รัฐบาลเฝ้าระวังสถานการณ์พายุวิภาใกล้ชิด เร่งอพยพพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมแม่น้ำน่าน พร้อมดูแลประชาชนทุกมิติ
24 ก.ค.2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย ได้จัดประชุม War Room ของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มจากอิทธิพลของพายุวิภาอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เสี่ยง 22 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
ในการนี้ ได้มีการกำชับทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เร่งระบายน้ำจากจุดเสี่ยง อพยพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ไปยังศูนย์พักพิงโดยเร็ว พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อควบคุม สั่งการ และบูรณาการความช่วยเหลือให้ทันต่อสถานการณ์ ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้เน้นการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าแก่ประชาชนผ่านทุกช่องทาง เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามได้อย่างทันท่วงที
โดยเฉพาะสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดน่าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ระดับน้ำแม่น้ำน่านในพื้นที่อำเภอเมืองน่านและอำเภอภูเพียงเริ่มล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในตำบลในเวียง ตำบลดู่ใต้ ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน และตำบลท่าน้าว ตำบลนาปัง ตำบลม่วงตึ๊ด ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมโดยตรง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่รีบอพยพไปยังศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้ และเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปยังจุดปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้แก่ AIS, TRUE และ NT ในการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ทุกภาคส่วนรับรู้ถึงสถานการณ์และสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที
ในส่วนของการดูแลด้านสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า มีสถานพยาบาล 5 แห่งใน 3 จังหวัดภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้แก่ โรงพยาบาลเวียงสา และโรงพยาบาลเชียงกลาง จ.น่าน, โรงพยาบาลเชียงคำ จ.พะเยา, โรงพยาบาลเทิง จ.เชียงราย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าวังผา จ.น่าน (ต้องปิดให้บริการชั่วคราว) โดยเฉพาะโรงพยาบาลเทิง จ.เชียงราย มีการให้บริการเฉพาะกรณีฉุกเฉิน และใช้เรือในการนำส่งผู้ป่วย ส่วน จ.น่าน มีการเตรียมอพยพผู้ป่วย 844 ราย หากสถานการณ์วิกฤตยิ่งขึ้น
รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เฉพาะกิจด้านสาธารณสุขในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการให้บริการ การส่งต่อผู้ป่วย และการดูแลด้านจิตใจ โดยกรมสุขภาพจิตได้จัดส่งทีม MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) ลงพื้นที่ทันที เพื่อให้การเยียวยาด้านจิตใจแก่ประชาชนผู้ประสบภัย
“รัฐบาลขอแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย และขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกมาตรการอย่างเต็มกำลัง เพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมสนับสนุนการดูแลในทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย สาธารณสุข และการฟื้นฟูในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากมีเหตุฉุกเฉินหรือได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ Line Official Account ‘ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784’ หรือสายด่วน 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”นางสาวศศิกานต์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์
รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย
ข่าวดี! สิงคโปร์แอร์ไลน์รับสมัครสาวไทย 100 อัตรา
โอกาสมาถึงแล้ว เปิดรับสมัครหญิงไทย ทำงานพนักงานต้อนรับสายการบิน Singapore Airlines Limited จำนวน 100 อัตรา เงินเดือน 3.8 หมื่น เริ่มสมัคร 16 ก.พ.
'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา
รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท
11-12 ก.พ.'กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก' เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5
ศกพ.แจ้งเตือน กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น 11–12 ก.พ. 2569 จากอิทธิพลลมตะวันออกและหมอกควันข้ามแดน
รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!
รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ
ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI
'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี

