
‘หมอวรงค์’ ชี้ ‘ทักษิณ’ ต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรมคดีชั้น14 ด้วย หลังนัดสอบคำให้การคดีโดนฟ้อง ปมปูดถุงขนมแลกคดี 112 ซัด ‘ยิ่งลักษณ์’ ใช้ตรรกกะเด็กป.4 รื้อคดีรับผิดระบายข้าวไม่ได้
26 พ.ค. 2568 – เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 807 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การคดีหมายเลขดำ อ.1961/2567 ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ยื่นฟ้อง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ
โจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน 2567 จำเลยได้โพสต์ข้อความหลายข้อความลงในเฟซบุ๊กของจำเลย โดยหมิ่นประมาท ใส่ร้ายโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำนองว่า โจทก์เป็นคนยิ่งแก่ยิ่งเลอะ หรือเฒ่าสารพัดพิษ ซึ่งมีความหมายว่า เป็นคนมีอายุมากที่มีเล่ห์เหลี่ยมอันตรายรอบตัว เป็นคนขี้โกง บุคคลอื่นต้องระวังตัวไม่ควรคบหา ใช้เล่ห์เหลี่ยมการยื่นร้องขอความเป็นธรรมคดีหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112 ถุงขนม 2,000 ล้าน ภาค 2 เพื่อวิ่งเต้นให้ได้รับการประกันตัวและข้อความอื่น รวมทั้งหมด5 กรรม แต่ศาลอาญามีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้ 1 กรรม ส่วนอีก 4 กรรม ศาลไม่ประทับรับฟ้อง เพราะเห็นว่าไม่ยืนยันข้อเท็จจริง
ในช่วงเช้าวันนี้ นพ.วรงค์ เดินทางมาศาลตามนัดพร้อมทนายความ
ภายหลังฟังคำพิพากษา นพ.วรงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า มารับทราบคดีที่นายทักษิณยื่นฟ้องตนเอง 5 กระทง และเรียกชดใช้มูลค่า 100 ล้านบาท แต่เนื่องจากคดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟ้องเสร็จแล้ว ศาลมีคำสั่งยกฟ้องไปรวม 4 กระทง จากทั้งหมด 5 กระทง ขณะที่วันนี้ นายทักษิณให้ทนายความยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องไปในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง 4 กระทง ดังนั้นวันนี้จึงยังไม่ได้พิจารณาคดี ต้องดูว่าศาลอุทธรณ์จะพิจารณาว่าอย่างไร
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ขอฝากข้อความไปถึง นายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าการที่นายทักษิณฟ้องตน แสดงว่านายทักษิณต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นในคดีอื่นๆที่กำลังถูกพิจารณา เช่นในคดีศาลฎีกานักการเมืองวันที่ 13 มิ.ย.นี่ หรือคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พวกคุณก็ต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรมถึงจะแฟร์โดยเฉพาะกับ น.ส.แพทองธาร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่ต้องเคารพกฎหมายอย่างที่สุด ถ้าจำได้ 2-3 วันที่ผ่านมา ที่ศาลปกครองมีคำพิพากษา แล้ว น.ส.แพทองธาร โพสต์ว่าความยุติธรรมถูกปล้น แต่วันนี้พ่อของคุณฟ้องตน แสดงว่าพ่อคุณเคารพกระบวนการยุติธรรม เวลาเสียประโยชน์ กลับไปโพสต์ว่าความยุติธรรมถูกปล้นอย่างนี้มันไม่แฟร์กับประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า หากเราได้ติดตามข่าวสารจะเห็นว่า ศาลฎีกาฯได้เชิญทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นโจทก์ จำเลย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ เป็นสิ่งที่น่าลุ้น ซึ่งตนได้คุยกับผู้มีประสบการณ์ด้านการไต่สวน ว่าศาลมองเรื่องของข้อกฎหมายข้อเท็จจริงแล้ว อาจจะดำเนินการไต่สวนตอนเช้าแล้วมีการตัดสินตอนบ่ายเลยก็ได้ เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องลุ้น และตามหลักการแล้วมองว่านายทักษิณควรจะต้องไป เพราะมีการเอาหมายไปติดที่หน้าบ้าน ทั้งโจทก์และจำเลยอยู่แล้ว เมื่อคุณเป็นจำเลยคุณก็ต้องไป แต่ก็มีนักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายๆคน เทน้ำหนักไปว่านายทักษิณจะไม่ไป ทั้งนี้ศาลเลื่อนไปนัดสอบคำให้การอีกครั้ง วันที่ 24 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งตนก็ไม่เเน่ใจว่าวันนั้นนายทักษิณจะยังอยู่หรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีการนำข้าวไปขายและจะนำเงินมาใช้หนี้ให้แทนนั้นมีความเห็นว่าอย่างไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างให้ชาวบ้านได้เข้าใจ สมมุติว่า มีส้ม 2 เข่ง 1 เข่ง แล้วลูกน้องแอบเอาไปขาย แน่นอนว่าลูกน้องต้องชดใช้หนี้ ไม่ใช่ การเอาส้มเข่งที่เหลือ มาขายเพื่อใช้หนี้ในสิ่งที่ลูกน้องทำผิดก็เหมือนกันกับเรื่องข้าว ถ้าเราแบ่งข้าวเป็น 2 กอง กองนึงเป็นข้าวที่เหลือที่รัฐบาลนำมาขาย เพื่อไปใช้หนี้ต้นทุน อีกกองนึงไปขายข้าวแบบจีทูจี แต่ศาลจะให้คุณรับผิดชอบเฉพาะเรื่องข้าวจีทูจี ดังนั้นส่วนที่มีการโกง ศาลบอกให้รับผิดชอบก็ควรจะจบตรงนี้ ไม่มีสิทธิ์เอาข้าวที่เหลือไปขายเพื่อมาใช้หนี้แทนคุณยิ่งลักษณ์ ดังนั้นการจะเอาข้าวมาขายได้ ต้องเอามาใช้หนี้แทนภาษีของประชาชนที่คุณเป็นหนี้อยู่หลายแสนล้านบาทเท่านั้น
“อธิบายให้เด็กป.4 ฟังยังเข้าใจว่า ตรรกะคุณมันทำไม่ได้ ฟังไม่ขึ้น เป็นการหลอกลวงประชาชนที่ไม่ได้ตามข่าวสาร เอาข้อมูลมาพูดให้คนสับสนทั้งที่ศาลบอกชัดเจนว่า สิ่งที่พวกคุณโกงคุณต้องมาใช้หนี้ แล้วส่วนที่เหลือก็ขายเพื่อมาใช้หนี้เงินต้น ที่เราใช้ไป 8 แสน7 หมื่นพันกว่าล้าน” นพ.วรงค์ระบุ
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับคำพิพากษาศาลปกครอง ที่ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยื่นสู้คดีใหม่ เพื่อจะให้หักหนี้ในส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยขายได้กับหนี้ที่ต้องจ่ายคืน นพ.วรงค์ กล่าวว่า ถ้าเป็นข้อมูลที่สัมพันธ์กันยังพอฟังขึ้น ที่เกี่ยวข้องกับจีทูจีแต่จะเอาของที่ค้างไว้มาใช้หนี้ ตนมองว่าถ้าเป็นการเสนอข้อมูลใหม่ควรจะเป็นฝ่ายรัฐบาล คือ ข้าวจีทูจี อีก 4 สัญญาใหม่ คือสัญญาที่ 6-8 อีกจำนวน 14 ล้านตัน เรื่องนี้ยังเงียบอยู่ ถ้ากระทรวงการคลังต้องการจะเอาเพิ่ม ควรเอาสัญญาดังกล่าวไปร้องเรื่องนี้และเรียกชดใช้จากการโกงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพิ่ม แต่สิ่งที่ทนายความอ้างมาเป็นข้อมูลมั่ว เพราะข้าวที่เหลือต้องไปชดใช้ต้นทุนไม่ใช่มาชดใช้แทนคนโกง
ส่วนประเด็นเรื่องหากจะต้องยึดอายัดทรัพย์นั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด เพราะขนาดทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์เองก็ยังตอบไม่ได้ว่าตอนนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีทรัพย์สินทั้งหมดจำนวนเท่าใด แต่เห็นว่ามีประมาณ 30 รายการ ควรต้องเรียกหามาเติมเพราะคาดว่าทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเพียงแค่หลักร้อยล้านบาท และไม่แน่ใจว่าตอนนี้ทรัพย์สินจริงจะเหลือเท่าไหร่ แล้วจะต้องกันส่วนหนึ่งไว้คืนให้สามี (สินสมรส) ตามที่ศาลกำหนดไว้ด้วย ตรงนี้เป็นเหตุผลที่ถือว่าเรารับได้ ดังนั้นจึงต้องมีการหาทรัพย์สินมาเติมไม่ใช่เอาไปคืน ซึ่งประเด็นการยึดทรัพย์นั้นเป็นหน้าที่ของกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม หลังจากศาลปกครองสูงสุด ซึ่งมีคำวินิจฉัย ถือว่าสิ้นสุดแล้ว แต่ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีเงินไม่พอก็ต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดฉากน้ำเงินผสมแดง! 'พท.' ดี๊ด๊า ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล
'เพื่อไทย' ดี๊ด๊า! 'ประเสริฐ-สุริยะ-ภูมิธรรม' ตัวแทนเจรจา 'อนุทิน' ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ย้ำไร้เงื่อนไข ขอฟังข้อเสนอก่อน
'พท.' ปล่อยเพลงใหม่ ปลุกใจไม่มีวันตาย สั่งถอดบทเรียนความพ่ายแพ้
'พท.' ปลุกใจปล่อยเพลงใหม่ 'สู้ต่อไป เพื่อไทยทุกคน' ด้าน 'ยศชนัน' ให้กำลังใจผู้สมัคร รู้ทุกคนเจ็บปวด ขอปวารณาตัวไม่ทอดทิ้ง 'ประเสริฐ' สั่งถอดบทเรียนทั้งแพ้-ชนะ รวบรวมหลักฐานทุจริต ส่งสัปดาห์หน้า
'สุริยะ' ปัดหอบ 30 สส. ร่วมรัฐบาล 'อนุทิน 2'
‘เพื่อไทย’ ประชุมพรรคครั้งแรกหลังเลือกตั้ง ‘ยศชนัน’ บอกมาให้กำลังใจ ขณะที่ ’สุริยะ‘ ปัดกระแสข่าวขน สส. 30 คน ร่วมรัฐบาล
เปิดเบื้องลึก! 'ภท.' ชิงเปิดตัว 'พรรคเล็ก' ร่วมรัฐบาล
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "ภูมิใจไทย ชิงเปิดตัวพรรคเล็ก" โดยระบุว่า
รัฐบาลเตือนภัย 'วันวาเลนไทน์' ระวังรักปลอม หลอกโอนเงิน
รัฐบาลเตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวัง 'รักปลอม' หลอกโอนเงิน เช็กให้ชัวร์ ก่อนจะเทใจ-เทเงิน มิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา สั่งการตำรวจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาเปิดบรรทัดฐานบทจบคดีฮั้ว สว.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

