'ศุภชัย'จี้ดีเอสไอเร่งออกหมายจับ 'ณฐพร'

'ศุภชัย' จี้ดีเอสไอออกหมายจับ 'ณฐพร' คดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น ลั่นอย่าปล่อยให้หมดอายุความ 15 มิ.ย.นี้ หลังพบพิรุธ ซุกหมายไม่ปรากฎชื่อต่อกองทะเบียนประวัติอาชญากร

28 พ.ค.2568 - นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงกรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินฟอกเงินออกมาโต้ว่าไม่เคยถูกออกหมายจับ คดีต้องรอผลคดีหลักนั้น ความจริงคดีดังกล่าวที่อ้างถึงศาลได้พิพากษาลงโทษ ภายหลังจากดำเนินการติดตามการสอบสวนในคดีฟอกเงิน พบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ได้เสนอสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 และพนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายณฐพร เป็น 1 ใน 14 ผู้ถูกกล่าวหาคดี ฟอกเงินการขายที่ดิน ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วงเงิน 477 ล้านบาท แต่นายณฐพร ผู้ต้องหาดังกล่าว มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงการไปพบพนักงานอัยการเป็นเวลาหลายปี จนสำนักงานอัยการสูงสุดต้องมีหนังสือถึงดีเอสไอถึงสองครั้ง ให้ส่งตัวผู้ต้องหา หรือออกหมายจับ นำตัวมาฟ้องศาล ซึ่งดีเอสไอก็มิได้ดำเนินการใด เพื่อส่งตัวมาให้อัยการเพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญา

“คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สายตรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเมื่อดูความน่าจะเป็นเชื่อได้ว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินการตามหนังสือจากอัยการที่แจ้งให้ติดตามตัวมาเพื่อฟ้องต่อศาล และไม่ออกหมายจับและประกาศลงระบบเพื่อสืบจับ จึงไม่มีหมายจับส่งไปประสานกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหตุผลก็เพื่อช่วยผู้ต้องหาโดยดึงเวลาเพื่อให้หมดอายุความในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 หรือไม่”นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ด้วยพฤติการณ์ของนายณฐพรที่เกิดขึ้น ดีเอสไอต้องออกหมายจับและจับตัวผู้ต้องหาส่งอัยการเพื่อฟ้องศาลก่อนหมดอายุความเท่านั้น แต่หากจะเป็นออกหมายเรียก ก็ถือได้ว่าดีเอสไอปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหาและกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างร้ายแรง ดีเอสไอ เป็นหน่วยงานสอบสวนที่สำคัญที่เป็นที่พึ่งของประชาชน หากมีพฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้น จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคดีอื่นๆ อีก

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกและสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและผดุงไว้ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้ธำรงไว้ รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลหน่วยงานดีเอสไอจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะ เห็นได้ว่า พ.ต.อ.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอและพนักงานสอบสวนคดีนี้ ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่เดือน ก.พ.2568 หลังอัยการทำหนังสือ มาขอให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหา แต่เพิกเฉย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.รีบแจงคดีเขากระโดงยังอยู่ระหว่างไต่สวน!

เลขาฯ ป.ป.ช.แจง ยังอยู่ระหว่างไต่สวนอธิบดีกรมที่ดิน-ผู้ว่าฯรฟท.-หน่วยงานเกี่ยวข้อง ปมที่ดินเขากระโดง ชี้ข้อพิพาทระหว่างรัฐ-เอกชน เป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องไปใช้สิทธิต่อศาลเอง

'รมว.ยธ.' ย้ำไม่ก้าวล่วงมติอนุฯ กกต.คดีฮั้วสว. 'ร.ต.อ.ปิยะ' รูดซิปปากอ้างทุกอย่างเป็นความลับ

'รุทธพล' ยังไม่เก็บของพ้นเก้าอี้ทมว.ยุติธรรม ปัดมีสัญญาณนั่ง ครม.อนุทิน 2 ย้ำไม่ก้าวล่วงมติอนุฯ กกต.คดีฮั้ว สว. 'ร.ต.อ.ปิยะ' รูดซิบปาก อ้างทุกอย่างเป็นความลับ

'ประเสริฐ' รีบปัดข่าวให้การดีเอสไอไม่มีข้อความทำ 'ธรรมนัส' เสียหาย!

'ประเสริฐ' ปัดข่าวคำให้การดีเอสไอหลุด ยันไม่มีข้อความทำ 'ธรรมนัส' เสียหาย แจงเอ็มโอยูไร้เรื่องสแกนม่านตา เผยได้รับคำชี้แนะจากหลายหน่วยงานก่อนเซ็น มองเป็นเรื่องการเมือง ถูกปูดประเด็นมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง