กต.-ทบ. แถลงไทยตอบโต้ด้วยมาตรการควบคุมจุดผ่านแดน ชี้กัมพูชาไม่ร่วมมือยุติขัดแย้ง

กต.-ทบ. แถลงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เรียกร้องลดระดับความตึงเครียดตลอดแนวชายแดน ยันใช้กลไกทวิภาคี หวังวง JBC เป็นการเจรจาที่จริงใจ ย้ำ 4 ขั้นคุมเข้มด่าน คำนึงผลกระทบการดำเนินชีวิตปชช.

7 มิถุนายน 2568 - ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พ.อ.หญิงดังใจ สุวรรณกิตติ โฆษกกระทรวงกลาโหม และพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายนิกรเดช กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากมีการเจรจาระหว่างสองประเทศทั้งในระดับนายกรัฐมนตรี ระดับรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อหารือทางออกร่วมกันทุกฝ่าย ไทยย้ำการลดระดับความตึงเครียดและสนองให้มีการปรับกำลังทหารให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติเดิมก่อนเกิดเหตุขัดแย้ง เพื่อลดการปะทะทางทหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายที่ฝ่ายกัมพูชาได้ปฏิเสธทันทีต่อข้อเสนอในการปรับกำลังและยังมีการเสริมกำลังในพื้นที่ชายแดนต่อเนื่อง และปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม MOU43 การดำเนินการดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและทำให้สถานการณ์ในพื้นที่เปราะบางมากยิ่งขึ้น การดำเนินการของฝ่ายกัมพูชาข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการขาดเจตนารมณ์และความจริงใจที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยในการลดและระงับความตึงเครียดที่มีอยู่เดิม และทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ

นายนิกรเดช กล่าวว่า ดังนั้นเป็นไปตามมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน และเพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยแก่ประชาชนไทยตามแนวชายแดน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องพิจารณาใช้มาตรการควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา โดยที่ประชุมสมช.ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่1และกองทัพภาคที่2 รวมถึงกองกำลังจังหวัดจันทบุรีและตราด โดยที่ประชุมสมช.ได้มอบหมายกองทัพภาคที่1และภาคที่2เป็นผู้กำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่เหมาะสมในการผ่านบริเวณจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งความเข้มข้นเป็นไปตามระดับความตึงเครียดของสถานการณ์อันเกิดจากความร่วมมือของฝ่ายกัมพูชาในการแก้ไข

นายนิกรเดช กล่าวว่า ขอย้ำว่าการดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาความปลอดภัยของทั้งประชาชนไทยและกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน และความสงบเรียบร้อยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยไทยจะคำนึงและระมัดระวังไม่ให้มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการค้าขายและความเป็นอยู่ของประชาชนของทั้งสองประเทศที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ฝ่ายไทยขอเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งให้กัมพูชาลดระดับความตึงเครียดตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประชาชนทั้งสองฝ่ายตามแนวชายแดน ฝ่ายไทยยืนยันความพร้อมที่จะใช้กลไกทวิภาคีโดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่มีกำหนดจัดขึ้น 14 มิถุนายนนี้ รวมถึงกลไกทวิภาคีอื่นๆที่มีอยู่เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ บนพื้นฐานของความเคารพและความจริงใจต่อกัน เพื่อให้ชายแดนไทย-กัมพูชากลับสู่ความสงบสุข เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

ด้าน พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ในส่วนของหน่วยปฏิบัติกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และการประสานกับหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยในส่วนกองทัพบกได้กำหนดอำนาจให้ทุกทัพหน่วยทหารในพื้นที่ กองกำลังสุรนารีและกองกำลังบูรพา มีอำนาจควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดน โดยรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการยังนึกถึงผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและกิจกรรมที่มีในบริเวณพื้นที่ชายแดน จึงให้แต่ละหน่วยพิจารณาเรื่องมาตรการ 4 ขั้นตอน คือ 1.มาตรการจำกัดคน ผู้ที่ไม่มีความจำเป็นจริง เช่น กลุ่มคนที่ไปเล่นการพนันหรือไปสนับสนุนเรื่องการทำผิดกฎหมายต่างๆ หน่วยในพื้นที่จะคัดกรองเหล่านี้ ส่วนอื่นๆเจ้าหน้าที่ยังพิจารณาสามารถเข้า-ออกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บัญชาการทหารบกห่วงใยกลุ่มผู้เดินทางเข้ามารับการศึกษา ทั้งนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มคนที่เข้า-ออกเกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะคนชรา ทางผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำเป็นพิเศษไปที่หน่วยในระดับพื้นที่

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า 2.มาตรการควบคุมเรื่องเวลา จะกำหนดช่วงเวลา จะไม่ได้มีการเปิดตลอด หรือเวลาเดิมที่เปิดจะสั้นลง 3.ปิดบางจุดผ่านแดน โดยเลือกจุดที่มีความเสี่ยง และ 4.ปิดทุกจุดตลอดพรมแดน ซึ่งกองทัพบกมีคำสั่งให้ทุกหน่วยสามารถดำเนินการได้ แต่มาตรการต่างๆต้องมีการประสานทุกหน่วยทุกระดับ ขอย้ำว่ามาตรการเรื่องการควบคุมเข้มงวดการเปิด-ปิดด่าน มีที่มาที่ไปที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัยของประชาชน แต่ทั้งนี้อาจจะด้วยเรื่องของกำลัง เรื่องข้อมูลทางด้านการข่าวอะไรก็ดี อยากทำความเข้าใจประชาชนว่าในมุมของความมั่นคงจำเป็นต้องพิจารณา เพราะหนึ่งชีวิตมีความสำคัญมากในมุมมองของเจ้าหน้าที่ทหาร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีด่านไหนที่ปิดไปแล้วหรือด่านไหนที่มีการปรับเวลา พล.ต.วินธัย กล่าวว่า แต่ละพื้นที่จะบริหารจัดการไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละพื้นที่จะได้รับโจทย์หรือมีข้อมูลการข่าวหรือสิ่งต่างๆในพื้นที่แตกต่างกัน แต่ใน 4 ระดับที่กำหนด หน่วยปฏิบัติในพื้นที่จะเป็นผู้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มีข้อกำชับหรือสั่งการอะไรพิเศษเพื่อดูแลตรงนี้หรือไม่ และมีการดำเนินการด้านไหนไปแล้วบ้าง พ.อ.หญิงดังใจ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รับและดำเนินการตามนโยบายของนายภูมิธรรม ซึ่งที่ผ่านมาท่านไม่ได้ละเลยหากแต่มีความอดทนและพยายามใช้การเจรจาอย่างสันติวิธี และมากไปกว่านั้นยังกำชับหน่วยในพื้นที่ให้เฝ้าระวังไม่ให้เกิดการลุกลามเพิ่มขึ้นเด็ดขาด แต่ในกระบวนการความพยายามที่ผ่านมากลับได้รับการตอบสนองไม่เป็นทางบวกจึงต้องมีการปรับมาตรการต่างๆ โดยล่าสุดสมช. ได้มอบหมายกองทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบในการนำแผนไปปฏิบัติต่อ

เมื่อถามว่า การประชุม JBC ยังมีอยู่ใช่หรือไม่ นายนิกรเดช กล่าวว่า ยังมีอยู่ เรายังคงประสงค์และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการประชุม JBC ซึ่งหวังว่าจะเป็นการเจรจาที่จริงใจ ในชั้นนี้ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดที่จะมีการประชุม 14 มิถุนายนนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลัด กต. เผย ภารกิจการต่างประเทศ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น 'เสถียรภาพการเมืองไทย' หลังมีรัฐบาลใหม่

นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจและผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ ด้าน ปลัดกต. เผยหลังได้รัฐบาลเตรียมฟื้นความเชื่อมั่น-ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เขมรป่วนอีก! เรือประมง 30 ลำ รุกน่านน้ำไทย 'เรือหลวงเทพา' ไล่จับ

30 เรือประมงต่างชาติ ป่วนทะเลไทย จ.ตราด อีกรอบ 'เรือหลวงเทพา' วิ่งไล่จับ ก่อนหันหัวเรือหนีไปในทิศทางเดียวกัน ซ้ำรอย 'เขมร' รุกล้ำน่านน้ำเกาะกูด

ทบ. รอดูความจริงใจกัมพูชา ก่อนถก JBC ครั้งต่อไป ต้องมั่นใจพื้นที่ชายแดนปลอดทุ่นระเบิด

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่มีข้อตกลงหยุดยิง ตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตามข้อตกลงมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วว่า

กองทัพย้ำวางตัวเป็นกลาง ปรามนักการเมืองเลิกหาเสียงเหน็บแนม

'ผบ.ทบ.' สนับสนุนกำลังพลใช้สิทธิเลือกตั้ง ลงประชามติตามดุลยพินิจส่วนตัว แจงไม่มีการขอใช้พื้นที่ทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง อย่าพาดพิงชี้นำทำคนเข้าใจผิด ย้ำกองทัพวางตัวเป็นกลาง