบหมาย“
การที่ผู้สื่อข่าวถามเรื่องนี้ 2 ครั้ง 2 วัน แต่ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากปากของนางสาวแพทองธาร นั่นก็หมายความว่านางสาวแพทองธาร ยังไม่รู้ว่าจะมอบหมายใครมาดูแลแทน อาจเพราะไม่ทราบถึงระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ความรู้รอบตัวน้อย ขาดประสบการณ์ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการบริหารราชการบ้านเมืองเลย จึงไม่รู้ขั้นตอนระบบของราชการ ทั้งที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการแบ่งงานของรัฐมนตรีอยู่แล้ว คนที่ควบคุมรับผิดชอบดูแลกระทรวงยุติธรรม คือนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ หรือบอร์ดดีเอสไอ จะเป็นเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
แต่อาจจะเป็นเพราะว่าไม่เข้าใจระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน จึงไม่กล้าตอบนักข่าว ในทางปฎิบัติจะมอบให้ใครกำกับดูแล แล้วค่อยแจ้งให้ ครม. รับทราบก็ได้ ซึ่งสามารถบอกกับผู้สื่อข่าวได้ว่า โดยตามมติ ครม. อยู่ในการกำกับของนายภูมิธรรม และจะนำเรื่องนี้ขอความเห็นชอบหรือเสนอต่อ ครม. เพื่อรับทราบก็จบ
ซึ่งถ้านายภูมิธรรมมากำกับดูแล จะทำให้งานของดีเอสไอ เดินต่อไปได้ไม่ต้องสะดุด เพราะคดีฮั้ว สว. นั้น สังคมรอคอยอยู่ว่า จะมีข้อยุติหรือไม่ ความจริงจะปรากฏอย่างไร ซึ่งประชาชนได้ตั้งความหวังไว้ใน 3 ส่วน คือ
1.กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สังคมอยากรู้ว่าดีเอสไอสามารถสอบสวนเอาผิดกับขบวนการฮั้ว สว. ได้หรือไม่ เพราะเคยบอกว่า มีข้อมูลชัดเจน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร สถานที่ โพยฮั้ว เส้นทางการเงิน และนำระบบ AI มาสอบสวนด้วย อยากจะพิสูจน์ว่าเป็นแค่ราคาคุยของดีเอสไอ ที่โฆษณาโอ้อวดเรื่องพยานหลักฐานว่า สามารถเอาผิดได้แน่นอน
2.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขาดความเชื่อถือทางสังคม เรื่องจับทุจริตการเลือกตั้งมาโดยตลอด ครั้งนี้สามารถเรียกศรัทธาคืนมาได้หรือไม่ เมื่อได้ร่วมมือกับดีเอสไอ ถ้าทำได้เอาผิดได้ ล้มกระดานได้ ยกเลิกการสรรหา สว. ชุดนี้ไป จัดสรรหา สว. ชุดใหม่ ให้สุจริตเที่ยงธรรม ก็สามารถเรียกศรัทธากลับคืนมาได้
3.ในภาคประชาสังคม ซึ่งสังคมโดยทั่วไปผู้คนในสังคมเชื่อว่า สว. ชุดนี้ทุจริต ฮั้วกัน บล็อกโหวต มีการจ่ายเงินกัน ไม่สุจริต คนทุกคนในสังคมรับรู้ แต่ว่าไม่สามารถทำอะไรได้ แม้แต่คนอยู่ดาวอังคารยังมองเห็นว่าการสรรหา สว.ชุดนี้ทุจริต แต่ผู้รับผิดชอบไม่สามารถเอาผิดได้
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ เมื่อดีเอสไอกับ กกต. จับมือกัน เดินเครื่องต่อไปให้สุดซอย เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ให้สังคมผิดหวัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต. ย้ำ บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ
กกต. ยันอีกรอบ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรธน.
พรรคส้ม หันพึ่งศาล! เชือด 'กกต.' เซ่นเลือกตั้ง
พรรคประชาชน ชี้เปรี้ยงการมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต. เร่งเปิดรายงานผลการนั
‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส
“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก
บาร์โค้ดระอุ!กกต.แจงยิบสู้ทีมล้มเลือกตั้ง
“กกต.” รับคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ตรวจสอบถึงบัตรเลือกตั้งได้ แต่ต้องมีต้นขั้ว ยันไม่รู้ถึงคนลงคะแนน "วิโรจน์" ซัดผิดเจตนารมณ์กฎหมาย ขู่ติดคุกยกยวง
'นักวิชาการ' ชี้วิกฤตความชอบธรรมของการเลือกตั้งไทย แนะใช้โอกาสนี้ปฏิรูป กกต.
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง กกต.กับวิกฤติความชอบธรรมของการเลือกตั้งไทย มีเนื้อหาดังนี้

